วันหนึ่งพระอินทร์เปิดตาส่องโลก เห็นงานละเล่นมีแต่หัวล้านชนกันนมยานตีเก้ง

บ่อเกิดโนรา-ชาตรี ในวัฒนธรรมภาคใต้  คุณรู้มาอย่างไรบ้าง...

ตำนานโนราจากการบอกเล่าของโนราวัด  บ้านกล้วย  ต. พังยาง  อ. ระโนด  จ. สงขลา 

 ที่ว่า...วันหนึ่งพระอินทร์เปิดตาส่องโลก  เห็นงานละเล่นมีแต่หัวล้านชนกันนมยานตีเก้ง  พระอินทร์จึงสั่งให้อจิตกุมารเทพบุตรจุติลงมาเกิดในท้องงานนวลทองสำลี 

ต่อมาชื่อท้าวเทพสิงขร  ผู้เป็นต้นกระกูลโนราแห่งชมพูทวีป  และหัดรำ  ณ ริมน้ำดูเงาแทนกระจกได้ท่ารำ  12  ท่า  จึงยกแม่คงคา ( น้ำ ) เป็นครู 

 เมื่อพระอินทร์เป็นเทพผู้ก่อให้เกิดโนรา  การแสดงโนราทุกโรงจึงมีพระขรรค์ไว้ประจำ  ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายพระอินทร์  ใช้ทำพิธีกรรมต่าง ๆ

 

                แต่ในบทบาลีหน้าศาล..ว่าพระอรหันต์มาประชุมกันว่าต้องการสิ่งประโลมโลมจึงให้พระอรหันต์ 2 องค์ไปเชิญพระธรรมเสด็จลงมาช่วยสอนการร้องรำทำเพลง 

 พระธรรมจึงเสด็จลงมา  นั้นเป็นคติฝ่ายพุทธทำให้ราตรีมีคุณค่ามาจากธรรมานุภาพ  แม้ปริศนาธรรมก็บอกเป็นนัยเรื่องมโนห์รา  มาจาก  มนะแปลว่า  ใจ  หรา..แปลว่าสดชื่น   

โนรา  แปลว่า..สิ่งทำใจให้สดชื่น   เช่น สมิ..แปลว่า ..ลม ..หรา..สดชื่น  หาดสมิหรา..คือ ชายหาดที่มีลมพัดมาสดชื่นใจ…

แสดงว่า..โนรา มีปริศนาธรรมมาแต่โบราณ

 

                จากคติความเชื่อนี้เป็นสิ่งเทพประทานและที่สำคัญยิ่งคือเป็นธรรมานุภาพด้วย...เรื่องนี้เมื่อมองวัตถุประสงค์หลักจะเห็นตามที่ ศาสตราจารย์ สุธิวงศ์  พงศ์ไพบูลย์  ว่า..

 

1 . เพื่อบวงสรวงบูชาสิ่งที่ตนสักการบูชาให้เกิดสวัสดิมงคล  แก่ชีวิต

 

2 . เพื่อขอขมาให้ปราศจากโทษภัยอันอาจเกิดจากการล่วงละเมิดอำนาจของผู้ทรงอำนาจ  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่โดยไม่เจตนาหรือเจตนา  เช่น  การประกอบพิธีกรรมเพื่อบำบัดรักษาไข้  ขับไล่ผี  ขับไล่เสนียด  เป็นต้น

 3 . เพื่อความบันเทิงประโลมโลก  บูชาเทพเจ้าแห่งความบันเทิงเริงเล่น  อันได้แก่  พระศิวะ  และพระอุมาเทวี  หรือเพื่อเป็นพุทธบูชา