“ปราสาทตาพรหม “ มีสภาพพังทลายของตัวปราสาท ก้อนหินก้อนใหญ่ๆถล่มลงมาทับถมกันเกือบทั่วบริเวณ และมีสิ่งที่เป็นจุดเด่นของปราสาทที่นี่ก็คือ มีต้นไม้แผ่ราก แผ่กิ่งไชชอนเข้าไปรัดโอบก้อนหินของปราสาท ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานนับร้อยๆปี ต้นไม้ที่นี่อายุเก่แก่เลยมีขนาดใหญ่มาก

ผู้คนจะคุ้นตาภาพของปราสาทหลังนี้ แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักชื่อ หรือจำชื่อของปราสาทนี้ไม่ได้   เป็นปราสาทที่มีความดังไปทั่วโลก เพราะปราสาทหลังที่ว่านี้เป็นฉากในภาพยนตร์ผจญภัยเหนือจริง เรื่อง Lara Croft – The Tomb Raider     ที่แสดงโดย ดาราสาวสุดสวยและเซ็กซี่ แองเจลีน่า โจลี 

 

ปราสาทตาพรหมมีสภาพพังทลายของตัวปราสาท ก้อนหินก้อนใหญ่ๆถล่มลงมาทับถมกันเกือบทั่วบริเวณ และมีสิ่งที่เป็นจุดเด่นของปราสาทที่นี่ก็คือ มีต้นไม้แผ่ราก แผ่กิ่งไชชอนเข้าไปรัดโอบก้อนหินของปราสาท ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานนับร้อยๆปี ต้นไม้ที่นี่อายุเก่แก่เลยมีขนาดใหญ่มาก

  

 

With its millions of knotted limbs, the forest embraces the ruins with a violent love

Elie Faure, Mon Periple

   

 

มีผู้เขียนไว้ว่า ต้นไม้ นี้เรียกกันว่า ต้นสะปง ในไทยเรียกว่า ต้นสมพงษ์ฝรั่งเศส เรียกว่า Epongeหรือ Spongeในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าฟองน้ำ หรือโปร่ง ยุ่น  เป็นการอยู่ร่วมกันแบบสมพงษ์ตามชื่อ  แยกกันไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งดูสวยและขลังดี  การแยกตัดต้นไม้และรากออก จะทำให้ก้อนหินที่มันเกาะกุมอยู่ ไร้ที่ยึดเหนี่ยว ก็จะโค่นล้มลงได้ 

   

ทางวิชาการชี้ว่า ป่าเขมรอยู่ในเขตมรสุม เมื่อเหล่าวัด ปราสาทหินถูกทิ้งร้าง ป่าจึงเข้ายึดพื้นที่(คืน) โดยมีพืชจอมทำลายอยู่สองชนิด ที่ก่อความเสียหาย พังทลาย แก่ปราสาทหินของเขมรนั้น ไม่ทราบว่าชนิดใดคือ ต้นสะปง

·       Strangler Fig (Ficus gibbosa) เจ้าต้นนี้มีผู้เรียกว่า Fig จอมรัด นำเสนออ้อมกอดมรณะ ที่จริงเป็นความรักดุเดือดที่ทำลาย มากกว่าจะเป็นความสมพงษ์ของหินกับต้นไม้

·       Silk-Cotton Tree (Ceiba pentandra) ต้นไม้ชนิดนี้ จะมีสีซีดขาวและขนาดใหญ่กว่า ฟิกจอมรัด

 เมล็ดของพืชทั้งสองชนิดจะถูกนำไปยังปราสาทหินร้างต่างๆโดย นก กล่าวคือ นกกินลูกไม้พวกนี้พอมาเกาะพักตามหลังคาปราสาท หรือกำแพง ถ่ายมูลไว้ เมล็ดก็จะงอก ทะลุทะลวงลงไปตามรอยต่อ หรือ งอกงามปิดห้อมล้อม คลุมสิ่งก่อสร้างส่วนนั้น 

เมื่อต้นไม้ค่อยๆเติบโต รากหนาใหญ่ขึ้น หินก็ถูกดันให้เคลื่อนออกจากจุดเดิม หรือเมื่อต้นไม้ตาย รากก็จะเน่า หินไม่มีอะไรยึด ก็พังทลายลง ภาพปราสาทที่พัง เห็นก้อนหินล้มทับกันระเกะระกะ แล้วยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่มาโอบก้อนหิน ดูเหมือนสภาพของดินแดนสนธยาอันลึกลับ

  

ปราสาทตาพรหม  เป็นศิลปแบบบายน  สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7ซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นในปีพ.ศ.1729 หลังขึ้นครองราชย์ได้ราว 5 ปี สร้างขึ้นในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน อุทิศถวายแด่พระมารดาของพระองค์ คือ พระนางชัยราชจุฑามณีที่สิ้นพระชนม์ไป ชื่อเดิมของศาสนสถานแห่งนี้คือ ราชวิหาร หรือวัดของพระราชา (แต่ในปัจจุบันเรียกกันว่า ตาพรหม ซึ่งแปลว่าพระพรหมผู้เฒ่า)

