การอ่าน"อัลกุรอาน"ซึ่งเป็น"สาร" ที่"ผู้ประทานสาร" ประทานลงมาแก่"ผู้สื่อสาร"ของพระ องค์เพื่อเป็น"อัลฮูดา" ทางนำ หรือคำแนะนำแก่มวลมนุษย์ทั้งมวล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่ปวงบ่าวของพระองค์ผู้วอนขอทุกครั้งในขณะละหมาดว่า "โปรดชี้นำเราสู่แนวทางอันเที่ยงตรงด้วยเถิด" [1.6]
จะแปลกเป็นอย่างยิ่งหากว่า ผู้วอนขอทางนำหรือคำแนะนำที่เที่ยงตรงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน กลับเป็นผู้ไม่ไม่เปิด "อ่าน" สารแห่งคำแนะนำนั้นเสียเอง อุปมาดั่งนักเดินทางที่ปรารถนาจะเดินทางไปยังเมืองที่เขาไม่เคยไปและได้ร้องขอหนังสือแผนที่ที่จะแนะนำเส้นทางแก่เขาสู่เมืองนั้น แต่เมื่อเขาได้รับหนังสือแผนที่นั้นแล้ว เขากลับเก็บมันไว้ แน่นอนว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เขาจะไปถึงยังที่หมายนั้นของเขา
การอ่านในมุมมองของ Islamic Education นั้น นอกเหนือจากการอ่านอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดชีวิตแล้ว การอ่านนั่นก็เพื่อที่เราจะสามารถรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดเวลา อุปมาดั่งการอัพเดตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอยู่เสมอนั่นเอง และย่อมไม่เป็นการเพียงพอที่แม้ว่า นักเรียน-นักศึกษาบางคนจะอ่านมากมายเพียงใดในช่วงที่เป็นนักศึกษาอยู่ในรั้วของสถาบันการศึกษา
หลายๆครั้งที่พบว่าเมื่อบัณฑิตอำลาจากรั้วมหาวิทยาลัยและทันทีที่ก้าวเดินไปบนสนามของการทำงาน หลายต่อหลายคนกลับตกอยู่ในภาวะที่แทบจะไม่พร้อมกับการรับมือสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าพวกเขาอยู่ และหลายคนทีเดียวที่เริ่มการ"ศึกษา"ที่แท้จริงและอย่างจริงจังในสนามของการทำงาน
หากนักเรียน-นักศึกษาจะตระหนักว่าพวกเขาและเธอจะต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้างในอนาคตอันใกล้นี้ แน่นอน การอ่านจะเป็นสิ่งวิเศษที่พวกเขาและเธอจะรักมัน และอยู่กับมัน ให้ความสำคัญกับมันอย่างที่มันจะสามารถ"เป็นตัวช่วย"ที่ดีที่สุด ณ สมรภูมิของชีวิตหลังจากนี้ไป
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
คือ ผมอ่านพบเหตุผลการเปรียบเทียบระหว่างพุทธ กับ อิสลาม ที่ว่า
ในทางศาสนาอิสลาม มีคำสอนที่เกี่ยวกับ "สุญญตา" คือ
" ดาบ คือ กุญแจไขประตูสวรรค์"
กล่าวโดยบุคลาธิษฐาน หมายถึง
"ใช้ปัญญา ฆ่ากิเลส จะได้สุข"
ไม่ทราบว่าจะถูกต้องใหมครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์อาลัม
คำว่า "บุคลาธิษฐาน" ผมแปลง่ายๆ ว่าการกล่าวโดยเปรียบเทียบ โดยเปรียบเทียบกับส่งใดสิ่งหนึ่งครับ
ส่วนคำว่า "สุญญตา" คำนี้ค่อนข้างเป็นนามธรรมมากครับ ชาวพุทธด้วยกันเองหลายคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจครับ ผมขออนุญาตแปลตามความเข้าใจนะครับ ว่า สุญญตา คือ สภาวะที่ไม่มีกิเลสตัณหา ไม่มีความคิดชั่วร้าย เป็นภาวะที่สงบ เย็น เรียกได้อีกอย่างว่า "จิตว่าง" ครับ จิตว่างในที่นี้ ไม่ใช่ว่างโดยไม่มีอะไรเลยนะครับ ไม่ใช่ว่างโดยไม่คิด แต่ว่างโดยปราศจากความคิดที่ไม่ดี
