การปรากฏของภพมนุษย์ ชมพูทวีป
การปรากฏเริ่มต้นเดิมแท้นั้น ไม่ปรากฏ ดังที่พระศาสดากล่าวไว้ว่า สังสาระนี้ไม่ปรากฏเบื้องต้นเบื้องปลาย ก็ด้วยว่าหมู่สัตว์เวียนวนอยู่อย่างนี้เป็นรอบๆ เหมือนอย่างวงกลม ในการเขียนวงกลมนั้น ในจุดเริ่มต้นที่ขีดเส้นรอบวงอยู่ ยังเห็นเบื้องต้น แต่เมื่อขีดวงกลมครบรอบแล้ว เบื้องต้นเบื้องปลายก็ไม่ปรากฏ จะหยิบจับส่วนไหมมากล่าวว่าต้นว่าปลายก็ไม่สมควร หาไม่พบ เพราะความทับถม
การปรากฏภพมนุษย์ในแรกสุดจริงๆจึงไม่มีคำตอบปรากฏ ที่ที่จะปรากฏได้ก็โดยอาศัยสมมติว่า สมมติว่า หลังจากกัปป์วินาศไปก็แล้วกัน แล้วกัปป์เริ่มเจริญขึ้นนี่ จึงค่อยๆไล่กาลเวลาไปโดยลำดับ ตั้งแต่ก่อนปรากฏมนุษย์ในโลก จนปรากฏมนุษย์ในโลก เมื่อเห็นเหตุการณ์แล้ว จึงค่อยพิจารณาหาเหตุปรากฏ
ก็เหมือนอย่างว่า เราตามสังเกตพฤติกรรมของทุกข์ หรืออาการของทุกข์ เริ่มแต่ก่อนเกิดทุกข์ ตอนที่ทุกข์กำลังเกิดปรากฏ ตั้งอยู่ และกำลังเสื่อม แล้วดับไป เมื่อเห็นอาการของทุกข์ชัด จึงค่อยพิจารณาเห็นเหตุที่ชัดได้ หากเห็นอาการของทุกข์ไม่ชัด เหตุของทุกข์ก็จะปรากฏไม่ชัด
ความข้อนี้ เป็นธรรมดาในลำดับการเข้ารู้สิ่งต่างๆ คือ การสังเกตอาการก่อน เห็นอาการชัด จึงจะหาเหตุที่ชัดได้ หากว่า นักวิทยาศาสตร์เห็นการเกิดของโลก การตั้งอยู่ของโลก และการดับของโลกครบวงจรไปจนมันเกิดใหม่ ก็จะหาเหตุเกิดโลกได้ แต่โชคไม่ดี นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็เกิดมาจากความไม่รู้ ตอนที่เคยเกิดเป็นพรหมอยู่ ก็คงจะเคยเห็นการเกิดการตายของโลกมนุษย์ได้ แต่ ในตอนไปเป็นพรหม นิสัยนักวิทยาศาสตร์จะยังอยู่ไหมไม่ทราบ อาจจะสุขจนเพลิน จนลืมสังเกตการเปลี่ยนแปลงเป็นไปของโลก หรือว่า ถ้าตอนเป็นพรหมเฝ้าสังเกตอยู่ แต่พอมาเป็นมนุษย์เข้าจริงๆ กลับลืมหมด ก็เพราะไม่สามารถจะข้ามพ้นอำนาจบีบคั้นของภพได้ การละภพหนึ่งสู่ภพหนึ่ง ทำให้ละความจำไปด้วย ความรู้ก็เลยลืมไป หนำซ้ำ ลงมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ก็ไม่รู้วิธีการนำความจำเก่าๆนั้นกลับคืนมาอีก แม้เคยรู้แล้ว มันก็ปรากฏเหมือนกับไม่เคยรู้เลย เมื่อมันอยากรู้ มันก็ค้นหาวิธีการจะเข้ารู้ ว่า เอ...โลกกลมๆนี้ เกิดมายังไงนะ ตั้งอยู่ยังไงนะ นานแค่ไหนนะจึงจะดับไป ดับไปแล้วจะเกิดใหม่ไหมนะ แล้วจะเกิดใหม่ยังไงนะ จะมีสภาพยังไงนะ? ปัญหาเกิดมากมาย อาศัยความไม่รู้ในการเข้ารู้ จึงอาศัยอายตนะอย่างหยาบเข้ารู้ คิดค้นประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยขยายวิสัยหูวิสัยตาของตน เพราะเมื่อหูดีตาดีแล้ว ก็สังเกตเห็นกว้างเห็นไกลเห็นละเอียด ทำให้ได้ฐานข้อมูลมาพิจารณามากก็จะผิดน้อยลง
