เมืองในหมอก อะหล่าหว่า ส่วยทมิฬ ครูของแผ่นดิน

      ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของเมืองในหมอกกันมากอย่างเป็นประวัติศาสตร์ ดีใจที่ทุกท่านมีความสุข สังเกตได้จากรอยยิ้มที่ทุกคนมีให้กันและกัน แม้ว่าอากาศในปีนี้จะหนาวเย็นยะเยือกกว่าทุกปี และมีหมอกหนาปกคลุมอยู่ทั่วไป ทำให้ทุกคนได้สวมใส่เสื้อกันหนาวสีสวยสด อวดกัน  ถนนคน ....(...มีต่อ..)

      ถนนคนเดินที่จำหน่ายสินค้า และอาหารพื้นเมือง มีคนเดินอย่างหนาแน่นไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หรือคนแม่ฮ่องสอนเอง ต่างก็จับจ่ายซื้อสินค้า และชิมอาหารพื้นเมือง ที่มีรสชาติอร่อยอีกแบบ ที่น่าสนใจคืออุ๊บอะสี่แป่น หน้าตาดล้ายๆ ไก่ผัดเครื่องเทศ แต่รสชาติเข้มข้น และหอมกลิ่นเครื่องเทศมากกว่า สำหรับของหวานต้องลองทานขนมอะหล่าหว่า  เปม้ง  และส่วยทมิฬ  ฟังชื่อแล้วน่ากลัว มากกว่าน่ากินใช่ไหมคะ  แต่มีนักท่องเที่ยวหลายท่านน่ารักมากๆ จดชื่ออาหารและขนม พื้นเมืองโดยเฉพาะรายชื่อที่ได้แนะนำ  สำหรับอะหล่าหว่า นั้นหน้าตาคล้ายๆขนมถาด แต่แป้งที่ใช้จะนิ่มกว่า  และจะมีกะทิราดหน้า แล้วใช้ถ่านร้อนๆอบบนกาบ ใยมะหร้าว เมื่อขนมสุกจะมีรสหวาน หอมกะทิ กรุ่นด้วยกลิ่นไหม้อ่อนๆของใยมะพร้าว    เปม้งจะมีหน้าตาคล้ายขนมเค้ก แต่แป้งจะเป็นสีน้ำตาลแดง  ราดหน้าด้วยกะทิเช่นกัน  ส่วยทมิฬ คล้ายๆข้าวเหนียวแก้ว แต่แป้งจะเหนียวและนิ่มกว่า ราดหน้าด้วยกะทิ และอบด้วยถ่านร้อนๆบนกาบมะพร้าวเช่นกัน  หอมน่าทานจนลืมชื่อไปเลย สำหรับกรรมวิธีการทำนั้นย่อมมีเทคนิคแตกต่างจากขนมทั่วไป โดยเฉพาะการเลือกวัตถุดิบในการปรุง และส่วนผสมที่ลงตัว ตลอดจนการใช้ถ่านร้อนๆอบขนม  อุณหภูมิที่เหมาะกับกาบมะพร้าว ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ในตัวเมือง แม้ว่าจะมีการถ่ายทอด กรรมวิธีให้แก่ลูกหลาน แล้ว แต่หลายครั้งก็ต้องก็ต้องปรึกษา สอบถาม เคล็ดลับของความอร่อย  จึงต้องหาทางดึงความรู้ที่มีอยู่ในตัวท่านออกมาให้มาก  อย่างไรก็ตามได้มีการรวบรวมองค์ความรู้เหล่านี้ ให้เป็นระบบเป็นหมวดหมู่บ่างแล้ว   ที่ดีใจและภาคภูมิใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหนึ่งในสี่จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงปีใหม่  แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวแห่กันมามากมายจนไม่มีที่พัก รองรับได้ทั่ว หลายคณะต้องอาศัยวัด และหลายคณะต้องกางเต้นท์นอนตามสนามหญ้า  แต่ทุกคนก็มีความสุข   ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนของเรา

         หลังจากดีใจและโล่งใจกับเทศกาลปีใหม่ ที่ไม่มีความรุนแรงเหมือนปีก่อนๆ แต่ความดีใจก็มลายไปเมื่อได้รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนัครินทร์  ซึ่งพระองค์ท่าน เป็นแบบอย่างของชาวไทย ทรงมีพระจริยาวัตรที่งดงามยิ่ง  มีพระราชสาส์น - สาส์นไว้อาลัยจาก  กว่า 30 ประเทศ  เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงงานที่เป็นคุณประโยชน์ต่อผู้ยากไร้  ทั้งด้านสาธารณสุข และการศึกษา  ทรงเป็นแบบอย่าง ครูของแผ่นดิน      ขอกราบไว้อาลัย  ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย .