ความขัดแย้งมีทั้งแง่ลบ และแง่ดี หากเรารู้จักบริหารคนที่มีความรู้ความสามารถในองค์กร ให้มีความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์ เป็นโอกาสพัฒนาองค์กรต่อไป
เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยน เราจะเปลี่ยนอะไรกันดีหนอ
ก็คงเป็นแผนยุทธศาสตร์ รพ.เมื่อให้ล้อกับยุทธศาสตร์ ของ คปสอ. เพื่อให้องค์กรเกิดการเรียนรู้ การเร่งให้ถึงสิ่งที่ท้าทาย โดดเด่นและดีกว่าเดิม
วันนี้เป็นวันที่ประชุมทำแผน รพ. สืบมาจาก มีการทำแผนยุทธศาสตร์ คปสอ. ที่กล่าวไปครั้งที่แล้ว
บรรยากาศอบอุ่น เปลี่ยนเลขาฯ กับคนประสานงานใหม่ มีการถกเล็กน้อยกับประเด็น ว่าจะเปลี่ยนพันธกิจ วิสัยทัศน์กันใหม่ หรือไม่อย่างไรดี ออกรสชาดมาก
นักวิชาการกับนักปฏิบัติ
- การสร้างกระแส การมีส่วนร่วม โดยกระบวนการต่าง ๆ
- จุดยืน กรอบแนวคิด
แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้า ครุ่นคิด
- การไม่เข้าใจในบางหน่วยงาน คนไม่เข้าใจก็คน ๆ นั้น การสร้างแนวคิด ความรู้จะทำอย่างไร
การปรับ
- ชี้แจ้งหน่วยงาน โดยหัวหน้างาน ซักซ้อมความเข้าใจ
- ประชุมร่วม
- กรอบความคิด หรือ โครงต่าง ๆ สรุปจะเอาอันไหน ชักงง ๆ
เมื่อตีกรอบ แต่อยากนอกกรอบ
เมื่อจะให้ออกนอกกรอบ กลับเอากะลามาใส่อีกครั้ง
ความสับสน ในความคิด มีใครเห็นประเด็นนอกเหนือ จากนี้ไหม
- ความขัดแย้งในองค์กร แบบสร้างสรรค์ หรือนี่ ?
ทำความเข้าใจให้ชัดเรื่องพันธกิจ และวิสัยทัศน์ก่อน
พันธกิจ คือ ภารกิจหรือหน้าที่ขององค์กร หรือระบบงานนั้นๆ
วิสัยทัศน์ คือ เป้าหมายที่องค์กรจะปฏิบัติพันธกิจไปให้ถึงในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เป็นผลลัพธ์ในแง่ของปริมาณงาน คุณภาพงาน ผลสำเร็จที่คาดหวังที่เกิดจากปริมาณและคุณภาพ
พันธกิจเปลี่ยนแปลงไม่ได้
วิสัยทัศน์ระยะสั้นเปลี่ยนได้เสมอ แต่ระยะกลางและระยะยาวไม่ควรเปลี่ยนเพราะไปเกี่ยวกับบริบทด้านเวลา และทรัพยากร ณ เวลานั้นๆ
ผู้ที่คิดนอกกรอบ คือ คนที่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ แทนที่จะขัดแย้ง ก็ให้ยอมให้เขาตั้งเป้าแบบท้าทาย แล้วจึงเรียนรู้ร่วมกันว่า อะไรคือสิ่งที่บรรลุตามคาดหวัง อะไรไม่บรรลุ และเหตุไรไม่บรรลุ
แต่การยอมมีข้อแม้ว่า อยู่ภายใต้พันธกิจขององค์กร
ลองใช้หมวก 6 สีวิเคราะห์ดู อาจจะพบทางออกว่า จะบริหารความขัดแย้งอย่างไร
สวัสดีค่ะอาจารย์
- สิ่งที่ข้าพเจ้าสงสัย และเห็นแตกต่าง คือ เราเรื่อง พันธกิจ
-วิสัยทัศน์ ทุกครั้ง เราต้องวางเอาไว้เพื่อไปให้ถึง ท้าทาย อาจเป็นระยะยาว หรือ แล้วแต่องค์กร ควรบอกด้วย เดี๋ยวไปไม่ถึงสักที จะเป็นเลิศ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่
- พันธกิจ เราก็เปลี่ยนตาม วิสัยทัศน์ เพราะเราคาดหวังองค์กรเป็นอย่างไร แต่หน้าที่เราไม่เปลี่ยนไป ไม่รู้จะสัมพันธ์กันหรือเปล่า เหมือน มีเป้าหมายว่าจะไป กทม. แต่ถนนไม่ยอมเปลี่ยนสักที ข้าพเจ้าชอบหาทางใหม่ไป กทม.อยู่เรื่อย
- กลยุทธ์ เป้าประสงค์ จุดยืนทางยุทธศาสตร์ ต้องเป้าไว้ กลยุทธ์ปรับทุกปีเพื่อให้ทันสมัย หาจุดอ่อน จุดแข็งของตัวเรา เล่นอะไรใหม่ ๆ ท้าทาย โดดเด่น ดีกว่าเดิม นี่คือยุทธศาสตร์
- พันธกิจ ถึงแม้จะปรับ แต่ยังคงเรื่องหลัก คือ การรักษา ส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟู เพราะเราคือโรงพยาบาล ใช่ห้างสรรพสินค้า
แลกเปลี่ยนกันต่อนะค่ะ
พันธกิจระดับร.พ. คือ ดูแลประชาชนไม่ให้ป่วยหรือป่วยน้อยลงด้วยระบบบริการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู
พันธกิจระดับระบบบริการของร.พ. คือ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาโรค การฟื้นฟูสภาพการป่วยเจ็บให้เหลือน้อยลงหรือหายไปเลย
พันธกิจจึงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะที่กล่าวคือหน้าที่หลักของร.พ.
