เรียนรู้บนความเจ็บปวด
ผู้เขียนอยากระบายความเจ็บปวดของการปฏิบัติงานส่งท้ายปีเก่า
รับงานปี 48 (ช่วงนี้เก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์จากคนเดิม)
3 ปีที่ผ่านมาผู้เขียนได้รับผิดชอบให้ดูแลเรื่องทุนการศึกษา ปี 48-50 คือทุนให้เปล่ามี 2 ประเภท คือทุนการศึกษาต่อเนื่อง ทุนการศึกษารายปี
เริ่มแรกปี 48 ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มาดูแลเรื่องทุนแบบมือใหม่ โดยจะต้องอาศัยเพื่อนร่วมงานคนเก่าเรียนรู้งาน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานเพื่อพัฒนางานและพัฒนาตนเอง แต่ก็ไม่ทันได้เรียนรู้งานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมืออาชีพ
ปลายปี 48 เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนเก่าได้ลาออก เหลือผู้เขียน และหัวหน้างาน 2 คน ผู้เขียนก็พยายามเรียนรู้งานจากหัวหน้างานอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะมีโอกาสน้อยนักที่จะได้ร่วมงานกับท่านนี้ จึงได้ตั้งใจเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และนำเอาการทำงานของท่านมาเป็นแบบอย่างในการทำงานของตนเอง (แอบปลื้มเงียบ ๆ) ก่อนที่ฟ้าจะลิขิตให้หัวหน้าท่านนี้ย้ายไปกลุ่มงานใหม่ แต่ไม่ทันที่จะได้ซึมซับ (งานล้นคน)
จน ปี 49 ตามฟ้าลิขิต หัวหน้าท่านนี้ก็มีอันต้องได้ย้ายเพื่อรับตำแหน่งใหม่ แต่กระนั้นผู้เขียนเองก็ไม่ได้โดดเดี่ยวซะที่เดียว สวรรค์ได้ส่งเพื่อนร่วมงานมาให้อีก 1 และ 2 ตามลงมา และหัวหน้าคนใหม่ก็ตามลงมาอีก รวมแล้วมีผู้ดูแลงานทุนการศึกษาถึง 4 คน (แต่คนล้นงาน)
ปรากฏการใหม่เริ่มขึ้น ผู้เขียนเองจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับเป็นผู้ที่มาใหม่ ได้เรียนรู้ในทุก ๆ เรื่องเกี่ยวกับงานทุนการศึกษา ประหนึ่งว่าตัวผู้เขียนเองนั้นเป็นผู้รู้ (รู้กว่าใคร ๆ ในงานนั้น)
แน่นอนปัญหาย่อมเกิดขึ้นกับบุคคลที่ย่างกลายเข้ารับหน้าที่ใหม่ ตัวผู้เขียนเองก็ช่วยแก้ไขปัญหาได้บ้าง หรือหนักเข้าก็ต้องรบกวนหัวหน้าท่านเดิมบ้าง โดยขอคำปรึกษาเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ หนักใจกับการพัฒนางานในแต่ละปีจะมีการปรับเปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั้งผู้เขียนเองเกิดความท้อแท้ในการทำงานอยู่เป็นเนือง ๆ
ปี 50 ผู้เขียนถูกให้รับเป็นผู้ช่วยหัวหน้างาน หลังจากได้ปฏิเสธการเป็นหัวหน้างานทุนการศึกษามาแล้ว แต่ผู้เขียนก็ยังไม่พ้นการรับบทหนักเป็นผู้ถ่ายทอดงาน แก้ไขปัญหา และเป็นหัวหน้างาน (ตั้งเอง) จำเป็นในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่หัวหน้างานคนใหม่จะเข้ามารับหน้าที่ให้เต็มรูปแบบ
บันทึกนี้ผู้เขียนอยากบันทึกส่งท้ายความเจ็บปวดของการปฏิบัติงานปีที่ผ่านมา ทิ้งไปกับปีเก่า เพื่อที่จะเริ่มปฏิบัติงานในปีใหม่ให้มีความสุข
ปีใหม่นี้ขอให้ชาวบล็อก
จงมีแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ค่ะ
ขอให้รวย ขอให้รวยทุกท่านค่ะ
อันที่จริงถ้าเราเพิ่งมองให้ลึก เราจะรู้ว่า ปัญหาการทำงานบางครั้งไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่บุคคล เพราะบุคคลคือคนที่สร้างระบบ ... ข้อจำกัดของคนมีความแตกต่างกัน บางท่านอาจมีทักษะการการเรียนรู้ได้หลากหลาย ทำงานได้หลายอย่าง...มีผลึกความคิดที่เป็นระบบ ขณะที่บางคนอาจเกิดมาเพื่อสันทัดงานใดงานหนึ่งเท่านั้น ... (ก็มีเหมือนกัน)
การบริหารคนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้บริหาร หรือหัวหน้าจำต้องใช้คนให้เข้ากับงาน เพราะนั่นคือการดึงความสามารถของเขาออกมาให้เต็มที่ ...
