เราเรียนเหมือนนิเทศ นิเทศจะเน้นงานตลาด โฆษณา แต่เทคโนฯ เน้นการผลิตเพื่อการศึกษาครับ ต่างกันแค่ตรงนี้ ผลิตอะไรก็ให้มันเกี่ยวกับการศึกษา การเรียนการสอนไว้ก่อน

ขอเปิดสมุดบันทึกเล่มใหม่ (เทคโนโลยีการศึกษา..เท่าหางอึ่ง) ด้วยบันทึกนี้

"เทคโนโลยีการศึกษา .. เรียนจบแล้วจะทำอะไรกิ๊น ?" 

คำถามที่ตั้งไว้ในหัวเรื่องนั้น เป็นคำถามที่ได้ผมมักได้ยินอยู่เสมอตั้งแต่ตอนเป็นนิสิต นักศึกษา จนกระทั่งได้มีโอกาสมาเป็นอาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา

เริ่มต้นจาก ...

ชื่อสาขาวิชา หรือ ภาควิชานี้ .. เริ่มตั้งแต่ยุคแรก ๆ ในประเทศไทยใช้ชื่อสาขาวิชา หรือ ภาควิชา ดังต่อไปนี้

  • โสตทัศนศึกษา (เปิดสอน ณ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย)
  • เทคโนโลยีทางการศึกษา (เปิดสอน ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร รวมทั้งวิทยาเขตต่าง ๆ ในสมัยก่อนด้วย เช่น มศว.พิษณุโลก, มศว.บางแสน, มศว.มหาสารคาม, มศว.สงขลา เป็นต้น เรียกว่า เป็นสาย มศว.)
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา (เปิดสอน ณ วิทยาลัยครูทั่วประเทศ ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ)
  • เทคโนโลยีเทคนิคศึกษา (เปิดสอน ณ สถาบันพระจอมเกล้าหลาย ๆ แห่งที่มีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เช่น สจ.ธนบุรี (บางมด), สจ.ลาดกระบัง, สจ.พระนครเหนือ เป็นต้น)
  • ฯลฯ

ยุคต่อมามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชื่อสาขาวิชา หรือ ภาควิชา จนถึงปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

  • เทคโนโลยีการศึกษา (ตัดคำว่า "ทาง" ออกไป)
  • เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา (เพิ่มคำว่า "และสื่อสาร" เข้ามา เนื่องจากเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย โดยให้สอดคล้องกับภาษาอังกฤษคำว่า Educational Technology and Communication หรือมีการนำ ICT มาใช้ในการศึกษามากขึ้น หรือ เหตุผลอื่น ๆ ที่ยังมีอีกก็ตาม)
  • ฯลฯ

หมายเหตุ ... ที่ใส่ ฯลฯ เพื่อให้ทราบว่า อาจจะมีชื่ออื่น ๆ อีกที่ผมไม่ทราบครับ

 

หลังจากที่ได้ทราบกันแล้วว่า สาขาวิชา "เทคโนโลยีการศึกษา" มีชื่อที่สอดคล้องและถือว่า เป็นสาขาวิชาเดียวกันอยู่มากมาย ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จะทำให้ท่านได้ทราบว่า นี่คือสาขาวิชา หรือ หลักสูตรวิชาเดียวกัน ที่มีวัตถุประสงค์หลัก คือ ผลิต "นักเทคโนโลยีการศึกษา" , "ครูโสตทัศนศึกษา" , "นักผลิตสื่อการสอน" , "ครูที่อยู่สายสนับสนุนการสอนในด้านเทคโนโลยี" ฯลฯ

ทำไมถึงผลิตคนที่อยู่เบื้องหลังการผลิตสื่อ และอยู่ในวงการการศึกษาล่ะ ง่ายมากครับ เพราะผู้ที่ศึกษาอยู่ในสายวิชาชีพนี้ มักจะสังกัด คณะครุศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ หรือคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ยังไงล่ะครับ จึงได้วุฒิการศึกษา ได้แก่

  • ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.)
  • ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.)
  • การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.)
  • ครุศาสตรอุตสาหกรรมบัณฑิต (คอ.บ.)
  • ฯลฯ

 

ดังนั้น บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาชีพนี้ที่เขียนไว้ใน "วิจัยสภาวะการมีงานทำ" ว่า งานที่ได้มีโอกาสทำโดยตรงสาขาวิชาชีพ ได้แก่

  • ครูโสตทัศนศึกษา
  • นักวิชาการโสตทัศนศึกษา
  • นักเทคโนโลยีการศึกษา
  • นักผลิตสื่อตามหัองสมุดระดับต่าง ๆ
  • ฯลฯ

ที่กล่าวผ่านมา คือ ตรงสาย นะครับ

 

แต่ในปัจจุบัน สภาวะการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปครับ มีปัญหาเกิดขึ้นในวงการราชการเป็นอย่างมากครับ เช่น ครูผู้สอน สาขาเทคโนโลยีการศึกษา แทบไม่มีการเปิดบรรจุ หรือ เปิดก็น้อยมาก หรือ นาน ๆ ครั้ง แล้วแมวที่ไหนจะไปเป็นครูฝ่ายสนับสนุนการสอนได้จริงหรือไม่ครับ

ส่วน นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ก็จะเปิดนาน ๆ ที ครับ ตามสถาบันอุดมศึกษา ห้องสมุด หน่วยราชการที่ต้องมีผู้ผลิตสื่อประจำหน่วยงาน เช่น กศน. เป็นต้น

อัตราการแข่งขันจึงสูงปี๊ด เรียกได้ว่า ไม่เก่งจริง ก็ตกงานเสียเถอะครับ

 

แต่คงไม่มีทางตันเสียทีเดียวครับ

ยกตัวอย่างตอนผมเรียน ป.ตรี ... เพื่อนเทคโนฯ รุ่นเดียวกับผมมี 23 คน มีไม่กี่คนครับที่ได้ไปเป็นครูตามที่เขาตั้งใจ หรือเป็นครูได้แล้วก็สอนวิชาอื่นครับ เช่น วิชาโทภาษาอังกฤษ เป็นต้น ไม่ใช่ ครูผลิตสื่อแต่อย่างใด

ที่เหลือหรือครับ ก็กระจายทำงานกันตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในตำแหน่งนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ทำงานบริษัทโฆษณา ผลิตสื่อโฆษณา ช่างภาพอิสระ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ก็มี 1 คน ครับ เรียกว่า ไม่ใช่หน่วยงานราชการ แต่เป็นเอกชนทั้งนั้น

ท่านคงสงสัยครับ ... สาขาเทคโนโลยีการศึกษานี้ ทำงานพวกบริษัทโฆษณาได้ยังไงใช่ไหมครับ ใครไม่ได้เรียนสาขานี้คงไม่ทราบว่า วิชาที่เราเรียนมีอะไรบ้าง

เวลาผมสอนนักศึกษาวิชาเอก ผมจะถามเขาเสมอว่า นักศึกษาทราบหรือไม่ เรียนจบสาขาเทคโนฯ ไปแล้ว จะไปทำงานอะไร พวกเขาก็จะไม่ค่อยทราบ (ขนาดสาขาที่เลือกนะครับ)

ผมจะตอบเขาว่า ถ้านิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ เขาทำงานอะไรได้ สาขาเราก็สามารถทำงานแบบเขาได้เช่นกัน

