เมื่อวานตอนที่ฟังอาจารย์ ดร. ยุวดี พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ทำให้เกิดคำถามกับตนเองว่า ...ที่ สคส. ส่งเสริมเรื่อง KM ตลอดมานี้ พยายามที่จะสร้างวํฒนธรรมอะไรให้กับองค์กร ...แล้วก็นึกย้อนไปถึงตอนที่ทำโครงการกับกลุ่มโรงพยาบาลภาคเหนือตอนล่าง ว่าในช่วงนั้นเราพูดกันถึงวัฒนธรรม KM  4 ตัวด้วยกัน คือ Learn - Care - Share - Shine  วันนี้จะขอเสนอมุมมองของแต่ละตัวอย่างสั้นๆ ดังนี้ครับ...

     ตัวแรกที่ว่า "Learn" นั้นหมายถึง ทำอย่างไรให้คนในองค์กรเป็น Learning Person เป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้ ใฝ่พัฒนา มองหาโอกาสในการปรับปรุงตัว ปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า หายใจเข้าออกเป็นวงจร PDCA เลยก็ว่าได้

     ตัวที่สอง "Care" หมายถึงว่าไม่ใช่เอาแต่เรียนรู้เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่นอกจากจะ Care งาน ต้องการจะทำงานให้ดีแล้ว ยังมีความสนใจในตัวผู้อื่นด้วย ไม่ใช่ Care เฉพาะแค่งาน แต่ต้องหมายถึงการ Care คนอื่นด้วย

     ตัวที่สาม "Share" เป็นผลพวงที่ต่อเนื่องมาจาก Care คือจะ Care อยู่แต่ในใจไม่ได้ จะต้องนำไปสู่การเป็น "ผู้ให้" ด้วย ซึ่งถ้าทำได้เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เรียกว่า "ธรรมะจัดสรร" ก็จะมาเองตามธรรมชาติ เพราะผู้ที่ให้ (โดยไม่หวังอะไร) มักจะได้รับอะไรๆ กลับมาเสมอ และนี่คือความหมายของคำว่า Share คือมีทั้งให้และรับอยู่ในตัว เป็นกระบวนการ Give and Take

      ตัวที่สี่ตัวสุดท้าย เป็นระบบในการ "ส่งเสริมคนดี" ส่งเสริมผู้ที่ทำงาน ด้วยการให้รางวัล ให้การชื่นชมยินดี ผมเรียกสิ่งนี้ว่า "Shine" ซึ่งก็หมายถึง การยกย่องชมเชยคนดี ให้มีโอกาส "ส่องแสง" มันก็เหมือนกับการที่เราจุดไฟให้กับเทียนเล่มหนึ่ง ให้สว่างไสวและสามารถแผ่แสงนั้นออกไปได้ อีกทั้งยังมีโอกาสไปจะช่วยจุดไฟให้กับเทียนเล่มอื่นที่อยู่ใกล้ๆ ได้อีกด้วย

      การสร้างวัฒนธรรม KM จึงเป็นการจุดไฟในหัวใจของผู้คน ให้พวกเขามีไฟแห่งการเรียนรู้ (Learn) ต้องการจะพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ มีความห่วงใย (Care) ในงาน ในการบริการที่ตนกำลังทำให้กับประชาชน เห็นความเป็นคน สร้างความเป็นกัลยาณมิตร มีจิตใจที่ต้องการให้ ต้องการจะแบ่งปัน (Share) เพื่อแผ่ขยายเปลวไฟที่มีอยู่นั้นให้สว่างไสว (Shine) ไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ...

     ....แค่นึกเพียงแค่นี้ ก็มีความสุขแล้วล่ะครับ ...ขอให้พวกเรามาช่วยกัน "ต่อเทียน"  สร้างวัฒนธรรม KM ให้แพร่กระจายในสังคมไทยกันเถอะครับ