ใช้ Dialogue สอนธรรมะ แนวจิตดูจิต
http://managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=3430&TPN=2
ผม copy บางส่วน มาให้ ดังนี้ :-
ขอโอกาส เป็นผู้เล่าสู่กันฟัง สำหรับงานในวันนี้ค่ะ
ภาคเช้า ผู้บรรยายธรรม อ.วรภัทร์ ภู่เจริญ
ภาคบ่าย ผู้บรรยายธรรม หลวงปู่พุทธะอิสระ
เริ่มภาคเช้าก่อนน่ะค่ะ
ช่วงที่ 1: สอนให้ผู้ร่วมฟังบรรยายเข้าใจพื้นฐานก่อน
- รู้จักแยกกุศล กับ อกุศลก่อน
- ความคิดกระทบจิต แล้วจิตเกิดอาการเป็นอย่างไร ดับอย่างไร โดยใช้อุปกรณ์สื่อการสอนง่าย ๆ คือ เคาะระฆัง เช่น พอความคิดกระทบจิตปุ๊บ จิตเกิดอาการ อจ. ก็เคาะระฆัง เป๊ง หนึ่งที = จิตเกิดอาการ, ให้รีบเอามือไปจับระฆัง เสียงระฆังหยุด = จิตที่เกิดอาการก็ดับไป
- ห้อยแขวนคำพิพากษา ไม่วิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ให้ย้อนดูจิตเราทันที
- Deep listening, อ่านเสียงภายในของตัวเอง
ช่วงที่ 2: เแบ่งกลุ่มทำ workshop เรียนจากของจริง เรื่อง Deep Listening, Voice of Judgement, ห้อยแขวนคำพิพากษา (Suspend of Judgement)
- แบ่งกลุ่ม 4 - 5 คน นั่งล้อมวงกัน ให้คนอายุเยอะที่สุดในกลุ่มเล่าชีวิตในวัยเด็กให้คนในกลุ่มฟังกัน เงื่อนไขคือ คนที่เป็นคนฟัง ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี ตั้งใจฟังอย่างเดียว ห้ามพูดโต้แย้ง และ ให้ฟังเสียงภายในตัวเองไปด้วย ((ช่วงนี้ อจ.วภ จะทำกระป๋องตกบ่อยมาก ประกาศขายลำไยกลางห้อง ทดสอบซะ
)) - กลุ่มเดิม รอบสอง สลับให้คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม เป็นผู้พูดเรื่องทำไมถึงสนใจธรรมะ .. ผู้ฟังก็ทำหน้าที่ฟัง ((กระป๋องตกกระจายกลางห้อง เป็นระลอก ๆ ทดสอบ ๆ
))
พักเบรค ทานน้ำกัน แล้วต่อช่วงที่สาม
ช่วงที่ 3: ทำ workshop ต่อ
- กลุ่มใหญ่นั่งล้อมวงนอกสุด แล้ว อีกวงในนั่งหันเข้าหน้าวงนอก มองหน้ากัน ((มองแบบห้ามเรื่องน่ะ
)) มองแบบเข้าไปถึงข้างใน ไม่พูดอะไรกัน ให้รู้จักกัน ไม่เขิล อ่านเสียงภายในตัวเองไปด้วย - ให้คนที่นั่งวงใน พูดถึงคนชนิดไหนที่เราเกลียดที่สุด แบบว่านึกถึงแล้วจี๊ดขึ้นมาเลย เช่น คนตอแหล คนโกหก.. ส่วนคนที่นั่งวงนอกให้ฟังเค้าพูดอย่างเดียวก่อน..แล้วก็เป็นที่ปรึกษาเค้า หาวิธีพูดให้เค้าหายเกลียดคน ๆ นั้นให้ได้
- รอบต่อไป ให้คนที่นั่งวงนอก พูดถึงเรื่องที่ชอบ ชอบอะไรมากที่สุด แล้วคนวงใน ฟังอย่างเดียว
ช่วงที่ 4: สอนท่ายืนย่อเข่า .. ดูกายว่าเป็นอย่างไร ดูใจไปด้วย
ช่วงสรุป: ให้คนที่มาร่วมฟังบรรยาย และ ทำ workshop เป็นผู้สรุปทีละคนว่า วันนี้ได้อะไรบ้าง ... อันนี้เอมี่จดมาค่ะว่า ผู้ร่วมฟังบรรยายได้อะไรบ้าง
- เห็นจิตเกิดอาการ เช่น รำคาญพูดยาวจัง.. หงุดหงิดเสียงระฆัง เป็นต้น อกุศลให้ตบทิ้ง
- ได้หัดเป็นผู้ฟังบ้าง Deep Listening
- รู้จักห้อยแขวนคำพิพากษา ตื่นเช้าจะหัดเลิกขึ้นบรรลังก์ตัดสินคดี
- มีสติ ฝึกให้รู้เท่าทันความคิด
- ผู้รู้ไม่คิด ผู้คิดไม่รู้
- ได้หันมามองภายใน.. ชอบก็ไม่อิน เกลียดก็ไม่ผลักไส
- โอปนายิโก --> มองใจเรา สำคัญกว่ามองข้างนอก
- รู้จักเผชิญหน้าด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่หวั่นไหว ไม่ตัดสินผู้อื่น
- เอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ลูก ผัว เมีย คือ อาจารย์สอบอารมณ์เรา
- Refugee --> เป็นผู้ลี้ภัยจากวัฏะ
- ปะปน แต่ไม่ปนเปื้อน ((อยู่เหมือนคนทั่ว ๆ ไป แต่ใจไม่ปนเปื้อน))
- ฟังคนอื่นไปเรื่อย ๆ จะคลายสัญญาของเราออก
สรุปที่เด็ด ๆ ลงมาแค่บางส่วนหน่ะ เพราะทุกคนสรุปกันดี ๆ ทั้งนั้น
เดี๋ยวจะลงภาพให้ดูบางส่วนน่ะค่ะ
ได้หัดเป็นผู้ฟังบ้าง Deep Listening
การฟัง ยากกว่า การพูดค่ะ....
อยากให้คนรอบข้างตั้งใจฟัง มากกว่า แย่งกันพูด
เพราะ...สติถดถอย กิเลสครอบงำ...มุ่งแต่ฟาดฟัน ให้ชนะกันไปข้างหนึ่ง
สุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย...
ด้วยความเคารพ
ผู้รู้ไม่คิด
ผู้คิดไม่รู้
สาธุครับ เราจะเจอแต่คนที่ คิดว่ารู้ เยอะ แต่ก็ยากนะ ที่จะให้เขารู้ว่า กำลังหลงคิด เขาไม่ผิดหรอกที่ไม่รู้
ตามผลงาน อาจารย์มานาน รู้สึก ควรแบ่งปันบ้าง ไม่ใช่อ่านอย่างเดียว**ไว้มีอะไร สงสัย จะถามพวกพี่ๆในนี้ด้วย
แวะมาชมค่า