ในบริบทด้านโครงสร้าง ทีมนำหลักในระบบดูแลผู้ป่วย คงไม่พ้น MSO และ NSO หากผู้นำในทั้ง 2 ระบบรู้จักให้การดูแลแบบองค์รวมแก่ทีมงานไปพร้อมกับการจัดระบบดูแลผู้รับบริการ คนทำงานทุกระดับจะให้ใจเป็นรางวัล ผู้นำก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะต้องบริหาร

การเดินพาเหรด ผู้เดินนำขบวนพาเหรด คือ จุดเด่นสำคัญของขบวน ถ้าเปรียบเทียบการพัฒนาคุณภาพ ร.พ.เหมือนกับการเดินพาเหรด องค์กรแพทย์และ องค์กรพยาบาลเห็นทีจะไม่พ้นคนต้องอยู่ต้นขบวนพาเหรดเพื่อเดินนำขบวนนำคนไข้ไปสู่ความปลอดภัยทางคลินิก การทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ทีมนำนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในองค์กร

วันนี้ดู TV ข่าวการสัมภาษณ์เรื่องราวของผู้ที่มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องยุคลบาทของสมเด็จพระพี่นางฯ ในด้านโบราณคดี ผู้ให้สัมภาษณ์เล่าว่า สิ่งที่สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงให้หลักคิดการทำนุบำรุงโบราณสถานไว้ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักเรียนรู้มี 2 ข้อ

ข้อแรก คือ ต้องสร้างคนที่มีความรู้ที่ถูกที่เข้าใจและรู้จริงขึ้น

ข้อ 2 คือ คนที่สร้างขึ้นให้มีความรู้แล้วนั้นต้องสร้างความรู้ให้ชุมชน ท้องถิ่น และประชาชนมีความรู้ที่ถูกที่เข้าใจเหมือนตน

เมื่อลองนำแนวคิดของพระองค์ท่านมาทบทวนก็เรียนรู้ว่า หลักคิดของพระองค์ท่านใช้กับการทำงานคุณภาพก็ได้  และทีมนำทั้ง 2 ได้ใช้หลักคิด 2 ข้อนี้ดำเนินการตลอดมา ร.พ.กระบี่จึงสามารถเดินมาไกลบนเส้นทาง เป็นการใช้หลักคิดของพระองค์ท่านอยู่โดยไม่รู้ตัวในการทำงานร่วมกันผ่านเวทีต่างๆ

องค์กรแพทย์ร.พ.กระบี่เคยถูกถามว่า บทบาทขององค์กรแพทย์ทำอะไร เมื่อร.พ.กำลังทำ HA เมื่อถูกถามหลายคนไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร เพราะแพทย์ที่นี่ ลูกทุ่งมาก น้อยคนที่จะรู้จักคำเฉพาะหลายคำที่ HA ใช้ จำได้ว่า ไม่มีการตอบคำถาม มีแต่การเล่าเรื่องว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลกันเองในหมู่แพทย์ มีการทำข้อตกลงการทำงานร่วมกันไว้อย่างไร ได้ร่วมกันดูแลผู้ป่วยอย่างไรบ้างในแต่ละ ส่วนการดูแลวิชาชีพอื่นในฐานะทีมงานดูแลผู้ป่วย ไม่ใคร่ได้เล่าอะไร เอ่ยถึงแต่การทำ

มารู้ทีหลังว่า องค์กรพยาบาลและสมาชิกในองค์กรพยาบาล ได้เล่าเพิ่มถึง แพทย์ว่ามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยร่วมกับเขาอย่างไร โดยการเล่าผ่านเรื่องการดูแลคนไข้ เมื่อมีปัญหาในการดูแลผู้ป่วยมีระบบอะไรที่ทำให้เขาได้แพทย์มาดูแลผู้ป่วยร่วม

กิจกรรมที่มักทำด้วยกันเสมอ คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์ และ การทำ clinical pathway ร่วมกัน

ผลการพัฒนาที่ 2 องค์กรทำงานร่วมกันในการสร้างคนตามหลักคิดของพระองค์ท่านข้อแรก ทำให้ร.พ.กระบี่กล้าการันตีตัวเองว่า ในวันนี้ เรามั่นใจว่าคนไข้บางโรคจะปลอดภัยถ้าอยู่ในมือเราตั้งแต่เริ่มรักษา เช่น ไข้เลือดออก ไม่ตาย ไม่ bleed

อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนาต่อในเรื่องของความสามารถในการดูแลในระยะที่หนักๆ เราแทบไม่เจอยากๆอีกเลย ตั้งแต่เราสามารถคงระบบคุณภาพเดิมไว้ ถ้าเจอเรายังคงต้องประเมินความสามารถอยู่

ในส่วนของหลักคิดข้อที่ 2 เป็นเรื่องท้าทายที่ต้องทำต่อ เพราะสถิติการป่วยสะสมของไข้เลือดออกในอำเภอเมืองยังสูงติดอันดับ top 3 ของจังหวัดมาตลอด 5 ปี จะโดนแย่งแชมป์ไปบ้างก็เป็นเพียงบางเดือน

จากการเรียนรู้ผ่านบริบทของระบบการดูแลในโรคติดต่อที่สำคัญ ร.พ.ขยายผลความรู้ของการพัฒนาระบบมาสู่โรคเรื้อรังที่สำคัญ ถอยจากระยะโรคที่ซับซ้อนของ MI มาสู่ระยะต้นๆของโรคที่เป็นต้นเหตุใหญ่ คือ เบาหวาน ความดันเลือดสูง นี้คือที่มาของหลักสูตร ครู ก. ที่เกิดขึ้น

การพัฒนาหลักสูตร ครู ก. เกิดขึ้นจากผู้นำในองค์กรแพทย์ ใช้แนวคิดที่ได้จากการทำ KM การพัฒนากระบวนงานในระบบของร.พ.ที่ภูมิใจมาขยายผลในระบบอื่นๆของร.พ.

ผู้นำในองค์กรพยาบาลมีโอกาสสัมผัสกับ practically KM เป็นครั้งแรก และประทับใจกับสิ่งดีๆที่ KM มี

ผู้นำ 2 องค์กรจึงได้มีการถักทอความคิดร่วมกันอย่างกัลยาณมิตร วางวัตถุประสงค์หลักสูตรไว้ที่การสร้างทีมดูแลเบาหวานของร.พ.ที่ใช้การส่งเสริมสุขภาพเป็นอาวุธช่วยเหลือผู้ป่วยและใช้หลักการดูแลแบบองค์รวมเป็นน้ำเลี้ยงจิตใจผู้ป่วยและจิตใจของทีมงานให้เกิดความสุขต่อการดูแลสุขภาพร่วมกันไป

เป้าหมายร่วม คือ ทีมงานดูแลเบาหวานทุกวิชาชีพ ใช้หลักการดูแลแบบองค์รวมเป็นน้ำเลี้ยงจิตใจผู้ป่วยและจิตใจของทีมงานให้เกิดความสุขต่อการดูแลสุขภาพร่วมกันไป ไม่ใช่แต่ใน MSO และ NSO เท่านั้น

บันทึกนี้จึงขอบันทึกเรื่องราวของการร่วมกันทำงานอย่างกัลยาณมิตรไว้อีกวันหนึ่ง

7 มกราคม 2551