เปรียบเทียบกับการเดินทางเข้ากทม. พันธกิจ คือ การเดินทางเข้ากทม.
ที่กล่าวว่าวิสัยทัศน์ เปลี่ยนได้
ยกตัวอย่างเปรียบกับการเดินทางเข้ากทม. คือ ตั้งเป้าว่า จะเดินทางเข้ากทม. ให้ถึงในเวลา 15 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทาง แต่เมื่อเดินทางจริงมาได้ระยะหนึ่ง รถก็ติดตลอดทางได้วิ่งบ้างจอดบ้าง เลยต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์เป็น เดินทางเข้ากทม.ให้ถึงภายในเวลา 15-24 ชั่วโมง เป็นต้น เช่นนี้เป็นวิสัยทัศน์ระยะสั้น
วิธีเดินทางเข้ากทม. อาจจะมีหลายทางเลือก เพราะมีหลายเส้นทางให้เลือก จะใช้รถก็ได้ รถไฟก็ได้ หรือเครื่องบินก็ได้ การจะเลือกเดินทางทางใด รถ รถไฟ หรือ เครื่องบิน คือ ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ไปถึงกทม.
ยุทธศาสตร์จะเป็นจริงได้ ต้องกำหนดกลยุทธ ซึ่งพลิกแพลงตามสถานการณ์ กลยุทธจึงเปลี่ยนได้ทุกขณะ การขับรถเข้ากทม. การนั่งรถไฟเข้ากทม. การบินเข้ากทม. เหล่านี้ คือ กลยุทธที่นำเอายุทธศาสตร์มาบริหารต่อให้เกิดผล
สถานการณ์พิจารณาได้จากรู้เรา คือ รู้จุดอ่อน-จุดแข็งภายในองค์กรหรือระบบงาน และรู้เขา คือ โอกาสพัฒนาและอุปสรรคที่อยู่นอกระบบงานหรือองค์กร
เมื่อรู้เขา รู้เราแล้ว จุดแข็งและโอกาสพัฒนาเป็นอาวุธที่นำมาใช้ลดจุดอ่อนในองค์กรและระบบงานได้ การรู้เขา เรื่องอุปสรรค ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า เรื่องมันยาก ทำได้แค่รับรู้
ถ้าบอกว่าจะเป็นเลิศ แต่ไม่รู้เมื่อไร วิสัยทัศน์นี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะไปให้ถึงร่วมกันไม่ได้ เหมือนจะเข้ากทม. แค่บอกว่าจะเข้ากทม. ยังไม่ชัด พอบอกว่า จะเข้าไปให้ถึง ภายใน 15-24 ชม. ชัดเจนขึ้น
ดังนั้นที่ท้อว่าไม่รู้เมื่อไหร่ วิสัยทัศน์จะบรรลุ ลองทบทวนปรับใหม่ดูอีกสักรอบดีไหม
จากประสบการณ์ที่ทำงานกับพยาบาลมานาน คือ พยาบาลจะเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากๆๆๆๆ จึงท้าทายตนเองมากๆๆๆเช่นกัน ด้วยการฝันใหญ่และหวังใหญ่ว่าจะไปทำเรื่องใหญ่สำเร็จในเวลาเพียงปีเดียว
ข้อเตือนใจที่ขอฝาก คือ การทำงานคุณภาพคิดคนเดียวได้ แต่เวลาทำไม่สามารถใช้ 2 มือของคนคนเดียวทำให้สำเร็จได้ ฝันที่วาดจึงต้องให้คนอื่นร่วมฝันและร่วมตกลง คือมี shared vision
การทำงานคุณภาพหากทำแล้วเกิดทุกข์ เครียด ก็ไม่ใช่งานคุณภาพ
งานคุณภาพถ้าทำแล้วต้องทำให้คนทำมีความสุข จึงจะเรียกว่า งานคุณภาพนะค่ะ