ในโอกาสปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกายและใจ เจริญในธรรม และร่ำรวยด้วยอริยทรัพย์ค่ะ

ได้ไปเยือนกัมพูชามาเมื่อไม่นานนี้เอง มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังมากมาย แต่ขอนำเรื่องชีวิตริมน้ำอันเป็นแหล่งน้ำใหญ่ของชาวเขมรมาฝากกันก่อน

เราบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเสียมเรียบ ด้วยบางกอกแอร์เวย์ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

เมื่อเครื่องบินลดระดับ เราก็ได้เห็นภาพที่มหัศจรรย์มากว่า ภูมิประเทศนั้นช่างแปลกแตกต่างจากเมืองไทยเหลือเกิน ด้วยจำนวนบึงน้ำ ทะเลสาป และยังเห็นเหมือนมีน้ำสลับผืนดินเป็นหย่อมใหญ่ๆ กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

ตกเย็นพวกเราหกคนก็นั่งรถของบริษัทนำเที่ยวที่เราติดต่อไว้เพื่อไปลงเรือล่องทะเลสาปอันมีชื่อเสียง ชมพระอาทิตย์ตกดิน นั่นคือที่ Tonle Sap ซึ่งเป็นทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 คนทั่วไปเรียก Tonle Sap ว่า Great Lake ซึ่งเขาบอกว่าความหมายตรงๆของ ตนเล ซาป ก็คือ Large fresh water river ที่จริง ตนเล ซาป นั้นเป็นระบบทะเลสาปและแม่น้ำที่โยงใยกัน

อ่านพบว่าน้ำในตนเล ซาป มาจากเขาพนมกุเลนส่วนหนึ่ง(ซึ่ง พนมกุเลน เป็นแหล่งโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อมโยงไปถึงอารยธรรมอังกอร์วัดนานนับพันปี)และเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงส่วนหนึ่ง

ในช่วงปกติพื้นที่ของทะเลสาปซึ่งกินเขตแดนถึงห้าจังหวัด จะอยู่ที่ ๒๗๐๐ ตารางกิโลเมตร แต่ในฤดูมรสุม พื้นที่จะขยายเกือบสามเท่าเป็น ๑๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร จากการที่น้ำในแม่น้ำโขงมีระดับสูงขึ้น ก็จะไหลล้นเข้ามาใน ตนเล ซาป ทำให้ระดับน้ำในตนเล ซาป สูงเพิ่มขึ้นอีกราว ๑๐ เมตร ในฤดูแล้งน้ำใน ตนเล ซาป ก็จะไหลกลับไปลงแม่น้ำโขงอีกครั้ง นับเป็นการถายเทสัตว์น้ำมหาศาลในแต่ละช่วง

ตนเล ซาป ยังล้อมรอบไปด้วยป่าไม้ จึงเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพสูงมาก เรียกว่ามีทั้งพืชพรรณ สัตว์บก สัตว์น้ำ

แต่บทบาทในการเป็นแหล่งสัตว์น้ำ ให้โปรตีนเลี้ยงชาวเขมรได้หลายล้านคน กล่าวว่า ถึงร้อยละ๖๐ ของแหล่งโปรตีนสำหรับชาวเขมรนั้น ได้มาจาก ตนเล ซาป

 นี่คือโรงเรียนและโบสถ์คริสต์ เย็นแล้ว เรายังเห็นนักเรียนอยู่ที่แพโรงเรียนนี้หลายคน ยังมีแพห้องสมุด แพสนามบาสด้วย

มีผู้คนอยู่อาศัยรอบๆและใน ตนเล ซาป นี้ราวหนึ่งล้านคน

เรือที่นั่งเริ่มแล่นออกห่างแหล่งหมู่บ้าน สู่ห้วงน้ำที่เห็นฝั่งด้านข้างไกลลิบ แต่ด้านหน้าที่มุ่งไปนั้น เห็นแต่ขอบฟ้า

 ทันใดนั้นสายตาพวกเราก็จับจ้องที่เรือลำหนึ่ง เห็นแม่และลูกๆนั่งกันอยู่ เราพากันพูดว่าเด็กพวกนี้แกร่งนะ ยังเด็กก็ต้องออกมาช่วยกันจับปลาเลี้ยงชีพ มีถังมีอ่างมาเตรียมใส่กัน น่ากลัวออกมาในที่น้ำลึกๆอย่างนี้

พูดยังไม่ทันขาดคำกะละมังอลูมิเนียมก็ถูกนำลงน้ำพร้อมฝีพายกะละมังละคน

สาวน้อยนี้พายเร็วมาก แพล็บเดียวมาประชิดข้างเรือเรา ส่งเสียงขอเงิน พอเราพูดกันว่าไม่ยักกลัวกะละมังคว่ำนะ แม่หนูเหมือนจะเข้าใจ ทำแกล้งเอียงกะละมังซ้ายขวา น่าหวาดเสียว ทำคนแก่ในเรือเราส่งเสียงตกใจ แต่เธอหัวเราะร่า พวกเราให้เงินค่าแสดงโชว์นี้ไปพอสมควร

 

 แวะขึ้นแพขายเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง เด็กๆพากันมารุมล้อม เสนอขายกล้วย ดูเหมือนกล้วยน้ำว้า คุณป้าคนหนึ่งที่ไปด้วยกัน สงสารเด็กตาละห้อยซื้อกล้วยที่หวีสภาพยังสวยอยู่ มาคะยั้นคะยอให้เราลองชิม ด้วยความเกรงใจก็รับมาทานหนึ่งลูก คนข้างกายขำเราใหญ่และแหย่ว่า กล้วยเขาลงอาคมไว้ ใครทานแล้วจะไม่ได้กลับไปต้องอยู่ที่หมู่บ้านนี้ สงสัยจะดีใจที่เราทานเข้าไปแล้ว

 เรือต่างนำนักท่องเที่ยวลอยลำ รอชมความงามยามอาทิตย์อัสดง มีเรือบริการเช่นนี้หลายสิบลำ อาจถึงร้อยที่เราเห็นที่ท่าตอนออกเรือมา แสดงว่ากิจการเช่นนี้หากมีนักท่องเที่ยวมาสม่ำเสมอ ย่อมสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

นี่ขนาดเขาบอกว่าเป็นหน้าแล้ง เรายังเห็นต้นไม้ที่น่าจะอยู่บนบกยืนอยู่ในน้ำเลย

ภาพนี้ทั้งแสง และสี ดูแล้วให้ความสงบเย็น จึงขอนำมามอบให้เป็นการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นะคะ

ได้อ่านพบในบางที่ที่นักท่องเที่ยวได้ไปเห็นชีวิตชาวบ้านและเด็กๆที่ ตนเล ซาป แล้วบอกว่าได้พบเห็นความยากจนสุดๆ ซึ่งอาจจะจริง หากเราวัดด้วยมาตรฐานของทุนนิยม แต่หากเรามองว่า ตนเล ซาป เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้ยากจน จึงไม่น่าจะใช่ "ความไม่มีจะกิน" แต่เป็นเพราะจน "อริยทรัพย์" หรือทรัพย์ทางความคิด ทางปัญญา ที่จะใช้ทุนจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัว

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เราได้พบและรู้สึกได้คือ เขามีอิสระ และ มีความหวังในการมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะอยู่อย่างไรก็ตาม

ในโอกาสปีใหม่นี้ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกายและใจ เจริญในธรรม และร่ำรวยด้วยอริยทรัพย์ค่ะ