หมอ.... คิดใหม่ - ทำใหม่

อินค่ะ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนแพทย์และผู้ร่วมงานทุกๆสาขาวิชาชีพ

- เป็นหมอมีกิน ไม่รวย  แต่ต้องรู้จักพอและแบ่งปัน

- คนไข้ที่แก่กว่าเรา ไม่ผิดหรอกที่จะไหว้ทักทายเราคนไทยเหมือนกัน

- โรคปวดหัว,เวียนหัว,อ่อนเพลีย,หายใจไม่อิ่ม  อาจมีอะไรมากกว่าที่complaint

อย่าคิดว่าเป็นsomatizedแล้วจ่ายๆยาไป  เราอาจพลาดอะไรที่สำคัญไปก็ได้

- สิ่งสำคัญนอกจากคนไข้คือญาติและครอบครัว  เราพบคนไข้อาจไม่ถึงห้านาที

แต่ญาติและครอบครัวอยู่กับคนไข้มาทั้งชีวิต  

และญาติกับครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ใช่หมอ....พวกเขารู้ไม่เท่าพวกเราหรอก  

-  หมอเป็นอาชีพที่ต้องอดทนอย่างมากเพื่อจะอดหลับอดนอนอยู่เวรทำงาน,

พูดอธิบายคนไข้,พูดอธิบายญาติ,รองรับอารมณ์คนไข้และญาติ

 ...แต่นั่นแหละ ถือเป็นการทำบุญและเสียสละอย่างยิ่ง

- จากงานวิจัยหลายชื้นพบว่า สาเหตุแห่งการฟ้องแพทย์ คือ การที่ญาติอยากได้ข้อมูล

อยากคุยด้วย,อยากถาม แต่แพทย์มักเลี่ยง ปกปิด ไม่คุย  

ทำให้เขาไม่มีทางออกอื่นนอกจากฟ้องศาลให้หมอมาชี้แจง

- คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากมีเรื่องกับแพทย์และพยาบาล เขายังต้องพึ่งพิงยามป่วย

เขาไม่อยากให้หมอจำเขาไว้ในทางเสียหาย หรือเป็นคนไข้ไม่ดี

หากไม่ใช่ืความรู้สึกสุดท้ายคือ ดับเครื่องชน!!

...เราจึงมักได้ยินคนไข้และญาติพูดเสมอว่า ให้เป็นคดีตัวอย่าง..จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก 

 

สิ่งสำคัญสำหรับแพทย์ คือ ความรู้สึกที่ดีต่อกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ขณะที่รักษาพยาบาล

 

ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนแพทย์และผู้ร่วมงานทุกๆสาขาวิชาชีพนะคะ 

 

(อ้างอิง บางส่วนจาก คลินิก, ฉ.11พฤศจิกายน 2550, อาจารย์แพทย์หญิงสายพิณ หัตถีรัตน์) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน until... FAMILY MEDICINE



ความเห็น (20)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ถ้าหมอมีเวลาพูดคุยกับคนไข้ได้นานๆก็ดีสิคะ

เดี๋ยวนี้ การแพทย์ด้วยหัวใจมนุษย์ กำลังมาแรงนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • เป็นกำลังใจให้หมอทุกท่านครับ
  • อิอิ
เขียนเมื่อ 

 P 1. pa_daeng
เมื่อ จ. 28 ม.ค. 2551 @ 19:54
531016 [ลบ]

ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมชม

P 2. suksom
เมื่อ อ. 29 ม.ค. 2551 @ 14:03
531696 [ลบ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ขอรับ(เยอะๆ)เลยนะคะ หุ หุ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณหมออิน

  • ไม่พบกันนานหรือเปล่าครับ :)
  • คำพูดที่คุณหมอนำมานั้น "งดงาม" นะครับ
  • หมอก็ต้องคิดถึงคนไข้ คนไข้ก็ต้องคิดหมอ
  • ต่างคนเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน "โลกจะไม่สวยงาม" เชียวหรือครับ
  • เมื่อคุณหมอมีชีวิตอยู่ใกล้กับความเป็นความตายมากเท่าไหร่ คุณหมอก็ต้องมีความอดทนมากเท่านั้นนะครับ
  • ขอให้กำลังใจคุณหมออิน ครับ

บุญรักษา คุณหมอดี ๆ ครับ :)

เขียนเมื่อ 

P 4. Wasawat Deemarn 

 สวัสดีค่า.....รอบนี้เขียนห่างกันนิดนึงค่ะ

ขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจค่ะ

บุญรักษาเช่นกันค่ะ ...... 

