คืนนี้ที่บ้านผมอากาศหนาวมากกว่าทุกวันครับ อันเนื่องจากผมต้องเปิดพัดลมทำความเย็นให้กับโน้ตบุคของผมอยู่ใต้โต๊ะญี่ปุ่นที่ผมนั่งทำงาน เนื่องจากระบบทำความเย็นของโน้ตบุคไม่ทำงานครับ เลยต้องหาระบบทำความเย็นอื่นมาช่วย ถ้าจะถามต่อว่าทำไมฝืนสังขารจัง คำตอบคือ เพราะพรุ่งนี้ต้องนำเสนองานให้อาจารย์ได้คอมเม้นครับ แต่ตอนนี้ทำงานต่อไมไหวแล้ว วันนี้เหนื่อยหนักทั้งวัน (แต่ก็ไม่เห็นมีงานไหนเสร็จซักงานเหมือนกัน) แต่ไหนๆ ก็เปิดเน็ทแล้วก็เลยขอเขียนบันทึกสักหน่อยแล้วกัน (เผื่อพรุ่งนี้ไม่มีคอมฯให้เล่น)

ผมตั้งชื่อบันทึกว่าเป็นเรื่องของคณะศึกษาศาสตร์ เนื่องจากตอนนี้ ส่วนหนึ่งของงานผมเป็นส่วนที่กำลังสาละวนกับว่าที่คณะใหม่ของมหาวิทยาลัยอยู่ ว่าจะทำอย่างไรให้มันสามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่นเป็นไปตามแผนของมหาวิทยาลัยเสียที

เมื่อวานก็ชัดมาอีกเรื่องหนึ่งแล้วครับ(สำหรับผม) คือ เพิ่งรู้ว่า คณะศึกษาศาสตร์ (ที่ยังไม่ได้เป็นตัวเป็นต้น) มีสีประจำคณะแล้ว คือสีชมพู (ฮาฮาฮา) ส่วนทำไมสีนี้จึงถูกนำมาเป็นสีของคณะศึกษาศาสตร์ อันนี้ต้องไปถามท่านรองอธิการบดีฝ่ายแผนฯ เองนะครับ (ผมขี้เกียจอธิบาย)

ปกติการตั้งคณะของมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องยากครับ เนื่องจากจะเกิดสาขาวิชามาก่อนแล้วก็รวมกันเป็นคณะใหม่ หรือมีการกำหนดให้เกิดหลักสูตรพร้อมๆกับคณะเลยได้อย่างคณะวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งคณะกับสาขาวิชาตั้งพร้อมกัน แต่ปัญหาคือคณะศึกษาศาสตร์ ยังไม่ได้ข้อสรุปเลยว่าจะเปิดสาขาวิชาอะไรบ้าง แผนของว่าที่คณะฯ ยังไม่ได้มีการรับรองจากกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือ ว่าที่คณบดีและคณะกรรมการยังไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว (ลมเลยพัดมาเข้าหูผมว่า ช่วยทำให้มันเดินไปหน่อยสิ แล้วผมก็ทำตามเสียงลมนั่นอยู่ครับ)

ท่านอธิการบดีเคยกล่าวถึงความจำเป็นว่า ศึกษาศาสตร์จะต้องเกิดในมหาวิทยาลัย เพราะเป็นการผลิตบุคลากรทางการศึกษาเป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เคยมีคนบอกผมว่า ท่านว่า คณะนี้น่าจะเปิดเป็นคณะแรกด้วยซ้ำไป

ส่วนผมเป็นใครมายุ่งทำไมกับคณะนี้ ผมเป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ครับ (ย้ำกันลืม) ซึ่งไม่เกี่ยวกับการตั้งคณะนี้เลย แต่บังเอิญถ้ามีการตั้งคณะศึกษาศาสตร์สำเร็จ ผมก็ต้องไปเป็นอาจารย์ประจำคณะนั่นแหละครับ เพราะผมสอนทางด้านศึกษาศาสตร์ ก็แค่นี้แหละครับ ที่เรียนขอท่านผู้ใหญ่หลายท่านไปแล้วอย่างเดียวครับ คือ ขอเป็นแค่อาจารย์ประจำธรรมดาๆ ประจำคณะก็พอ ไม่ขอเป็นฝ่ายบริหารคณะแล้ว ถ้าท่านๆ จะกรุณาผม ให้ดีแค่ให้ผมเป็นรองฯ ต่อที่คณะศิลปศาสตร์ฯ ผมก็ยินดียิ่งครับ

เหตุผลง่ายๆ ที่ขออยู่ศิลปศาสตร์ฯ ต่อ เพราะผมรู้สึกว่า งานผมเพิ่งจะเข้าที่ครับ แล้วคิดเล่นๆ ว่า ปีสองปีข้างหน้ามันจะก้าวกระโดดได้ ซึ่งทั้งหมดผมว่า มันเป็นความท้าทายสำหรับผมอยู่ ผมไม่อยากทิ้งมันไป (พูดเหมือนอ้อนวอนเลย) ออ แต่ถ้าถามว่า ผมประเภทยึดเกาะเก้าอี้มัย นั่นก็ขอบอกว่า ไม่ครับ จริงๆ แล้วตอนนี้อยากเอาทุกภาระที่รับแบกอยู่วางบ้างจะดีมากเลยครับ

เมื่อวานเกิดไอเดียหนึ่ง แต่ไม่รู้จะเสนอใคร เลยโทรคุยกับท่านคณบดี (อย่าสงสัยเลยครับว่า ทำไมต้องโทรหากัน เพราะช่วงนี้น้อยครั้งมากที่ผมกับท่านจะอยู่ที่สำนักงานพร้อมๆ กัน อย่างวันนี้ผมอยู่นอกสำนักงาน ส่วนท่านอยู่ประจำสำนักงาน) รบกวนท่านช่วยนำเสนอหน่อย ประเด็นที่ผมคิดได้คือ ผมอยากให้การถ่ายภาพหมู่ปีนี้ย้ายจากหน้าสำนักอธิการบดี ไปถ่ายที่หน้ามัสยิดครับ ผมว่ามุมสวยกว่า และถ่ายได้ง่ายกว่า เนื่องจากบริเวณหน้าสำนักอธิการบดีแคบมาก ช่างเกือบจะไม่มีที่ให้ยืนถ่าย ที่สำคัญยังงัยๆ มัสยิดปีนี้จะมีพิธีเปิด ซึ่งแสดงว่า ต้องมีความพร้อมอยู่แล้วสำหรับการถ่ายภาพหมู่ ท่านคณบดีแย้งผมกลับว่า เอางานนี้มันฝ่ายผมไม่ใช่หรือ ผมเลยต้องแจ้งท่านไปว่า ผมเป็นกรรมการดำเนินการก็จริง แต่ผมไม่มีฝ่ายรับผิดชอบมาสองปีแล้ว เลยเข้าประชุมแค่รับฟังเท่านั้นเอง (ชอบแบบนี้แหละครับ)

แนวคิดนี้ไม่ทราบมีใครเห็นด้วยบ้างครับ ยกมือหน่อย