สิ่งที่ฤาษีมีต่างจากนักวิทยาศาสตร์พวกนี้ ก็คือ วิธีปฏิบัติเพื่อให้ได้ความรู้เท่านั้น สิ่งที่ฤาษีด้อยกว่าในการเผยแพร่ความรู้ก็ที่ การแสดงความน่าเชื่อถือของการเข้ารู้ในแบบฤาษี ก็เพราะว่า สมาคมฤาษีไม่มีชื่อเสียงเหมือนสมาคมนักวิทยาศาสตร์ และโลกมนุษย์ก็ไม่ให้ความสนใจวิธีการเข้ารู้อย่างฤาษีเสียด้วย
มาถึงเรื่องการจินตนาการการปรากฏภพมนุษย์ อันนี้ก็ต้องอาศัยสุตตะ
สุตตะ มาจากอัคคัญญสูตร มีความโดยย่อว่า เมื่อกัปป์กำลังเจริญ สัตว์โดยมากที่อยู่ที่อาภัสสรพรหมสังเกตเห็นเข้าแล้วใคร่รุ้ จึงลงมาดูแล้วกินง้วนดินเข้า จึงปรากฏความเป็นมนุษย์ขึ้นในโลกนี้ แต่นั้น จึงค่อยปรากฏเพศ ปรากฏการเสพสังวาส แล้วก็จึงปรากฏการเกิดในโลกมนุษย์ตามแบบการเกิดในครรภ์ เกิดพัฒนาเป็นสังคมย่อยๆ แล้วก็มีผู้นำ มีกษัตริย์ มีราชาปรากฏ มีพราหมณ์ปรากฏ อย่างนี้เป็นต้น
รายละเอียด อ่านเอาในลิงค์นี้นะครับ อัคคัญญสูตร
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=11&A=1703&Z=2129
มีคำถามว่า
1.) อะไรทำให้พรหมเหล่านั้นลงมากินง้วนดินในเมื่อกัปป์กำลังเจริญอยู่?
2.) อะไรทำให้สัตว์โดยมากขึ้นไปเป็นพรหมอาภัสรา ในเมื่อกัปป์กำลังวินาศอยู่?
3.) อะไรทำให้กายพรหมที่กินง้วนดินหยาบมาเป็นมนุษย์ได้?
4.) แล้วรูปแห่งพรหมเหล่านี้ หน้าตาเหมือนมนุษย์ไหม? หรือว่ามีสี่หน้าเหมือนอย่างพรหมที่แยกราชประสงค์? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงแปลกน่าดู มนุษย์ยุคแรกคงมีสี่หน้านะนี่?
5.) การปรากฏเพศในพรหมเริ่มแรกอาศัยอะไรเป็นปัจจัย?
6.) แล้วสัตว์ดิรัจฉานปรากฏมาจากไหน?
นี่คำถามมากมายปรากฏอยู่ในหัวใจคนที่อ่านพระสุตรเหล่านี้ ไม่ใช่แต่เพียงเท่าที่ยกตัวอย่าง ยังมีความสงสัยเข้าไปถึงว่าอะไรเป็นเหตุให้กัปป์แตกทำลาย การสูญสิ้นมนุษย์ในภพมนุษย์ มีผลให้เทวดาในต่างภพ ในจักรวาลเดียวกันนี้ ล่มสลายไปด้วยเลยหรือ?
อืมม์ น่าคิดนะครับ สำหรับท่านผู้สงสัย เดี๋ยวจะค่อยๆพ่นคารมให้ได้อ่านนะครับ และก็อย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังไป เพราะนี่คือ การเดา การแต่งนิยายนะครับ
09 : การปรากฏของภพมนุษย์ ชมพูทวีป
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นฤมล รอดเนียม · 16 ม.ค. 2551
นายสำราญ หนูศรีคง · 16 ม.ค. 2551
ดร. ทิพวัลย์ สีจันทร์ · 16 ม.ค. 2551
นาย จรวย ฤกษ์ดี · 16 ม.ค. 2551
เพชรน้อย · 16 ม.ค. 2551