เขียนเมื่อ 

ถ้าหมอมีเวลาพูดคุยกับคนไข้ได้นานๆก็ดีสิคะ pa_daeng

 

อืม คิดว่าระบบสาธารณสุขบ้านเรายังเป็นแบบเชิงรับอยู่เยอะเลยค่ะ 

คนไข้ที่มาตรวจที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกมีล้นเป็นร้อยทุกวัน

ก็เห็นใจเพื่อนแพทย์หลายๆคนที่รพ.ชุมชนที่ต้องบอกว่า"แทบไม่มีเวลา"

ในการคุยกับคนไข้จริงๆ  (แค่เวลาหมอกินข้าวหรือหมอออกกำลังกาย

บางคนยังไม่มีเลยค่ะ) 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ยินดีที่ได้เห็นความก้าวหน้าทางความคิด ความสนใจที่กว้างไกล ความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อในการพัฒนาตนที่แท้จริงของน้อง

ความเห็นส่วนตัวของพี่ คือ หากมองงานหนักคือการที่ชีวิตเรายังมีค่า (มีคนเห็นเรามีค่า) มองทุกขณะคือการพัฒนา (มิใช่การใช้เวรกรรม) อาจทำให้ชีวิตสุขกว่าเดิน (เพราะพี่ก็เริ่มจากทนทุกข์และมาพบความสุขในการทำงานเมื่อไม่นานนี้)

 

หวังดี+ยินดี

เขียนเมื่อ 

 

ขอบคุณค่าP พี่โรจน์  สรุปว่าไม่ได้เจอกันที่ประชุมเครือข่ายภาคเหนือ

แต่ไม่เป็นไรค่า ไว้(พาแฟน)มาเที่ยวเชียงใหม่เมื่อไหร่ก็เรียกใช้บริการได้เลยนะค้าาาา อิ อิ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ปัญหาที่ มักพบเรื่องหนึ่ง ระหว่าง แพทย์กับคนไข้ คือเรื่องการสื่อสารนะคะ

หมอมีเวลาน้อย คนไข้มาก ไม่ค่อยมีเวลามาอธิบาย เลยมักมีเรื่องเข้าใจผิดกันบ่อย โดยเฉพาะกับญาติคนไข้ค่ะ

เคยเขียนในบันทึกนี้ค่ะ

และที่เคยแลกเปลี่ยนไว้ที่นี่ค่ะ ดีใจที่ได้มาอ่านบันทึกคุณหมอค่ะ

หมอเป็นอาชีพหนึ่งที่คนสูงอายุกว่ามักยกมือไหว้หมอก่อนเพราะเขาคิดว่าหมอเป็นผู้ที่จะช่วยให้เขาหายจากความทุกข์ที่เขาประสบอยู่หรืออีกหลายๆความคิดที่ยกย่องให้เกียรติ ดังนั้นความคาดหวังจึงสูงตาม แต่การรักษาของหมอก็มีความแตกต่างกันตามประสบการณ์จึงเป็นเรื่องยากที่จะไม่เกิดความผิดพลาดด้วยเหตุผลหลายประการดังที่คุณหมออินและศศินันท์กล่าวไว้ข้างต้น  เห็นคุณหมอเป็นคนชอบคิดใหม่ทำใหม่เลยอยากให้ลองหันมาคิดว่าคนไข้และญาติเป็นครูสิครับเพราะเขาอยู่กับโรคมาเป็นเวลานานเขาคงจะเรียนรู้หลายๆอย่างจากหมอหรือพยาบาลหลายๆท่านถึงเขาจะไม่ใช่หมอแต่เขาอาจมีประสบการณ์ตรงทั้งของตัวเองและจากการรักษาหลายๆครั้งและอาจจากหลายที่ ลองตีความจากข้อมูลน่าจะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จะได้ทำให้หมอและคนไข้เป็นครูของกันและกัน
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่าาาาคุณศศินันท์ P

เห็นด้วยค่ะว่าการสื่อสารระหว่างแพทย์กับคนไข้และญาติสำคัญมาก

หลายๆคนมัวแต่รักษามุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับคนไข้

แต่กลับไม่ได้พูดคุยสื่อสารให้เข้าใจกัน ทำให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวต่างๆอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์

....ซึ่งเดี๋ยวนี้ในการสอนนักศึกษาแพทย์ก็จะเน้นตรงนี้มากขึ้นค่ะ 

 

