เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอย่างเดียว แต่สิ่งแวดล้อม และร่างกายที่อ่อนแอ ก็มีส่วนผสมผสาน จนทำให้เรากลายเป็นคนไข้ได้ทันที
อากาศหนาวที่ชลบุรี สองสามวันมานี้ ทำให้ผู้เขียนหลงระเริงมากไปหน่อย ที่จริง ก็ไม่ได้หนาวอะไรมากมาย ถ้าจะเทียบกับ ทางอีสาน หรือเหนือ แต่ปีนี้ที่ชลบุรีก็เรียกว่าหนาวละ
แต่ที่นี่จะมีความพิเศษ กว่าภาคอื่นเขา ตรงที่ อากาศแตกต่างระหว่างวัน มีมากพอสมควร เช้าหนาว ชวนให้ใส่เสื้อกันหนาว หรือผ้าพันคอ แต่พอสาย เหงื่อก็ซึม ถอดเสื้อ ถอดผ้ากันหนาว กันแทบไม่ทัน พอพระอาทิตย์ตกดิน ก็มีกระแสความหนาวซึมผ่านเข้ามาอีก
ชอบไปเดินเล่นชายทะเลบางพระ เมื่อวาน ก็เช่นกัน ไม่ทันระวังตัว รู้สึกมึนๆ คิดว่าคงทำงานมากไปหน่อย ไม่ได้พัก พอวางมือจากงาน ก็สี่โมงกว่าแล้ว จึงคิดจะไปเดินเล่น ชมความงามของพระอาทิตย์ตกน้ำ เหมือนเคย แต่ก็รู้สึกแปลกๆ กับกลิ่นทะเล ทีน่าจะเป็นกลิ่นของ สาหร่ายที่ถูกพัดมา เกาะผืนทราย เป็นสีเขียวอมน้ำตาล ยาวไปทั้งชายหาด ที่มองเห็นเป็นคราบเพราะน้ำลงไปทุกทีๆๆ
ลมก็เปลี่ยนทิศ เวลาเดินไปที่สะพานปลา คราวนี้ลมพัดเข้าหน้าเต็มๆ ก็เลยสูดอากาศเสียเต็มปอด แต่ผู้เขียนไม่ทันคิดว่า อากาศ ที่บวกความชื้นของน้ำทะเล จะกลายเป็นพิษภัยตนเองในเวลาต่อมา
รุ่งเช้า มีงานทำบุญที่บ้านพี่สาว อยู่ต่างอำเภอ ก็รีบร้อนไปแต่เช้า ยังดำเนินงานได้ไปเรื่อยๆ แล้วอากาศที่แปรปรวนก็เริ่มขึ้นอีก กับความร้อนที่ไม่น่าพิสมัยเลย กว่าจะรู้ตัวผู้เขียนก็เกิดอาการ ขณะกลับบ้าน ที่มันปวดเมื่อยไปทั้งตัว กระดูกทุกข้อ และที่สำคัญ อาการอ่อนเพลียมากๆ นั่งหลับมาในรถตลอดทาง โขคดีที่น้องขับให้ มาถึงบ้านก็ ล้มตัวนอนยาวไปเลย กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็เย็นแล้ว
ไม่มีไข้ มีแต่อ่อนเพลีย และปวดเมื่อย ทบทวนดู ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา สรุปอาการแล้ว น่าจะเกิดจากการ ที่ร่างกายปรับตัวไม่ทัน กับความเปลี่ยนแปลงของอากาศ การสูดลมที่พัดมาจากทะเล ที่พาเอากลิ่นสาหร่าย ชื้นๆเหมือนกลิ่นผักเข้าไปด้วย ไม่นึกว่าสิ่งแวดล้อมจะเป็นพิษ
วันนี้เลยแก้โรคด้วยวิธีโบราณ นำผักพื้นบ้าน เหมือนพี่เกษตรยะลาแนะนำ เช่นดอกแค ผักโขม มะเขือ มาต้ม กินกับน้ำพริกเผ็ดๆ ทั้งขม ทั้งเผ็ด ให้เลือดลมมันได้วิ่งพล่านไปทั่งตัว ดื่มน้ำ มากๆ กินผลไม้ ซึ่งทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นบ้าง โดยยังไม่กินยาใดๆ
ก่อนนอนคืนนี้ จึงขอบันทึกฝากทุกท่าน ให้ดูแลสุขภาพกันให้ดี เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคอย่างเดียว แต่สิ่งแวดล้อม และร่างกายที่อ่อนแอ ก็มีส่วนผสมผสาน จนทำให้เรากลายเป็นคนไข้ได้ทันที
หวังว่าพรุ่งนี้ คงมีเรี่ยวแรงกลับมาดังเดิม หวังว่านะ......
