ควันหลงวันดวลสะเดาปีนี้ หลังจากอิ่มท้องทั่วหน้า แต่ตราบใดที่ปากยังพูดได้ กิจกรรมสนุกๆก็ติดตามมา..คนแซ่เฮหัวเราะกันครั้งใหญ่ในรอบปี ทำไมถึงออกอาการเช่นนี้  ผมเองก็ตอบไม่ได้ ว่ามีเหตุและปัจจัยอะไรพวกเราจึงเส้นตื้นกันแทบไม่ได้หลับได้นอน ..เหตุเริ่มจากสาวๆ..เขายื่นฝ่ามือมาอวดกัน พวกผู้ชายก็นึกเอ๊ะใจว่าฝ่ายสุภาพสตรีไปจุ้มศีรษะกันทำอะไร  อ๋อ! เขาดูดวงกัน สนใจใคร่รู้ว่าปีใหม่ใครจะดวงดีดวงด้อย บังเอิญว่าตำราหมอดูที่รู้กันนั้นมาจากหลายสำนักเหลือเกิน ไม่รู้จะเชื่อของใครดี ..เนื้อคู่เกิดแล้วยัง! มีใครรักจริงหวังแต่งรึเปล่า! ?????

ในระหว่างที่แม่หมอดูทั้งหลายกำลังซุบซิบกัน ลุงเอกพิมพ์คอมฯอยู่เงียบๆ มองมาเห็นจึงเอ่ยมธุรสวาจาถาม..ดูดวงใช่ไหม สู้ของผมไม่ได้หรอก..ฮ้า!! เสียงร้องขึ้นแทบจะพร้อมกัน เร่เข้ามาแบบสายฟ้าแลบ ลุงเอกถามคนข้างๆว่า..เกิดวันที่เท่าไหร่ พอทราบวันที่เกิด ก็อ่านคำทำนายที่บันทึกโปรแกรมไว้แล้ว ..ไล่เรียงไปตั้งแต่นิสัยใจคอ ทัศนคติ ความชอบ ความคิด จุดดี จุดด้อย เอ่ยถ้อยเป็นจังหวะ พร้อมกับถามเจ้าตัวว่า ใช่ไหม? เป็นอย่างนี้ไหม? ตรงไหม? พร้อมกับขอความเห็นคนรอบข้าง ทุกคนร้องอื้อฮือๆๆ..!!  

เมื่อเสียงขานรับอย่างนี้ คนโน้นก็ดูคนนี้ก็ดู กว่าจะไล่ครบทุกคน เวลาล่วงเลยวันใหม่ไปจวนถึงเวลาไก่ขันครั้งแรก จึงได้แยกย้ายกันไปนอน คงจะได้นอนกันคนละ3-4ชั่วโมง ก็ทยอยตื่นมาพบปะกันอีกครั้งหนึ่ง เจ๊องุ่นและสมาชิกช่วยกันลำเลียงอาหารมาเลี้ยงดูเต็มโต๊ะ งานนี้อิ่มจริงๆ อาหารยังไม่ย่อยก็เอาของอร่อยมาวางกันอีกแล้ว   เมนูมากล้นจนแม่ครัวลืมยกมาเสิร์ฟ  

คณะที่เดินทางกลับไปก่อน เลยอดชิมมะละกอที่หอมหวาน กลุ่มสุดท้ายอยู่ดวลอาหารกลางวัน ก่อนแยกวงก็อร่อยไปอีกแบบ แต่ก็อย่างว่าละครับ การนัดหมายกันในช่วงวันสำคัญของครอบครัวเช่นนี้ ปกติเขาจะไม่ทำกัน คงเป็นเพราะธรรมะจัดสรรกระมัง พวกเราที่พอจะปลีกแว๊บได้จึงมาร่วมกันชื่นมื่น ถึงจะเดินทางแกร่วอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน แต่ก็คงจะคุ้มค่ากับรถติด บางคนบอกว่าดีเสียอีกที่จะได้คุยกันจนจุใจ แน่ะ..ดูสิเธอ ถูกใจกันเสียอย่าง อะไรๆก็ดูดีไปเสียหมด

ช่วงเช้า เราสรุปการบ้านที่จะช่วยกันทำในปีใหม่นี้  ได้เค้าโครงหยาบๆกลับไปลงขันความคิด ก่อนที่จะแลกกอดแลกของฝากกัน ส่งแต่ละทีมทยอยออกเดินทาง รถคันสุดท้ายเป็นของทีม2แคว กว่าล้อจะเคลื่อนได้เวลาก็ล่วงเลยไป 16.00 . ครูสุบอกว่า..ยังไม่อยากกลับ จะให้คนชอบวิ่งขับรถกลับไปคนเดียวก่อนก็ดูช่างกระไร ที่คุณหมอชอบวิ่งฉีกตารางนัดหมายก็เพราะเป็นห่วงที่เห็น2สาว เดินทางมากันเอง เป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างกัน นี่คือมิตรภาพที่อาบใจของชาวแซ่เฮ ที่ทำให้ตระหนักรู้ว่า เราห่วงใย พร้อมดูแลช่วยเหลือกันโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

..ลาที มิใช่ลาก่อน อย่าอาวรณ์ ไม่หายไปไหน ขอให้โชคดี สุขีปีใหม่ ไม่วันใด เราคงพบกันอีก..       

จากความห่วงใยของหัวใจแก่ๆ  แต่จริงใจนะจ๊ะ อิอิ..