เวลาเขียนบันทึกสักบันทึก เจ้าของสมุดบันทึกมักจะคาดหวังว่า อยากให้เพื่อน ๆ กัลยาณมิตร หรือผู้รู้ มาแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นภาพสะท้อนให้ทราบว่า ผลจากความคิดของตนคนเดียวนั้น เป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อมีการเขียนบันทึกในประเด็นต่าง ๆ ของเจ้าของสมุดบันทึก ย่อมต้องมีการเขียนแสดงความคิดเห็นเข้ามาให้ทางเจ้าของสมุดบันทึกได้รับทราบ ไม่ว่าจะมีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือ แตกยอดความรู้ออกไป

เวลาเขียนบันทึกสักบันทึก เจ้าของสมุดบันทึกมักจะคาดหวังว่า อยากให้เพื่อน ๆ กัลยาณมิตร หรือผู้รู้ มาแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นภาพสะท้อนให้ทราบว่า ผลจากความคิดของตนคนเดียวนั้น เป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าได้ความคิดเห็นที่เห็นด้วย ก็จะมีกำลังใจ อยากศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพิ่มแรงขับในตัว

ถ้าได้ความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วย ก็ถือเป็นข้อพิจารณาความคิดของตัวเองว่า มองได้รอบด้านหรือยัง ถ้ายัง อะไรคือสิ่งที่เรานึกหรือคิดกันหนอ หามุมมองอื่น ๆ มามองบ้าง ไม่ใช่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง

ถ้าได้ความคิดเห็นที่ต่อยอดความรู้ไปอีก นั่นคือ ความสุขใจทีเดียว แสดงว่า ความรู้ไม่มีความสิ้นสุด เราต้องศึกษาเพิ่มเติม และมีเพื่อน ๆ แวะมาบอกทิศทางการศึกษาให้เราแล้วไง ดีจัง

 

เรื่องของ ... เจ้าของบันทึก กับ การตอบความคิดเห็น (สำหรับผม)

  • เมื่อเขียนไปแล้ว ผู้เขียนต้องใจกว้างและเต็มใจรับผลการแสดงความคิดเห็นจากผู้อื่นด้วยความยินดี
  • หากมีบันทึกที่เห็นด้วยกับความคิดของเรา .. เราต้องแสดงน้ำใจ โดยการขอบคุณเขาด้วยใจจริง
  • หากมีบันทึกที่เห็นด้วยพร้อมกับการต่อยอดความรู้ ... เราก็ต้องแสดงน้ำใจเช่นกัน และถ้าเรามีความคิดต่อไปอีกจากความรู้ของเขา เราก็แสดงความคิดเห็นนั้นต่อยอดออกไปอีก (บุคคลที่มีลักษณะการตอบแบบนี้ เช่น คุณเบิร์ด, อาจารย์กมลวัลย์, คุณเอก)
  • หากมีบันทึกที่ไม่เห็นพร้อมไปกับความคิดของเรา ... เราก็ต้องขอบคุณเขาก่อนอยู่ดี เพื่อสร้างมิตรภาพที่ดี แล้วพร้อมรับฟังเขา และถ้าคิดและเข้าใจจากสิ่งที่เขาเขียน เราก็ควรจะเขียนตอบกลับไปด้วยมิตรภาพว่า เราเข้าใจจริง ๆ

 

เรื่องของ ... การแสดงความคิดเห็น และ การโต้ตอบเจ้าของบันทึก (สำหรับผม)

  • เมื่อพบบันทึกที่เรามีความรู้ หรือสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เราก็ต้องเลือกใช้คำพูดที่ดูนุ่มนวล จริงจัง ตรงไปตรงมา มาจากภูมิรู้ของตัวจริง เพื่อให้เจ้าของบันทึกเข้าใจสิ่งที่เราคิด ซึบซับอารมณ์ละเมียดความคิดของเรา ... แต่บางที การใช้คำพูดก็รุนแรงเกินไป ตำหนิมากเกินไป ใช้อารมณ์มากเกินไป ทำให้เกิดข้อขัดแย้งอย่างรุนแรง ... กำลังจะได้มิตร กลับได้ศัตรูเข้ามาแทน .... บรรยากาศจะมาคุกันเปล่า มองหน้ากันไม่ติดล่ะคราวนี้ ... การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ผมเห็นอ่านพบจากบันทึกของท่านอื่น หรือ ของตัวเองก็มี
  • การใช้อารมณ์เป็นใหญ่ในการเขียนแสดงความคิดเห็นไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ... มันทำให้กิเลส ความโกรธ มันบดบังความดี ความถูกต้องของประเด็น ... บันทึกนี้ผมเคยเห็นจากบันทึกของครูอ้อยที่ดูเหมือนจะเป็นบันทึกครบรอบ 2000 บันทึก แล้วมีคนไม่เปิดเผยตัวมาแสดงความคิดเห็นแบบก้าวร้าว เถียงหัวชนฝา  ตอบโต้กันหลายกรอบทีเดียว ใช่ไหมครับ ครูอ้อย
  • การคุยกันระหว่างเจ้าของบันทึกกับผู้แสดงความคิดเห็นในหลาย ๆ กรอบ ตอบโต้กันไปมาในลักษณะที่สร้างสรรค์ ใช้เหตุผลพูดคุยกัน ... ผมว่า ดี ... มันเป็นการต่อยอดความรู้ เพิ่มสายใยของมิตรภาพ
  • แต่ถ้าเป็นการโต้ตอบแบบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ... ผมว่า เลิกคุยไปเลยดีกว่า ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ปล่อยให้เขาอยู่ในโลกของเขาต่อไป .... เชื่อเรื่องกรรมดีกว่า กรรมใดใครก่อนกรรมนั้นตอบสนอง สบายใจกว่า .... ประเด็นนี้ผมเจอมาแล้ว ... แต่ไม่ขอแสดงบันทึกให้ทราบ ... ได้รับด่าอย่างคนมีการศึกษาเขาด่ากันน่ะ ... อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจริง ๆ หรือ ชีวิตจริงก็พบเยอะ ชุมชนเสมือนก็ยังมีอยู่ แล้วแต่อัตตาใครจะเยอะกว่ากัน ผมเหนื่อยแล้วล่ะ

 

พฤติกรรมที่สร้างมิตรภาพใน Gotoknow

  • การเขียนบันทึกโดยไม่ได้กระทบกระทั่งโดยตรงมากเกินไป ... บางทีก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นความหายนะขององค์กร ก็ต้องใช้รหัสกลั่นกรองกันก่อน
  • การเขียนบันทึกด้วยการมองโลกในแง่ดี มีความสุข ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรให้กับกัลยาณมิตร คนเขียนมีความสุข คนอ่านมีความสุข
  • การมองเรื่องเครียด นำมาเขียนเป็นเรื่องตลก ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งอารมณ์ขัน น่าเขียนไม๊ครับ
  • การเขียนที่ไม่โอ้อวดตัว อัตตาตนเองมากเกินไป จนน่ารำคาญใจมากกว่าน่าอ่าน ... เปิดทางให้คนที่มีความรู้จริง ๆ เข้ามาตอบบ้าง ไม่ใช่เขียนไป ปิดทางคนอื่นเขาหมด จะให้ตอบว่า เห็นด้วย ดีจัง อย่างเดียว ...
  • การเขียนแสดงความคิดเห็นเป็นไปอย่างมีมิตรภาพและการให้เกียรติ ครับ ... เช่น ไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร ก็ใช้ "คุณ" นำหน้า, เป็นคนทำงานในตำแหน่งระดับสูงขององค์กร อาจจะเรียกท่าน (ให้เกียรติไง บางคนในพวกนี้ก็ถือ ให้เกียรติเขานิดนึง ไม่ชอบใจก็อดทนไว้ ผ่านมันไปให้ได้)
  • การเขียนแสดงความคิดเห็นใด ๆ ควรจะมีคำว่า "ขอบคุณ" "ขอโทษ" "เสียใจ" "ดีใจ" "ให้กำลังใจ" ด้วยเสมอ เพื่อสร้างมิตรภาพที่ดี ... คนดีย่อมพูดภาษาคนที่ดี ครับ เชื่อไหม ?
  • การช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นเรื่องสำคัญ ... บางทีมีคนเดือดร้อน หาความรู้ไม่ได้ ... ถ้าเราทราบก็ช่วยเขาโดยการให้คำแนะนำไป ... ถ้าไม่เดือดร้อนเอง ก็จะไม่ทราบถึงหัวใจของเขา ใช่ไหมครับ มิตรภาพและน้ำใจเกิดขึ้นจากสิ่งนี้ครับ

กัลยาณมิตรทั้งหลายครับ .... ผมคิดไม่ออกแล้วล่ะครับ ... ท่านใดคิดได้ต่างจากผม เล่าให้ผมฟังหน่อยนะครับ รอคำตอบเลยล่ะ งานนี้

ท่านที่เข้ามาอ่าน ... อาจจะสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับผม ทำไมผมจึงเขียนบันทึกนี้ออกมา ผมอยากคิดล่วงหน้าและตอบท่านก่อนว่า

  • ประการแรก ... ผมได้ไปวิวาทะกับผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งมาในบันทึกหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็มีอีกคนใช้ถ้อยคำรุนแรงกับผมมา คนนี้ไม่แสดงตัว หรือ เปิดเผย (ผม Sensitive สำหรับเรื่องนี้)
  • ประการที่สอง ... ผมตั้งใจจะเขียนประเด็นนี้นานแล้ว อารมณ์คุกรุ่นพอดี เลยลองเขียนดูนะครับ ยังไม่ได้ลำดับความคิดเท่าไหร่ ถ้าคิดว่าน่าจะมีประโยชน์บ้างนะครับ
  • ประการที่สาม ... ดูเหมือนการไปมาหาสู่ของบันทึกระหว่างคุณเอก บล็อกเกอร์ปายหลาย ๆ ท่าน คุณเบิร์ด ทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่า "มิตรภาพ" แล้วล่ะ ผมจึงได้แรงบันดาลใจมาเขียน

เล่ามาให้ฟังยาวแล้วล่ะ ... ขอให้เพื่อนและกัลยาณมิตรของผมทุกท่าน มีความสุขครับ

บุญรักษา .. ทุกท่าน ครับ :)