สวัสดีครับ หมอ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
ใช้ยาแผนโบราณสบายอยู่แล้วครับ...
พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ
ขอให้โชคดีครับ
สวัสดีค่ะ คุณหมอรุ่ง
รักษาสุขภาพนะคะ คน กทม.ส่งใจไปด้วยความคิดถึงค่ะ
เฮ้อ หมอก็ป่วย ขอให้หายไวๆ จะได้ไปนอนดูดาวได้อีก
สัวสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
อาการที่พี่บอก ก็เป็นอาการที่ร่างกาย พยายามจะสร้างภูมิคุ้มกัน มาต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพื่อปรับสภาพสมดุล แสบตา คันตา เพราะอากาศ ลม หรือสารที่มากับอากาศ กับลมที่เปลี่ยนทิศทาง ทำให้ร่างกาย ปรับตัวเอง พี่ต้องอดใจ อย่าขยี้ตาแรง จะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ คราวนี้ โรคจริงๆจะตามมา
ต้องใช้ธรรมชาติแก้ไข หนาวก็ทำให้อุ่น แสบตาก็อย่าอยู่ในที่ลมโกรก หรือขับมอร์เตอร์ไซค์ ก็ใส่แว่นกันลมเป็นต้น
ส่วนที่ปวดเมื่อยร่างกาย นี่ก็คงจะเกิดจาก การปรับตัวกับอากาศเหมือนกัน มีหด มีเกร็งไม่รู้ตัว
แต่ยืนยัน ว่า ไม่ใช่โรคชรา เพราะอายุยังไม่ถึงร้อยปีเลย
กินผักพื้นบ้านของพี่ แล้วชุ่มคอดี คอไม่แห้ง ไม่ไอค่ะ
สวัสดีค่ะนายช่างใหญ่
เมื่อวานนอนเกือบครึ่งวัน ปกติจะไม่นอนกลางวัน แต่มันลุกไม่ขึ้นค่ะ ตาจะหลับอย่างเดียว
ใช้ธรรมชาติบำบัดไปก่อน แต่เช้านี้ ก็ดีขึ้น ยังมีอาการ แสบๆตาอยู่บ้าง
นายช่างใหญ่ก็รักษาสุขภาพนะคะ
สวัสดีค่ะครูอ้อย
เจ็บคอ นี่เป็นอาการเตือนแรกๆ ของร่างกายเลยค่ะ บางครั้งมีคันคอนิดหน่อยด้วยค่ะ ต้องกินของขมๆ จะชุ่มคอ ยาโบราณ ยังใช้ได้ดีทุกวันนี้ ก็ตั้งกฎเกณฑ์ ให้ตัวเองไว้ ถ้าไม่มีไข้ ไม่กินยาค่ะ
ขอบคุณครูอ้อยค่ะที่ส่งความเป็นห่วงมา ส่งไปให้ครูอ้อยเช่นกัน สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครู
สงสัยหนูไม่ได้ไปกินสะเดาบ้านพ่อแน่ๆเลยจึงเริ่มไม่สบาย ดูแต่พ่อสิ นอนอาบแดด ยังไม่ป่วยไม่ไข้ สงสัยในตัวพ่อ มีแต่สมุนไพร ต้านโรคทั้งนั้น
หนูตั้งใจ จะไปนอนนับดาวบ้านพ่อสักคืน เร็วๆนี้ค่ะ
โยคีน้อย
ขอให้หายเร็วๆครับ
ขอให้เอาพลังภายในมาช่วยครับ ให้อณู(แรงงาน)ในร่างกายยกขบวนไปยังจุดที่ไม่สบายครับ เดี๋ยวเขาทำหน้าที่ของเขาเอง
ในช่วงที่ป่วยต่างๆ แม้ไม่ค่อยสบายกาย แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่กำหนดจิตได้มีผลดี เพราะเราจะอยู่ในสภาพ "หมดอาลัยตายอยาก" ซึ่งนั่นแหละคือการแบมือ
