เวทีนี้ได้เปิดโอกาสให้แต่ละชนเผ่าได้แสดงออกถึงความเป็นชนเผ่าตนเองและข้อเสนอต่อการพัฒนาสุขภาพของชนเผ่าในแง่มุมต่างๆ

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            ทุกๆ วันหากไม่มีภาระใดๆ เร่งด่วนหรือออกไปนอกพื้นที่ ผมจะอาศัยช่วงเวลาพักทานอาหารกลางวันผมจะแวะไปที่สำนักงานมูลนิธิฮักเมืองน่าน เพื่อไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องๆ อาสาสมัครฮักเมืองน่าน และถือโอกาสติดตามงานและความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งงานเอกสารต่างๆ ของสำนักงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             วันนี้ก็เช่นกัน (๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๐) เมื่อเข้าไปยังวัดอรัญญาวาส อันเป็นที่ตั้งของมูลนิธิฮักเมืองน่าน ก็พบว่า คณะทำงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดน่านและภาคีเครือข่าย ได้จัดเวทีสมัชชาสุขภาพปี 2550 “ระบบสุขภาพชนชาติพันธุ์น่าน : จุดเปลี่ยนและทิศทางใหม่ในการพัฒนาเป็นเวทีที่ได้แลกเปลี่ยนวิธีคิด มุมมองของชนชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ม้ง เมี่ยน ขมุ มูเซอ มลาบรี ถิ่น เพื่อให้ได้ข้อเสนอต่อการพัฒนาสุขภาพของชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยและยังขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบสุขภาพของรัฐที่มีอยู่</p>             เวทีนี้ได้เปิดโอกาสให้แต่ละชนเผ่าได้แสดงออกถึงความเป็นชนเผ่าตนเองและข้อเสนอต่อการพัฒนาสุขภาพของชนเผ่าในแง่มุมต่างๆ แม้เวทีนี้จะเป็นเวทีเล็กๆ ที่มีคนไม่มากนัก และอยู่ในกลุ่มของชนเผ่าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีแง่คิดและมุมมองที่ชัดและแหลมคมหลายประการ คงต้องเป็นภาระสำคัญของคณะทำงานสมัชชาสุขภาพที่จะต้องทำเป็นนโยบายสาธารณะออกมาขับเคลื่อนสังคมไปสู่สุขภาวะที่ดีต่อไป