บางหมู่บ้านบนฝั่งโขงนั้นต้องเดินทางไปด้วยเรือเท่านั้น ยกเว้นการเดินเท้าที่ไปไหนๆก็ได้ มีเรือรับจ้างสามแบบ เรือบนสุดนี้อาจจะเรียกว่าเรือโคตรเร็ว หรือจะเรียกว่า Bullet boat ใครที่ขวัญอ่อนขอแนะนำให้เตรียมหมอเรียกขวัญไว้ตอนขึ้นบกด้วยนะครับ

   

 

เราเลือกเรือลำใหญ่ที่สุดภาพล่างนั่นแหละครับ นั่งกัน 10 คนสบายๆ เจ้าของเรือแถมเอาเก้าอี้มาให้นั่ง ใครอยากนอนก็มีเสื่อปูครับ

    

 

เราผ่านจุดน้ำหมุน เราพบแม่น้ำโขงถูกแบ่งเป็นสองเส้นทางด้วยภูเขาลูกย่อมๆ ให้เราตื่นเต้นเล็กๆ ส่วนเจ้าถิ่นนอนดูฟ้ากันเฉยเลย

    

เราเห็นไม้ไผ่ยื่นออกมาจากแท่งหินใหญ่ ดูเกะกะเส้นทางเดินเรือ แต่นั่นก็เป็นอาชีพของพี่น้อง ชายคนนั้นนั่งตกปลา นักธุรกิจเห็นคงคิดในใจว่า ....นี่กว่าจะได้สักตัวใช้เวลาทั้งวันหรือเปล่า  ทำไมไม่เอาเวลานั้นไปทำอาชีพอื่นที่ได้เงินมากกว่า อยากกินปลาก็เอาเงินนั้นไปซื้อมาซิ... แต่ไม่ใช่ คุณครับ...เวลาเป็นของเรา ชีวิตเป็นของเรา... 

  

ระหว่างเดินทาง เราเห็นเรือใหญ่กำลังเอาท่อนซุงมาใส่จนเต็ม เราถามว่าเป็นไม้อะไร เขาบอกว่าไม้ยางนา  จะขนส่งไปเมืองไทยโดยทางเรือ ....คุณครับ...ทรัพยากรธรรมชาติถูกมนุษย์บริโภคตลอดเวลา.....แล้วเราทำอะไรคืนสู่ธรรมชาติบ้างเล่า...

   

เราไม่เห็นสัตว์เลี้ยงอื่น เช่น วัว ควาย แต่เราเห็นแพะสองตัวแม่ลูกเดินชายหาด  เราเห็นฝูงใหญ่ คงชวนกันไปหาอาหารอร่อยๆกินกัน ส่วนตัวกลางอ้วนๆนั่น เราเห็นในหมู่บ้านกำลังมีท้องใหญ่ คอยออกน้องแพะออกมาน่ะซี เขากล่าวว่า ...แพะเขากินทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นทราย หิน เหล็ก... 