กำหนดครับ ผู้เพ่งเพียรเผากิเลส
ด้วยความปรารถนาดี
โอมเพี๊ยงงง! ให้หายจากอาการป่วยไข้ไวๆ ค่ะ พกผ่อนเยอะๆ นะคะ
ช่วงนี้อากาศแปร่งๆ แปลกๆ จนร่างกายเราปรับตัวไม่ทันจริงๆ ด้วย ที่เชียงใหม่ก็เป็นค่ะ ดีแต่ต้อมล่ำเกินหญิงไปหน่อยเลยไม่ค่อยได้ป่วยไข้
สวัสดีครับพี่รุ่ง
ขอให้หายไวๆ นะครับ ดื่มน้ำอุ่นๆครับ รักษาสุขภาพนะครับ อากาศเปลี่ยนได้เสมอครับ นี่ล่ะครับสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราต้องปรับตัวอย่างเดียวครับ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เทคโนโลยีห้ามไม่ได้ครับ เรารับอย่างเดียวครับ ทำได้เพียงแค่ปรับตัวในช่วงที่ปรับได้ครับ
รักษาสุขภาพครับ
เม้งครับ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เมื่อคืนก็ สแกนร่างกาย เหมือนพี่เคยสอน (ลมปราณ) แล้วก็ปิดสวิตช์นอน เช้ารู้สึก ไม่ค่อยปวดเมื่อเท่าไหร่
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะน่องเนปาลี
แหม คาถาแม่หมอนี่ วิเศษจริง เพี้ยงเดียว ดีขึ้นเลย ถ้าอย่างน้องต้อมล่ำ แล้วอย่างพี่จะเรียกว่าอะไรคะ
ขอบคุณน้องมาก ขออย่าได้เจ็บ ได้ไข้เลยนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์บัวชูฝัก
ปีนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงมากจริงๆ ปกติก็ไม่ค่อยเจ็บไข้เท่าไหร่ แต่คราวนี้ ร่างกายมันทนไม่ไหว
อาจารย์ก็ต้องระวังนะคะ บทมันจะมีอาการ ก็ครั่นเนื้อ ครั่นตัวทันทีเลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
ขอบคุณค่ะที่แนะนำ เยอรมัน อากาศหนาวหรือยังคะ
ได้รับเมล์แล้ว คุณเม้งลองเช็คยอด ที่ขึ้นไว้ ว่าถูกต้องไหมนะคะ
สวัสดีครับพี่รุ่ง
อากาศที่นี่หนาวดีมากๆ ครับ แล้วหากได้เจอลมพัดด้วยนะครับ หูแดงเลยหล่ะครับ นี่หล่ะครับ สิ่งที่เราห้ามธรรมชาติไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะไปเช็คยอดนะครับผม
ขอบคุณพี่มากๆ นะครับผม หายไวๆ และเป็นปกติในเร็ววันครับผม
พระธรรมชาติคุ้มครองครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
อากาศเปลี่ยน ร่างกายเราก้อาจเสียสมดุลไปบ้างนะคะ
พักเสียมากหน่อย เดี๋ยวก็หายค่ะ
ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ใจเกินร้อยเสียอย่าง
ดูดาวบนฟ้านี่ซีคะ อิๆๆๆ
คุณเม้ง
ขอให้พระธรรมชาติรักษาเช่นกันนะคะ ทำบุญอย่าได้ประมาทเลยค่ะ