สุญญตา น่าจะเปรียบได้กับ ฮาวานัฟซุ ประเภท นัฟซูมุตมาอินฮะ ส่วนภาวะที่ตรงข้ามกับสุญญตา ก็น่าจะตรงกับ นัฟซูอัมมาเราะฮ
คำว่าสุญญตา จะเข้าใจให้ถ่องแท้ คงไม่อาจบรรยายได้ด้วยตัวอักษรครับ ต้องเข้าสู่ภาวะนั้นจริงๆ จึงเข้าใจได้ มีท่านผู้รู้ได้อธิบายว่าเหมือนเราไปยืนอยู่ชายหาด ที่มีลมพัดเย็นๆ สบายๆ ตอนนั้นจิตใจเราจะปลอดโปร่ง ไม่คิดถึงอะไร เป็นภาวะที่ "จิตว่าง" ครับ เป็นภาวะที่เรียกว่า "สุญญตา" แต่มันจะเป็นได้ชั่วพักชั่วครู่เท่านั้นเอง พอกลับมาถึงบ้าน ก็เข้าสู่ภาวะ "จิตไม่ว่าง" ตามปกติ
ขอบคุณครับ
aslamualaikum
บังเอิญเจอ สิ่งอยาก รู้ และอยาก ปุฉฉา วิสัฉนา ด้วย
ด้วย ภูมิ ภูมิหลัง ปัญญา อันไร้ ฐาณ จึ่งค่อนข้าง ต้องประธาน ขอโทษ ล่วงหน้าบ้าง
ในสิ่งที่ อาจจะ ดู เป็น เหตุผล
แต่ผู้ อ่าน อาจจะ ดู และเข้าใจว่านั้นช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
หรือ เหตุผลไร้ ซึ้ง ซึ่งเหตุผล
ไม่ไช่ นัก อ่าน ประเภท หน่อนหนังสือ แต่ต้น
ไม่ไช่ นัก ที่ถูก กรอก หู มามาก มายนัก
ขั้นนี้ ขอ ชื่นชม Gotoknow.org มีสิ่งที่ โหยหาแล้ว
สิ่งที่คิด คือ มาก แล้ว นานแล้ว สังคมมนุยษ โลก หล่งทาง การตัร บียะห และกำหล่งต่อ ไป
มากมายปํญหา ก่อ เกิด โดย ไม่มี วิธี แก้ นอก จาก การ แก้ตาม ปัญหา ไปเรื่อยๆ ยิ่งก่อเกิด ปํญหา พูนพอก มาก (ออกกฎหมายชาย กับชายแตงงานได้ หญิงกับหญิงแต่งงานได้ ทำแท้งได การพนันถูกกฎหมาย)
มาก จน สัมผัสได้ ด้วยวิธี แห่ง ระบบนิเวศ วิทยา
ทั้งที่ต้นต่อ คือ การ ถูก ตัร บียะห์ ที่หล่งแต่ ต้น
แต่ที่ช่างละ อ่ายอาย คือ
น้อย ผู้ เริ่ม ที่จะ กลับมาใช้ วิธี แห่งการ ชี้ นำ ของอิสลาม
ซำร้าย ในหมู่ สังคม มุสลิม กำปง เขต ประเทศ และภูมิภาค
ยังหล่ง ใช้ รูบแบบตัร บียะหื ตะวันตก ที่ตกร่อง ทั้งนั้น
เพราะ สาเหตุ ได้ผู้ นำ ที่ ผ่าน การตัร บียะหื์ แบบนั้น มา
ไม่ว่า สิ่งนั้น จะ เกิดขึ้น จาก กุสโลบาย แต่ ต้น
ผู้ รู้
ผู้ รู้ ที่กล้าหาณ หายไป ไห่น
อะไรบ้าง ที่ จะต้อง มีการ นำเสนอ สิ่งดีนี้ อิสลาม ตัรบียะหื์
และ นำเสนอ ด้วยเหตุ และผล
ให้ชาวโลก รับรู้ ทางเลือก ที่ดี สำหรับเขา
และ มีการวิจัยที่ สามารถ มองเห็น จับต้องได้
ชี้ ดี ชี้ เสีย ระบบ ที่มนุญอุตริ คิด เอง
มีผลเสียอะไรบ้างที่เห็นๆ
ในความ คิด มนุยษ จะเป็น คำโวหาร ไดก็แล้ว แต่ ไม่มีคำไดๆถูก และไม่มีคำไดๆเท็จ
เพียง แต่ ความคิด เขา บังเอิญถูก ที่ ๔ถกเวลา เป็นทฤษฎ๊ ที่อาจจะถูก ต้อง วันนี้ แต่ ก่อน ไม่ไช่
และอนาคต อาจจะไช่
ยกเว้น คำพูด เขียน ของมนุยษ เหล่าวนั้นบังเอิญ ไปตรง กับ มีอยู่จริง ใน พระดำรัส ของพระองค์
หรือ วจนะ ของทานรอซุล (ซล)
วะอาลัยกุมุสสะลามครับคุณmumtaz
ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณสำหรับข้อคิดที่ดีมากครับ