วันนี้ดิฉันเข้าที่ทำงานไป พบเด็กปี ๔ ก็ได้รับข่าวดีว่า เมื่อวานน้องๆ ปี ๓ กับดร.พิสณฑ์เอาเจ้าโครงถักตัวที่วางอยู่หน้าป้ายคณะฯ ไปแข่งขันสะพานเหล็กอุดมศึกษา ประจำปี ๒๕๕๑ ที่ม.ศรีปทุม แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศ

เมื่อเย็นวันที่ ๒๒ มกราคมที่ผ่านมา ดิฉันเดินลงมาจากภาควิชาฯ กำลังจะกลับบ้าน ก็สะดุดตาเห็นเจ้าโครงถักตัวนี้วางอยู่หน้าตึก ก็เลยถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก

http://gotoknow.org/file/drkamie/trusses.jpg 

ส่วนเจ้ารูปโครงถัก ๓ รูปข้างบนนี้ สองภาพแรกเป็นภาพโครงถักหลังคาของสุวรรณภูิมิค่ะ ส่วนอีกรูปทางขวาเป็นโครงหลังคาสถานีรถไฟฟ้า BTS  เอามาประกอบให้ดูหลายๆ แบบค่ะ

 

พอหันไปมองในห้องปฏิบัติการ ก็เห็นนักศึกษาปี ๓ ปี ๔ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา หลายๆ คน กำลังรุมกันจัดโครงถักอีกตัวหนึ่งให้เข้าที่ เพื่อกดทดสอบการรับน้ำหนัก

http://gotoknow.org/file/drkamie/steelbridge1.jpg

 

ก็เลยขอเด็กๆ ถ่ายภาพ เลยได้เห็น ดร.พิสณฑ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา กำลังก้มหน้าก้มตากันจัดโครงถักให้เข้าที่  แต่พอบอกว่าจะขอถ่ายภาพ ก็เลยได้ shot หันมายิ้มมองกล้อง เห็นหน้าเห็นตากันหน่อย ^ ^

 

วันนี้ (๒๖ มกราคม ๒๕๕๑) ดิฉันเข้าที่ทำงานไป พบเด็กปี ๔ ก็ได้รับข่าวดีว่า เมื่อวานน้องๆ ปี ๓ เอาเจ้าโครงถักตัวที่วางอยู่หน้าป้ายคณะฯ ไปแข่งขันสะพานเหล็กอุดมศึกษา ประจำปี ๒๕๕๐ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ม.ศรีปทุม แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศ 

 

ขอปรบมือดังๆ ให้กับทีมงานนักศึกษา และคณาจารย์ ของภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

 

วันที่ดิฉันถ่ายภาพ คิดอย่างเดียวว่า "เห็นเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมก็ดีใจแล้ว"  เพราะเด็กๆ จะได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้การสร้าง การพัฒนาต่างๆ เตรียมตัวเป็นวิศวกร ...  แต่ถ้าได้รางวัลมานี้ถือเป็นกำไร เพราะนอกจากเด็กๆ จะได้ความรู้แล้ว ยังได้ความภาคภูมิใจ และ self esteem (คุณค่าของตน) ด้วยค่ะ

 

ท่านที่สนใจกฎกติกาการแข่งขัน สามารถดูได้ที่นี่ค่ะ (ที่มา ภาควิชาิวิศวกรรมโยธา คณะิวิศวกรรมศาสตร์ ม.ศรีปทุม) 


<hr width="100%" size="2"><h4>ข้อมูลเพิ่มเิติม</h4>

เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับหัวหน้าภาควิชาฯ ดร.นิรันดร์ เลยได้รายละเอียดเบื้องหลังมาเสริมกันค่ะ ดร.นิรันดร์นอกจากเป็นหัวหน้าภาควิชาแล้ว เป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษาหลักๆ ให้กับนักศึกษาในการแข่งขันสะพานเหล็กในทุกๆ ปีด้วยค่ะ  แต่ไม่มีรูปเพราะอาจารย์เน้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ^ ^

อ.นิรันดร์เล่าว่า เิดิมมีนักศึกษามาขอทำโครงการนี้ ๔ กลุ่ม แต่ว่ากฎให้ส่งได้เพียง ๒ กลุ่ม ตามที่เห็นเป็นโครงถัก ๒ ตัว โดยกฎการแข่งขัน สรุปแบบง่ายๆ คือ

  • มีขนาดช่วงสะพาน หรือความสูงสะพานไม่เกินที่กำหนด

  • รับน้ำหนักได้อย่างต่ำ ๑ ตัน หรือ ๑๐๐๐ กิโลกรัม

  • น้ำ้หนักที่สะพานรับได้จะถูกนำไปเทียบกับน้ำหนักสะพาน

  • ถ้าสะพานตัวไหนได้ขนาด รับน้ำหนักได้อย่างต่ำ ๑ ตันและรับน้ำหนักได้มากที่สุดเทียบกับน้ำหนักตัวสะพานเองถือว่าชนะ

ตัวโครงถักที่วางอยู่หน้าป้ายคณะวิศวฯ (ตัวที่ชนะเลิศ) เรียกว่า K Truss (ตามลักษณะของการต่อโครงถักที่จะเห็นเป็นตัว K)  อ.นิรันดร์เล่าว่าโครงถัก K ตัวนี้โดยรวมมีน้ำหนักมากกว่าโครงถักที่กำลังถูกทดสอบอยู่ในรูปเท่าตัว  ดิฉันก็เลยถามว่าแล้วทำไมตัว K Truss ถึงชนะเลิศ ทั้งๆ ที่อีกตัวหนึ่งเบากว่าและรับน้ำหนักได้อย่างต่ำ ๑ ตันแล้ว ...

เห็นบอกว่ามีการเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับขนาดความสูงของตัวสะพานเล็กน้อยตอนไปแข่ง ทำให้โครงถักตัวที่เบากว่าไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว  แต่อย่างไรก็ดีเจ้าโครงถัก K ก็ชนะเลิศมาอยู่ดี... ขอแสดงความชื่นชมทีมงานนักศึกษาและอาจารย์อีกครั้งหนึ่งค่ะ