และสำคัญก็คือ หัวหน้าก็ควรเป็นนักปฏิบัติด้วยเช่นกัน เพราะหัวหน้าที่ดีก็คงไม่หล่นลงมาจากก้อนเมฆ แต่ควรงอกขึ้นมาจากดินเป็นสำคัญ ซึ่งหมายถึงเกิดจากการเรียนรู้จริง ... ทำจริง เห็นจริง มาในสไตล์แบบ "ฝังตัว" เลยก็ว่า ....
แต่เราก็ใช่ว่าจะโชคดีเสมอไปในเรื่องนี้ เมื่อเราไม่สามารถผ่านพบหัวหน้าที่ชำนาญการในเรื่องงาน ก็จงพลิกวิกฤตนั้นเป็นโอกาส เพราะนั่นเท่ากับว่า เป็นห้วงเวลาอันสำคัญที่เราจะได้พิสูจน์ศักยภาพของตัวเรา... ด้วยตัวเรา ... สำคัญคือต้องอดทน...อดกลั้น... ก้มหน้าทำงานอย่างมีความสุขจะดีกว่า ...
ถ้าเราสึกว่า องค์กรนี้เป็นองค์กรแสนรัก เสมือนบ้านของเรา เราก็จะไม่ทุกข์กับงานที่หนักหน่วงนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการได้ดูแลคนรักของเราเอง
ที่สำคัญคือ ....
เราไม่เดียวดาย เพราะนิสิตคือคนที่ดูแลเรา....
.......
สิ่งที่เรารู้สึกหนักหน่วงมาก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก การไม่พร้อมที่จะแบกรับอะไรต่อมิอะไร … แต่เราต้องเชื่อว่า นี่คือโอกาสของการเรียนรู้อันแท้จริง พลิกกลับมาได้ ความเจ็บปวดนั้นก็กลายกลับเป็นความสุขอันแสนงาม , กระมัง…
สวัสดีครับ น้องสาวแดนไท
ส่งความสุขสดชื่นปีใหม่ค่ะ

สวัสดีปีใหม่นะค่ะน้องเจี๊ยบ
คิดถึงนะค่ะ
ก่อนอื่นต้องขออภัย คุณลุง คุณป้าที่เคารพ เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาตอบเนื่องจากภาระหน้าที่รัดแน่นเหลือเกิน
ขอบคุณทุกท่านค่ะสำหรับทุกคำอวยพร พรใดที่ท่านให้มาก็ให้ท่านได้รับด้วยเช่นกัน
ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจให้กับน้องสาวคนนี้ ก็ขอเอาบทเรียนนี้มาเป็นครู และก็พิสูจน์ตัวเองต่อไปในเรื่องของการทำงาน
กำลังใจหาซื้อไม่ได้ที่ไหน แม้แต่เซเว่นก็ไม่มีขาย แต่หาได้จาก Gotoknow เท่านั้น
ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ ค่ะ