ต้องบอกว่า การพักผ่อนแม้เพียงครึ่งชั่วโมงด้วยการอ่านสิ่งต่างๆที่มีใน GotoKnow ให้อะไรดีๆกับสมองและจิตใจได้มากมายจริงๆ เทียบกับการนั่งดูหนังครั้งละเกือบ 2 ชั่วโมง (ทำจริงๆเมื่อ วัน 2 วันที่ผ่านมา)แล้ว เรียกว่ากินขาดทีเดียวนะคะ เพราะหนัง 2 เรื่องที่นั่งดูไปนั้น มี 1 เรื่องที่กินใจ ให้ข้อคิดจนน้ำตารื้นๆ (ถือว่าค่อนข้างคุ้มกับเวลา) ส่วนอีกเรื่องมีแต่ตื่นเต้น ลุ้นระทึก ตาค้าง แทบไม่กล้ากระพริบ ตลอดเวลานั้น ดูจบก็เหนื่อย ถามตัวเองว่าได้อะไรไหม ตอบได้ว่า สนุกตื่นเต้น แต่ไม่คุ้มกับเวลาที่นั่งจ้องจออยู่เอาเสียเลย บอกตัวเองอีกครั้งว่า อย่าเผลอนั่งดูอีกเชียว (พอเริ่มดู ก็จะอยากรู้เรื่อง ทำให้ต้องดูจนจบน่ะค่ะ)
คุยมาซะยาว กว่าจะถึงสิ่งที่ต้องการเขียน เพราะได้อ่านบันทึกดีๆนี้ทำงานเพื่อชีวิต หรือ มีชีวิตอยู่เพื่องาน ? ของคุณ k-jira ที่ทำให้ระลึกถึงสิ่งที่เพิ่งจะตอบเพื่อนรุ่นพี่ชาว Aussy คนหนึ่งที่เขียนมาสวัสดีปีใหม่แล้วถามถึงว่า ตอนนี้ชีวิตการงานก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เข้าใจคนถาม แต่ไม่แน่ใจว่า เขาจะเข้าใจความคิดของเราหรือเปล่า
สำหรับตัวเองแล้ว ถ้าคนอื่นมองก็คงจะเห็นภาพของคนบ้าทำงาน เวลาทำอะไรก็จะตั้งใจทำอย่างจริงจัง เอาเป็นเอาตาย ลืมเวล่ำเวลาก็มีบ่อยๆ สมัยเรียนอยู่ก็เป็นภาพนั้นสำหรับคนอื่น คือขยันอ่านเขียน และทำงาน แต่จุดมุ่งหมายอาจจะต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด คือทำเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำให้ดี ให้เสร็จ ไม่ได้ทำเพื่อให้ได้รับอะไร เคยตอบอาจารย์ที่ปรึกษาไปด้วยซ้ำว่า ยินดีที่จะกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องมีใบปริญญา มองไม่เห็นว่าจะต้องเสียเงินของคนไทยไปเพื่ออะไรอีกเป็นปีหรือครึ่งปี เพราะเห็นแล้วว่า งานที่ทำมาถึงจุดที่เราได้เรียนรู้จนเกินพอแล้วในเรื่องนั้นๆ กลับไปทำงานให้บ้านเมืองเราจะมีประโยชน์กว่า ถ้าเราเขียน thesis จนถึงขั้นนั้นแล้ว ท่านยังจะให้เราทำอะไรต่อไม่เริ่มตรวจให้ก็จะไม่ขออยู่ทำงานให้อีกแล้ว กระดาษ (สวยๆ)แผ่นนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราเลย เพราะไม่คิดจะเอากลับมาเบิกทางไปไหนอยู่แล้ว สิ่งที่มีอยู่ในตัวเรานี่เองแหละคือสิ่งที่ต้องเอามาตอบแทนคืนให้เมืองไทยและคนไทย ไม่ใช่กระดาษที่เอามาเพื่อตัวเองเท่านั้น
สิ่งที่สำคัญมากสำหรับตัวเองคือ "ชีวิต" ที่มีคุณค่า สมัยวัยรุ่นที่มีหนุ่มๆมาชื่นชมชอบพอ ก็จำได้ว่า ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าตรงที่ ได้ให้"ความคิด"ดีๆกับเพื่อนๆพิเศษเหล่านั้น เชื่อว่าทุกคนที่เคยเป็นเพื่อนกับเรา น่าจะประทับใจกับสิ่งที่เราฝากไว้ในหัวใจของพวกเขา แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าที่สุด ก็คือ การได้มีลูกๆทั้ง 3 คน ได้เลี้ยงดู ติดตามตัวตนของลูกในแบบที่เขาเป็น ได้ทำหน้าที่ของแม่ที่ดี ผลที่มองเห็นได้ณ.