 ขอบคุณค่ะ. ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์  P

ตั้งแต่ตอนเรียนแล้วอาจารย์ก็จะบอกเสมอ และก็พยายามเตือนตัวเองเสมอว่า

ผู้ป่วยและญาติเป็นครูของเราค่ะ

เราได้เรียนรู้ สักประวัติ สอบถาม ได้ฝึกตรวจมาเป็นปีๆ ....ถ้าไม่มีพวกเค้า เราคงไม่จบหมอแน่ๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 
มาเยี่ยมน้องหมอครับ
เขียนเมื่อ 
หมอพูดจาภาษา "ฅน" บ่อยๆ จะดีมากครับ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดี.ครับคุณหมอผมมีความเห็นว่า"คุณหมอ"เหมาะจะเป็น"หมอ"ครับหากข้อคิดเหล่านั้ไม่ใช้คำหวาน...และผมเชื่อว่าไม่ใช้  ไม่ว่าอาชีพใดเรียนมาอย่างไรเรื่องอะไรฐานะเช่นไรคนก็คือคนยังต้องเรียนกันต่อๆไปและผมหวังว่าคงมีหมอที่งดงามมีความกล้าพอที่จะยกมือไหว้คนไข้ก่อนหากคนที่เรียนมาสูงและต้องมาประกอบอาชีพที่ต้องกดดันรับอารมณ์ก็ขอให้เรียนสูงขึ้นไปอีกมีคุณธรรมคุ้มครองอารมณ์เรื่องนี้คงให้หมอที่ไหนรักษาไม่ได้ต้องสร้างภูมิให้ตนเอง...รอยยิ้มของหมอดีกว่าคำพูดพันคำ กำลังใจจากวาจาของหมอเป็นยาขนานเอกที่ให้แก่คนไข้และญาติได้ทุกคนและเขาไม่มีวันแพ้ยา คุณหมอกำลังทำหน้าที่แทนคนอีกมากมายในโลกที่อยากเป็นหมอแต่ไม่ได้เป็นและทำหน้าที่แทนนักตรวจและนักจ่ายยาที่ได้เป็นหมอแต่เป็นหมอไม่ได้            อย่าลืมหายใจนะครับ สวัสดี.    (ท้ายนี้อยากให้คุณหมอนำรูปจริงของคุณหมอมาโพสต์เพราะรูปนี้เป็นรูปดาราไม่ใช้หมอ)
in
IP: xxx.123.30.198
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณค่ะคุณP 12. บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

 

 

ขอบคุณค่ะP คุณ JJ   เห็นด้วยค่ะ ที่หมอไม่ค่อยพูดภาษา"คน"

 

เรามักจะลืมตัวและใช้ศัพท์แพทย์ในการพูดกับ คนไข้

และบ่อยครั้งที่แพทย์มีวัจน-และอวัจนภาษาที่ไม่เหมาะสม

ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้และญาติเป็นไปในทางที่ไม่ดี

คิดว่าตรงนี้สำคัญและเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขในปัจจุบัน

 

 

ขอบคุณค่ะคุณเดโชชัย  เหตุเกิดเพราะตอนเป็นนักศึกษาแพทย์

เห็นคนไข้ที่อายุมากและไหว้ลา จากนั้นถูกอาจารย์ดุค่ะ

ก็ตกใจและแอบเศร้านิดๆ...แต่ยังไงเราก็จะไหว้ทักทายโดยเฉพาะคนที่อายุมากกว่าเราเสมอ

แล้วก็ต้องรับไหว้ทุกครั้งที่คนไข้ไหว้เราก่อนด้วยค่ะ  ขอบคุณมากที่่แวะมาอ่านค่ะ 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับหมออิน เป็นหมอเหมือนกัน แต่คนละขั้ว ผมต้องคุยกับสัตว์ ถ้าคุยไม่รู้เรื่องต้องคุยกับคน(เจ้าของสัตว์) แอบกระซิบให้ฟังว่า ความจริงแล้วรักษาสัตว์ก็ต้องรักษาจิตใจเจ้าของสัตว์ควบคู่กับไปด้วย จะทำให้สัตว์หายป่วยได้เร็วขึ้นครับ เป็นเคล็ดลับ อย่าบอกใครเชียว...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะคุณหมอเล็กสำหรับคำแนะนำและเคล็ดลับ

สำหรับหมอคนก็จะมีกรณีนี้เหมือนกันคือผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก

คุยกับคนไข้ไม่รู้เรื่องแน่ๆ ก็ต้องคุยสื่อสารกับผู้ปกครองเป็นหลัก

แล้วก็ต้องรักษาจิตใจผู้ปกครองควบคู่กันไปค่ะ

(คอยsupportพ่อ-แม่ที่มีความกังวลสูงๆ)

เขียนเมื่อ 
  • ถ้ามีปฎิสัมพันธ์กับคนไข้
  • น่าจะเป็นผลดีต่อคุณหมอนะครับ
  • อย่าให้ไปนานให้หลายคนคิดถึงนะครับ
  • อิอิๆๆ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

คุณหมอ

  • แวะมาทักทายครับ
  • อาชีพหมอเป็นอาชีพที่เสียสละและอดทนอย่างมาก
  • ขอให้กำลังใจคุณหมอครับ
  • ขอชื่นชมนะครับคุณหมอ
  • แล้วจะแวะเข้ามาอีกครับ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะอาจารย์ขจิตที่คิดถึงกัน อิ อิ

ขอบคุณค่ะคุณยงยุทธ ยอดมงคล อย่าลืมแวะมาอีกนะคะ