ทำไมผมถึงตอบแบบนั้นล่ะครับ ... ลองดูชื่อวิชาที่สาขานี้เรียนนะครับ

  • การถ่ายภาพเบื้องต้น
  • การถ่ายภาพชั้นสูง
  • การถ่ายภาพในสตูดิโอ
  • การถ่ายภาพระยะใกล้
  • การผลิตรายการโทรทัศน์
  • การประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
  • เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
  • การผลิตและการนำเสนอมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
  • การผลิตแผ่นโปร่งใส
  • การออกแบบวัสดุกราฟิกด้วยคอมพิวเตอร์
  • การออกแบบเว็บเพจ
  • การพิมพ์ซิลล์สกรีน
  • วัสดุกราฟิกเพื่อการศึกษา
  • ฯลฯ

วิชาที่กล่าวมาทั้งหมดจะเรียนมากเรียนน้อยขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยครับ ชื่อวิชาอาจปรับเปลี่ยนไปได้ตามยุคสมัย แต่ขอให้เชื่อเถอะครับว่า สาขาวิชานี้เน้นการผลิตได้ ปฎิบัติได้ในเกือบทุกศาสตร์ที่เขาควรจะต้องทราบ หรือที่พวกเราชอบเรียกกันว่า "สาขาเป็ด" ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง

ซึ่งบางคนชอบการถ่ายภาพ จบไปก็มักจะไปเป็น "ช่างภาพ" อิสระ หรือ ไม่อิสระ ไม่ทราบครับ ได้หมด

บางคนชอบการผลิตรายการโทรทัศน์ จบไปก็มักจะเป็น "คนตัดต่อ" "นักผลิตรายการโทรทัศน์" หรือ "เขียนบทโทรทัศน์" ก็มี

บางคนชอบงานทางด้านกราฟิก จะไปอยู่บริษัทผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ โรงพิมพ์ก็อยู่ได้ หรือเปิดร้านส่วนตัวก็ได้

บางคนชอบคอมพิวเตอร์มาก ก็มักจะไปทำงานผลิตสื่อด้วยคอมพิวเตอร์ทุกชนิด เช่น อาจจะไปเป็น web master ให้กับหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ ผลิต e-book ทำ e-learning เป็นต้น

ฯลฯ อีกเยอะครับ

ดังนั้น สิ่งที่ผมบอกนักศึกษาจึงไม่ได้ผิดอะไรเลยครับว่า เราเรียนเหมือนนิเทศ นิเทศจะเน้นงานตลาด โฆษณา แต่เทคโนฯ เน้นการผลิตเพื่อการศึกษาครับ ต่างกันแค่ตรงนี้ ผลิตอะไรก็ให้มันเกี่ยวกับการศึกษา การเรียนการสอนไว้ก่อน ที่หลายคนไปทำงานที่ไม่ใช่การศึกษา เขาจึงทำได้ไงครับ

คนที่เรียนนิเทศฯ หลาย  ๆ คน ยังไม่ทราบเสียด้วยว่า สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา เรียนเหมือนเขานั่นแหละ แค่ต่างกันตรงเป้าหมายเท่านั้นครับ

เล่ามาให้ฟังตั้งยาว ... พอมองเห็นภาพรวมของคนที่เรียนจบในสาขาเทคโนโลยีการศึกษาบ้างแล้วนะครับ :) เอาผมซะเหนื่อย

ผมต้องขออภัยไว้ก่อน หากว่า สิ่งที่ผมเขียนมาไม่ครอบคลุม หรือครบถ้วนความทั้งหมด อันเนื่องจากว่า ผมเขียนตามประสบการณ์ที่ตนเองมีจริง ๆ มิได้คัดลอกเรื่องราวของท่านใดมา

หากท่านใดมีประสบการณ์มาแลกเปลี่ยน ผมจะยินดีมาก ๆ ครับ เพื่อเติมความรู้ให้เต็ม แต่ไม่ล้น :)

 

ขอบคุณครับที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนกันในบันทึกหน้าแรกของ "เทคโนโลยีการศึกษา..เท่าหางอึ่ง" ครับ

บุญรักษา ... ทุกท่าน ครับ :)