จาก ดร.ธวัชชัย ทีได้อ้างอิงแนวคิด สืบเนื่องจากบันทึก "วิชาการไร้ราก" ของ อ.หมอวิจารณ์ ซึ่งอาจารย์เขียนได้ตรงใจผมมาก เพราะผมได้มีโอกาสเจอคนที่ไปเรียนปริญญาเอกหลายคนที่ไปเรียนต่อเพื่อแสวงหาความรู้ "ประยุกต์" แต่กลับประยุกต์ไม่ออกเมื่อได้ความรู้นั้นจริงๆ

ผมว่างเว้นการเขียนไปนาน  อาจเป็นเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านชีวิตหลายๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นงานการ  ปีเก่ามาปีใหม่  รัฐบาลเก่ามารัฐบาลใหม่  เจ้านายเก่ามาเจ้านายใหม่(ประธานรัฐสภา)  การใช้ชีวิตใน g2k แบบเก่ามาเป็นแบบใหม่  สุดท้ายที่เปลี่ยนผ่านมิได้เด็ดขาด  โทษถึงตายทีเดียวครับ  คือเปลี่ยนเมียเก่าไปเป็นเมียใหม่  โทษประหาร  ตายลูกเดียวครับ  ฮิฮิ

ผมเจอศัพท์คำหนึ่งในงานงานวิจัยที่นักศึกษาที่เป็นตำรวจส่งมาให้อ่าน  เขาได้เอารากเหง้าของคำว่า ตำรวจมาอธิบาย  เลยอยากนำมาฝากท่านที่มีผู้รู้จักเป็นตำรวจจะได้เสวนากัน 

หากท่านทราบแล้วก็ขอให้เลยตามเลยก็แล้วกัน

ผมเอามาเสริมแนวคิด อ.ธวัชชัย ที่พูดเอาไว้ว่า  "วิชาการไร้ราก"  เอามาเสริมก่อนที่รากจะเน่าครับ

     

ตำรวจ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ให้ความหมายไว้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจตรารักษาความสงบ  จับกุม  และปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย 

 

ภาษาอังกฤษใช้ว่า Police ที่มาจากภาษากรีกคือ  Polis  หมายถึงเมืองอันมีรากมาจากภาษาละตินว่า  Politia  ก็คือผู้ที่ดูแลการบริการในเรื่องความปลอดภัย และสวัสดิภาพของบุคคลในชุมชน ในรัฐโรมันตั้งแต่อดีตกาล

 

หากจะวิเคราะห์แยกศัพท์คำว่า  Police  นี้ พระเจ้าซาร์ที่ ของฝรั่งเศสได้แยกเป็นรายอักษรว่า

มาจาก Politeness มีความสุภาพเรียบร้อย

O มาจากObedience มีความเชื่อฟังคำสั่ง

L มาจาก Legal  Knowledge มีความรู้ทางกฎหมาย

มาจาก Investigation  มีความเชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวน

C มาจาก Cooperation  มีความร่วมมือสามัคคีในการปฏิบัติหน้าที่

E มาจาก Energy มีความเข้มแข็งในหน้าที่การงาน 

ส่วนของตำรวจไทยให้ไว้ดังนี้ครับ
     อักษร   หมายถึงตรวจตรา  ตรากตรำ
     อักษร อำหมายถึง อำนาจหน้าที่
     อักษร  หมายถึง รอบรู้  ริเริ่ม  เร่งรีบ และร่วมมือ
     อักษร ว หมายถึง วินัย  วิจารณญาณ
     อักษร จ หมายถึง จรรยามารยาท  จดจำ

ตำรวจไทยทำได้ตามนี้หมดประชาชนคงมีความสุขมากๆครับ