เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่าน

ใครจะคิดว่า.. เราเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อนุบาล (หรือบางท่านก็ประถม) แต่กลับใช้งานไม่ได้เรื่อง คุยกับฝรั่งก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง อ่านบทความก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง .. อ่านหนังสือเทคนิคการฝึกฝนหลายเล่ม  เพิ่งรู้ตัวว่า ภาษาอังกฤษตัวเรา ก็ยังใช้ไม่ได้

... อายท่านอจ สอนภาษาอังกฤษจังเลย หึหึ .. ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า สงสัยเพราะบ้านเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร 555 แล้วก็ไม่ได้เรียนโรงเรียนคอนแวนด์  เคยเรียนแต่โรงเรียนวัดใกล้บ้าน  นึกถึงคุณครูที่เคยสอนภาษาตั้งแต่มัธยมเลยค่ะ เรียนแล้วน่าจะฝึกฝนต่อเนื่องและจริงจังกว่านี้

มาสำนึกตอนนี้ ไม่รู้จะเป็นไม้แก่รึเปล่า เพราะดิฉันสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์บังคับของปริญญาเอกไม่ผ่านสักที เหลืออีกตั้ง 10 คะแนน .. (มข. จัดสอบเองเอา 60 คะแนนค่ะ ถ้าเอาคะแนนของที่อื่นมายื่นก็จะเทียบให้ แต่ต้องเป็นคะแนนมาตรฐาน เช่น CU-GET, TU-GET, TOEFL, IELS  ... 

 

สอบมา 3 ครั้ง พบว่าปัญหาของตัวเองอยู่ที่ การอ่าน มากกว่าการเขียน เพราะคะแนนเขียนค่อนข้างดี แต่คะแนน reading ตกค่ะ ไม่ถึงครึ่ง  วิเคราะห์ตัวเองได้ว่า.. ทักษะการอ่านไม่ดี ไม่ได้ฝึกจริงจัง อ่านช้า ไม่ทันเวลาที่จำกัด

ดิฉันซื้อหนังสือเล่มหนึ่งในร้านนายอินทร์ ชื่อ "อ่านไว ใน 7 วัน" แปลจากของ Tina Konstant ผู้เชี่ยวชาญการสอนการอ่าน เทคนิคเขาเข้าท่าดีค่ะ แบ่งการฝึกเป็น 7 วัน ฝึกให้สม่ำเสมอ แต่สามารถเริ่มอ่านบทไหนก่อนก็ได้ มีเทคนิคหลายอย่าง เช่น การอ่านด้วยสายตา แทนการอ่านด้วยเสียงในใจ  ตอนนี้ยังอ่านไม่จบเล่มดี แต่ว่าเริ่มฝึกไปบ้างแล้ว

ท่านอจ.ยุพิน เตชะมณี ที่สอนวิชา " Academic Writing " ท่านได้แนะว่าให้พยายามอ่านข่าวภาษาอังกฤษทุกวัน อ่านจาก Internet ก็ได้ง่ายดี .. อ้อ ดิฉันใช้ตัวช่วยอีกอย่างคือ ถ้านึกได้ก็จะพยายามเข้าไปอ่าน Blog ของอจ. อ้อม ฐิติรัตน์ .. ไม่เคยพบหน้าอจ.ตัวจริง เพียงแต่ทราบว่าอจ.ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ  Blog อจ อ้อมก็จะมีข่าวเรื่องเด่นๆ น่าสนใจมาให้อ่าน และแนะนำศัพท์น่าสนใจอยู่เรื่อยๆ

และตอนนี้ก็แว่วๆมาจาก Blog อจ.รุจโรจน์ ได้ข่าวว่าจะมีการจัดกิจกรรม โครงการ "ดิกชันนารี ไม่ได้มีไว้แค่เปิดศัพท์"  ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้ ดิฉันว่าน่าสนใจมากเลยนะคะ  เชียร์ทั้ง 2 Blog เป็นพิเศษเพราะเห็นว่ามีประโยชน์มากสำหรับการฝึกฝนภาษาอังกฤษ 

หากท่านใดมีคำแนะนำดีๆ ร่วม share ด้วย ก็จะดีมากเลยนะคะ