๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

ผมซื้ออาหารสุนัขสำเร็จรูปไว้ให้เจ้าสองตัวตามคำแนะนำของอาจารย์ผม เพราะว่าสะดวกที่สุด แถมเตรียมจานให้อาหารไว้ ๒ ใบ กะว่าจะให้เป็นจานประจำตัวของมันแยกกัน

พอจานแรกวางลง เจ้าโซดาพุ่งเข้ามา แล้วสวาปามอย่างหมาหมาทันที หมดมาดกุลสตรีที่พึงมีไปสิ้น  แล้วพอผมวางจานที่สองให้เจ้าชาเย็น  แม่สาวน้อยตัวดีก็หันขวับมาจัดการอาหารในจานใหม่อีก  แสดงท่าทีความเป็นเจ้าของทั้งสองใบอย่างชัดเจน  ส่วนเจ้าชาเย็นได้แต่เดินเลียบๆเคียงๆ ตาละห้อย  จนคุณหนูโซดาเธออิ่มแปร้แล้วนั่นแหละ ถึงจะค่อยๆย่องเข้ามาแอบกินสิ่งที่เหลือในจานทั้งสองอย่างสุภาพ เป็นอันว่าผมหมดหวังที่จะแยกจานของมันตามที่ตั้งใจไว้ 

ผมเห็นความแตกต่างในเจ้าสองตัวอีกแล้ว

 

คุณหนูโซดากินอย่างหมาจริงๆ แทบไม่หายใจ กลืนเอากลืนเอา อาหารติดปากติดหนวด หกเลอะเทอะออกมานอกจาน ละเลงจนเละเทะ หัวดุนจานเลื่อนไปทั่วบ้าน

  

ตรงกันข้าม สุนัขวัดเก่าอย่างเจ้าชาเย็น กลับค่อยๆละเลียดกินอาหารทีละเม็ดอย่างผู้ดี ราวกับกลัวว่าอาหารในจานจะบอบช้ำ จะเลอะเทอะก็เป็นส่วนน้อย

 

ผมยังมีทีเด็ดเอาไว้มัดใจเจ้าสองตัว กะว่าแกต้องรักฉันอยู่หมัดในวันแรกให้ได้ โดยการเตรียมกระดูกเทียมเอาไว้ให้มันแบ่งกันแทะ  ซื้อมาหนึ่งถุงมีสามอัน

คงพอจะเดาได้นะครับว่า ทั้งสามอันจะตกเป็นของเจ้าตัวไหน

ครับ เจ้าโซดางับชิ้นแรกในจานที่ผมหย่อนลงไปตามฟอร์ม แน่นอน lady first  พอชิ้นที่สองใส่อีกจานนึง เธอก็มางับไปอีก คราวนี้พอถึงอันที่สาม ผมต้องยื่นใส่ปากให้เจ้าชาเย็นโดยตรง มันงับได้เสร็จก็วิ่งจู๊ดไปตั้งหลักอยู่ไกลสุดๆพักใหญ่ ตามในรูปข้างล่าง ก่อนที่คุณหนูโซดาจะตามไปราวี แย่งมาจากปากเห็นๆต่อหน้าต่อตา

ผมตะโกน ไม่ ไม่ ไม่  จนเสียงแหบ มันไม่ฟังผมสักนิด เลยถูกเขกหัวไปสามที

เจ้าชาเย็นก็ได้แต่มองตาปริบๆ ตามเคย

แล้ววันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมได้เห็นกระดูกเทียมทั้งสามชิ้น  มันตัวใดตัวหนึ่งต้องเอาไปขุดหลุมฝังเป็นมหาสมบัติส้่วนตัวเป็นแน่แท้

คนที่มีโอกาสดีกว่า ได้ทีก็กอบโกยเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าอยู่เรื่อย มีแล้วก็ไม่รู้จักพอ ต้องมีมากกว่าเดิม มิน่านะครับ เขาถึงเปรียบว่า นิสัยเหมือนหมา