วันนี้ที่ลูกอายุ 16, 15, และ 10 ขวบยืนยันว่า เราให้ความสำคัญกับลูกได้ค่อนข้างถูกเวลา ในเวลาที่ลูกต้องการเรามากที่สุด เวลาที่เราหล่อหลอมลูกได้มากที่สุด ตั้งแต่ลูกแรกเกิดจนถึง 10 ขวบนั้น ลูกและครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ยังคงเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเอง ที่ยึดถือ "ชีวิตและจิตใจ"ของคนว่าสำคัญที่สุด สิ่งอื่นๆที่เป็น "สิ่งตกแต่งชีวิต" นั้น แม้จะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ดูจะเป็นเป้าหมายในชีวิตของคนมากมาย ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลย ไม่คิดจะไขว่คว้า ออกจะต่อต้านเอาเสียด้วยซ้ำ และมองเห็นแล้วว่า ตลอดเวลาในหน้าที่การงานที่ผ่านมาชีวิตที่ตั้งใจทำอะไร โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง คิดถึงประโยชน์ตนเป็นรองนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงพระราชดำรัสของ สมเด็จพระบรมราชชนก ที่ประทับอยู่ในใจมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ตั้งชื่อตามราชสกุลของพระองค์ท่าน ที่ว่า
ขอให้ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่ง
ประโยชน์ส่วนตัวเป็นกิจที่สอง
ลาภ ยศ ทรัพย์ สรรเสริญ จะตกแก่ตัวท่าน
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพให้บริสุทธิ์
ผมประทับใจวิธีคิด ผมประทับใจการลำดับเรื่องและสาระซึ่งเห็นด้วยหมดเลย และประทับใจ ฟอร์ม หรือ ฟอร์แมท บทความครับ
อ่านไป นำตาก็รื้นๆไปคะ(กินใจ และตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจเราตอนนี้เลย ) ชื่นชมพี่นะคะ......อยากเป็นคนดีและเป็นคนเก่งอย่างพี่โอ๋.....แม้คงจะยากและห่างไกลมากกกกก แต่ก็ยังจะยึดถือเป็นแบบอย่างต่อไปคะ
ขอบคุณค่ะ พี่โอ๋
อ๋อค่ะ
เรื่องแบบนี้จะเคยแต่คิดในหัวมาเสมอๆนะคะ ไม่กล้าบอกเล่ากับใคร เวลาที่โดนทักถามแล้วคำตอบของเราจะดูน่าประหลาด อึดอัดที่คนถามเราดูจะไม่เข้าใจเรา แต่พอได้มาเขียนลงใน GotoKnow แล้วก็เหมือนได้ปลดปล่อยนะคะ จึงต้องขอขอบคุณคุณบางทราย, น้องผู้ไม่เติมชื่อและน้องหมออ๋อ ที่มาทำให้อุ่นใจว่า คิดและทำดีแล้วค่ะ
ข้องใจเสมอๆค่ะว่า ทำไมคนจึงไม่ค่อยเชื่อว่า มีคนที่ทำอะไรดีๆได้โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน นอกจากความสุขที่ได้ทำ และมีเรื่องดีๆธรรมดาๆมากมายที่เราทำได้เสมอนะคะ น้องผู้ไม่ใส่ชื่อ พี่โอ๋เชื่อว่าไม่มีใครห่างไกลจากการเป็นคนดีแน่ๆค่ะ ความเก่งไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าเราโชคดีหน่อยที่มีคนเห็นว่าเก่งก็ดีที่จะได้ใช้สิ่งที่เก่งให้เป็นประโยชน์ การได้เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นคือ การตอบแทนสิ่งที่เราตั้งใจทำได้อย่างดีที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่มาให้กำลังใจ พี่โอ๋หวังว่าน้องจะกลับมารับรู้สิ่งที่พี่โอ๋ตั้งใจจะบอกนี้อีกครั้ง มาเป็นสมาชิกบ้าน GotoKnow สิคะ แล้วจะทำให้เรามั่นใจในการทำดีแบบของเรามากขึ้นเรื่อยๆค่ะ อย่าลืมแวะมาบอกพี่โอ๋ด้วยก็แล้วกัน จะตามไปดูแน่ๆค่ะ คิดว่าเข้าใจสิ่งที่น้องเขียนมากๆเพราะพี่โอ๋ก็เคยอยู่ในสภาพนั้นมาก่อน
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋
อ่านที่พี่โอ๋ตอบแล้วรู้สึกดีมากๆ ขอบคุณพี่โอ๋จริงๆค่ะ อ๋อเชื่อว่า blog ของพี่โอ๋ จะเป็นที่พักใจให้กำลังใจใครต่อใครอีกหลายๆคนเลยค่ะ อนุโมทนาบุญกับพี่โอ๋ด้วยนะคะ ขอบคุณพี่โอ๋มากค่ะ
อ๋อ
ภูมิใจแทนจังเลยค่ะ
ภูมิใจ แทนน้องๆทั้ง 3 คน
ภูมิใจ แทน คน รอบตัว ครอบครัวเพือนร่วมงาน กับการสารภาพ ความดี ของ อาจารย์ โอ๋
และข้อความที่อ โอ๋ เขียน เป็นกำลังใจให้คน(ที่โชคดี ได้มา)อ่าน ได้ดี จริงๆค่ะ