<p>
ปราสาทตาพรหมมีขอบเขตกว้างใหญ่คล้ายกับเป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง เพราะมีชุมชนตั้งอยู่ในเขตของศาสนสถานด้วย จารึกปราสาทตาพรหม กล่าวว่า มีผู้คนอาศัยอยู่ถึง 12,640 คน มีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ 18 รูป มีพระสงฆ์ 2,740 รูปและเณรอีก 2,232 รูป ปราสาทตาพรหมเป็นศาสนสถานที่มีความมั่งคั่งมากเพราะได้รับผลประโยชน์จากหมู่บ้านที่ตั้งอยู่รอบนอกถึง 3,140 แห่ง </p>
<p>กล่าวว่าปราสาทตาพรหมนั้น การก่อสร้างก็ทำเพียงหยาบๆ และรูปทรงก็ไม่ได้สัดส่วนงดงาม ซึ่งต่างจากสมัยก่อนๆ นักประวัติศาสตร์ศิลปะที่ศึกษาศิลปเขมรจึงกล่าวว่า สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เริ่มแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยทางศิลปะสถาปัตยกรรม </p><p>
 ปราสาทตาพรหมมีภาพสลักในพุทธศาสนาที่สำคัญ 3 แห่ง คือ
1.
ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติตอนเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
2.
ภาพพุทธประวัติตอนมารวิชัย
3.พุทธประวัติในช่วง 7 สัปดาห์หลังการตรัสรู้  </p>

 

</span><p>
 
การชมปราสาทตาพรหมต้องเดินไกลสักหน่อยเพราะตัวปราสาทนั้นสร้างอยู่ใจกลางกำแพงที่ล้อมรอบมีความกว้าง 700 เมตร ยาว 1,000 เมตร ซึ่งหมายความว่าต้องเดินไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร  </p><p>กว่าจะถึงกำแพงปราสาทก็เดินไกล เขาทำทางเดินกว้างผ่านทะลุป่า เดินเข้าชมทางหนึ่งแล้วไปโผล่ที่ทางออกอีกด้านหนึ่ง เดินกันหอบ ก่อนถึง ขาเข้าไปเจอวงดนตรีแบบเขมรเดิม เล่นโดยคนพิการจากการโดนกับระเบิด ตั้งที่นั่ง ที่เล่น กันใต้ร่มไม้เป็นเรื่องเป็นราว คงได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ </p><p>เดินไปอีกหน่อย เห็นฝรั่งยืนดูกลุ่มเด็กๆผู้หญิงเขมร อายุไม่กี่ขวบ ขะมุกขะมอม เขาเอาใบไม้มาเย็บสวมหัวเป็นหมวกยืนริมทาง ร้องเพลงแล้วทำท่ายกมือ ยกไม้ น่าเอ็นดู กำลังจะถ่ายรูป ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ขี่จักรยานมา เด็กๆเลยวิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในป่า แต่พอเจ้าหน้าที่ไป เราเดินเลยมาไม่เท่าไหร่ มีอีกกลุ่มโผล่ออกมาจากป่า เป็นกลุ่มเด็กผู้ชาย มีหมวกใบไม้เหมือนกัน ออกมาร้องเพลง รีบถ่ายรูปไว้ได้ เด็กพวกนี้ไวมาก พอเจ้าหน้าที่มาก็แว๊บหายเข้าไปในป่า ดูหน้าตาน่าสงสารร้องเพลงไปด้วย ระวังไปด้วย </p><p> </p><p> </p><p>ชมเสร็จร้อนและหมดแรง คณะพากันออกมาหาน้ำมะพร้าวดื่ม ชอบใจเห็นเขาเฉาะปากมะพร้าวเป็นแฉกสามเหลี่ยม ไม่เคยเห็นแบบนี้ในบ้านเรา แต่เหมือนที่เคยเห็นที่บราซิล พอดื่มน้ำหมด ขอให้เขาผ่า เพราะเราอยากทานเนื้อมัน เขาแถมถากเปลือกแข็งด้านข้างมาทำช้อนตักให้ด้วย </p><p>   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ได้กลับไปทานกลางวันที่ตัวเมืองเสียมเรียบ เป็นบริเวณที่พัฒนาเป็นย่านร้านอาหารแบบทันสมัย แนวรับนักท่องเที่ยวฝรั่ง ตกแต่งเก๋ไก๋ สวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตลาดเก่า ซึ่งอยู่เลียบแม่น้ำ ขอปิดท้ายด้วยอาหารสวยงามสองจาน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จานแรก คือ ยำมะม่วงปลากรอบ เสิร์ฟมาในกาบหัวปลี อร่อยมาก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> </p><p> </p><p>อาหารจานหลักกลับเป็นหมูต้มซีอิ๊วกับมีแครอท ดูไม่สวยเท่าไหร่และไม่เป็นเขมร เลยไม่ได้เก็บภาพมาให้ชม  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จานสุดท้ายคือ ของหวาน เป็นผลไม้ย่าง ราดด้วย น้ำหวานๆเค็มๆ เหมือนน้ำราดกล้วยปิ้งบ้านเราเลย แต่เขาคุยว่าใช้น้ำผึ้งป่าจากเขาพนมกุเลน ที่เป็นแหล่งหินทรายนำมาสร้างปราสาททั้งหลายในอังกอร์
Dessert 
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รสชาติอาหารคุ้นปาก หมดทุกจานค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม้เพียงช่วงเวลาไม่กี่วันที่เสียมเรียบ เราก็ได้ความรู้มากมาย ที่สำคัญได้ทำความรู้จักเพื่อนบ้านของเราดีขึ้น มากพอที่เราจะชื่นชม เข้าใจ และประทับใจกับประวัติศาสตร์ของเขาและความเป็นเขาในปัจจุบันด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> หมดเรื่องกิจกรรมคร่าวๆจากเสียมเรียบแล้วค่ะ ครั้งหน้าไปที่ พนมเปญ กันนะคะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(เห็นคำผิดเลยเข้ามาแก้และปรับชื่อเรื่องให้น่าตื่นเต้นขึ้นอีกนิดค่ะ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๑)</p>