<p>  </p><p></p><p>ใครจะไปรู้บ้างว่าเวลาที่ท่านกินผัดไทย แล้วมีชิ้นหัวปลีแนมมาด้วยนั้น มันอาจจะเป็นหัวปลีที่มาจากเมืองไชยบุรีนี่ก็ได้ เพราะผมเห็นเกือบครึ่งภูเขาเป็นดงกล้วยป่า  ชาวบ้านบอกว่ามันขึ้นเองตามธรรมชาติ บนพื้นที่ที่เคยใช้ปลูกข้าว ใช้ปลูกพืชไร่มาก่อน  เมื่อทิ้งใว้เฉยๆ กล้วยป่าก็เติบโตขึ้นมา ชาวบ้านก็เก็บหัวปลีนี้ไปขาย ผมเคยเห็นใส่ถุงปุ๋ยเต็มรถ 6 ล้อ เขาไปส่งหลวงพระบาง เวียงจันทร์ และฝั่งไทย...ป่าคือแห่ลงผลิตอาหารธรรมชาติให้มนุษย์ได้เอร็ดอร่อย แต่คนที่อร่อยนั้นไม่ทราบเลยว่าวัตถุดิบชิ้นนี้เดินทางมาจากไหน ใช้เวลานานเท่าใด ใช้ระยะทางเท่าใด หรือ คุณ..จะไปรู้ทำไม แค่เอาเงินจ่ายแล้วเสพความอร่อย ก็แค่นั้นคิดอะไรกันมากมาย...มีเรื่องคิดมากมายแล้ว...  </p><p> </p><p></p><p>เช้าวันที่เราเดินทาง ไกลออกไปบนยอดดอยนั้นหมอกยังปกคลุมเต็มไปหมด อากาศเย็นสบาย ออกหนาวนิดๆ สายตาเราเสพสุขกับธรรมชาติส่วนนั้น..มีสักกี่คนที่มาดื่มด่ำสิ่งเหล่านี้ ที่สำคัญกว่า ภาพเหล่านี้จะมีโอกาสเกิดให้เห็นอีกบ่อยๆแค่ไหน ก็โลกมันเปลี่ยนแปลงไปมิใช่หรือคุณ  หากธรรมชาติขาดความสมดุล เขาก็จะปรับตัวใหม่ หาความสมดุลใหม่  ไม่มีใครบอกได้ว่าความสมดุลใหม่นั้นเป็นเช่นไร ... คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าความสมดุลนั้นจะมีความสวยงามเช่นนี้อยู่อีก...</p><p></p><p>   </p><p></p><p>เราเดินขึ้นหมู่บ้านเป้าหมายที่เป็นชนเผ่า ลาวเทิงคือลาวที่อยู่อาศัยบนที่สูง  โดยวิถีชีวิตของเขา  แต่นโยบายรัฐบาลที่ปกครองด้วยลัทธิหนึ่ง สั่งให้ลงมาจากยอดดอย มารวมตัวกันบนเชิงเขา เหตุผลที่รับทราบคือ "ง่ายต่อการเข้าไปพัฒนา" ?? หมู่บ้านนี้เพิ่งจะลงจากยอดดอยมาได้ 7 ปี และถูกน้ำท่วมไปหนึ่งครั้ง สภาพอาคารบ้านจึงเป็นเพียงบ้านไม้ไผ่  ...แต่บ้านสวยงามหลายสิบล้านในเมืองใหญ่ มิได้บอกว่าผู้เป็นเจ้าของจะเป็นคนดีของสังคม  และบ้านที่ซอมซ่อด้วยไม้ไผ่เช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อาศัยด้านในบ้านจะเป็นผู้ร้ายของแผ่นดิน มิใช่เลย....ใจงามนั้น ไม่เสมอไปที่กายจะต้องอยู่ในบ้านหลังงาม...  </p><p></p><p></p><p>รัฐบาลส่งเครื่องมือสอนหนังสือเด็กมาเพียงสองผืนคือ อักษรลาวและลักษณะการสะกดอักษร ทั้งหมู่บ้านมีเพียงนายบ้านเท่านั้นที่พูดและเขียน อ่านได้ นอกนั้นไม่ได้เลย...  </p><p>      </p><p></p><p>ก่อนจะมาหมู่บ้านลาวเทิงนี้ เพื่อนได้ซื้อน้ำอ้อยงบ ที่ใส่กะทิและถั่วลงไปด้วย ผมเอาติดตัวไปด้วย กะว่าหากไม่มีอาหารมังสวิรัติผมก็จะกินข้าวเหนียวกับน้ำอ้อยนี้...แต่สาวน้อยแม่ลูกอ่อนอายุเพียงสิบหกคนนี้ ไร้เดียงสาเหลือเกิน ดูตาเธอสิครับ เธอเอาลูกน้อยไปกับเธอตลอด เมื่อถึงมื้อกลางวันผมเห็นในมือเธอกำข้าวเหนียว ก้อนใหญ่  แต่ไม่มีกับข้าวใดๆเลย ผมจึงเดินไปหาเธอถามว่า กินข้าวเหนียวกับอะไร..เธอไม่ตอบ แต่แบมือออกมา...คุณครับ...มันแค่ข้าวเหนียวกับเกลือ...ผมถามต่อว่า เด็กๆกินอะไร เธอปริปากบอกว่า เหมือนกัน....สำนึกผมบอกว่าเอาน้ำอ้อยงบนั้นให้เธอไปเถอะ... มันมีค่าต่อสุขภาพเธอมากกว่าสุขภาพตัวผมมากมายนัก....  ผมจากเธอมาด้วยความคิดอะไรมากมาย..  </p><p></p><p></p><p>  </p><p></p><p>ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามนั้น บ่ายห้าโมง มี อีเกิงข้างขึ้นสวยงาม แล้วก็มีวัตถุบินได้ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี่ล้ำยุค ... มนุษย์ซีกโลกหนึ่งก้าวหน้าไปสู่มิติไกลเกินความเป็นพื้นฐาน แต่ที่แห่งนี้ปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตยังไม่เพียงพอเลย.....นี่คือความไม่สมดุลของโลกใช่ไหม...คุณ </p><p></p><p>  </p><p></p><p>ผมมองลงไปที่ชายฝั่งแม่น้ำโขง และลำคลองสาขา  ธรรมชาติส่งมอบทรายมหึมามาอยู่ที่ชายฝั่งติดหมู่บ้านแห่งนี้ มันมากเสียจนไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรได้หมดสิ้น ไหนว่ามีคนรับซื้อทรายเอาไปก่อสร้าง  มาซื้อที่นี่บ้างซี จะได้ใช้แรงงานเราแลกกับรายได้ เพื่อหาสิ่งของจำเป็นแก่ชีวิตมา...แต่ไม่เห็นมีใครมาซื้อเลย..คุณนั่นแหละที่เห็นความสวยงามของมัน  ชาวบ้านเองรึ มันก็เป็นเพียงทรายที่แม่น้ำโขงพัดพามา ก็เท่านั้น....</p><p></p><p>   </p><p></p><p> ใกล้ค่ำเต็มทีแล้วเรายุติการทำงาน ลงเรือย้อนขึ้นไปยังจุดนัดหมาย ภาพสาวน้อยแม่คนใหม่ที่กินข้าวเหนียวกับเกลือยังอยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา....เราเห็นความสวยงามของภูเขาสองข้างทางนั้น ที่ซ่อนความยากจน ความขาดแคลน ของชีวิต  ผมเอาความสวยงามมาฝากคุณครับ และเอาเสี้ยวส่วนของชีวิตพี่น้องลาวเทิง ผู้ร่วมโลกมาฝากด้วยครับ...</p>