
ผมถูกชวนคิดชวนคุยเรื่องการดำเนินการ วิธีการ หรือกระบวนการของG2Kเสมอ ทั้งๆที่ผมไม่กระดิกในเรื่องพวกนี้มาก่อน ไม่รู้ไม่มีประสบการณ์อะไร ทุกวันนี้ก็เรียนรู้งูๆปลาๆ ลองผิดลองถูกสะเปะสะปะไปเรื่อย สิ่งไหนดีก็เก็บไว้ สิ่งไหนไม่เข้าท่าก็โยนทิ้งไป เมื่อมาเขียนเรื่องนี้จึงตับหดไว้ล่วงหน้า เหตุผลรึ :ผมรักConductor รักความปรารถนาดีของเขา รักการทำหน้าที่มนุษย์เพื่อสังคมของเขา จึงออกมานั่งหน้าจอวันนี้ จะโดนกระป๋อง รองเท้า เขวี๊ยงก็ยอมละครับ
1.ในความเป็นจริง ฝ่ายเทคนิคกังวลเรื่องการใช้งานในบล็อกของสมาชิก ที่ส่วนใหญ่จะเขียนแบบผ่อนคลายสบายๆตามสไตล์ไทยแท้ ฝ่ายเทคนิคเห็นว่าถ้าเรายังมะรุมมะตุ้มลักษณะนี้ เครื่องจะแบกไม่ไหว จะต้องปรับแก้กันอีกยกใหญ่ ซึ่งก็ต้องใช้เงิน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: purple; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.ผู้สันทัดกรณีเรื่องนี้ มีประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นจริงกับระบบของเรามาตลอด เห็นลางแห่งความยุ่งเหยิงในอนาคต ถ้าเรายังใช้งานบล็อกกันในลักษณะนี้ ท่านต้องการให้สมาชิกมีความตระหนักร่วมกัน ถ้าพูดคุยกันให้เข้าใจ ต่างคนต่างร่วมด้วยช่วยกัน ก็จะช่วยคลี่คลายหรือยืดเวลาการปรับจูนเครื่องได้พอสมควร </p><p> : จึงมีการแนะนำเรื่องนี้ การทักท้วงเป็นเรื่องที่ดี มีความจำเป็น เป็นความปรารถนาดีที่น่าชื่นชม แต่ควรจะจบลงในข้อที่1-2 นี้ </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.ปัญหาอยู่ตรงไหน ฝ่ายเทคนิคคิดว่า..บอกกล่าวกันตรงๆก็น่าจะขานรับและจบเรื่อง แต่มันไม่ยังงั้นสิครับ เกิดอาการพะอืดพะอม ธาตุพิการอาหารไม่ย่อยขึ้นมา..ผมเดาเอานะครับว่า เราไปแตะเรื่อง “ไร้สาระ ไม่ไร้สาระ”..ควรลดความไร้สาระ ควรมีให้น้อยที่สุด เพราะเกรงว่า การใช้ทรัพยากรอย่างไม่ยั้ง อาจถึงจุด “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” (ซึ่งจุดนั้น มีอยู่จริง แม้จะยังไม่ไปถึง แต่จะเป็นการไปถึงแบบ “ปุบปับ” หาก server หมดแรงตายซะก่อน) อีกสายหนึ่ง มองในฐานะว่า G2K เป็น อุปกรณ์สำหรับ “สื่อ-สาน-สร้าง” สังคม ก็สอดแทรกความไร้สาระเข้ามาในสัดส่วนที่ไม่ใช่น้อย เพื่อลุถึงความเชื่อดังกล่าว จนบางครั้ง อาจเหมือน บันเทิงแบบไม่มีขีดจำกัด </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: #993300; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.ตรงตัวอักษรเอนนี่แหละที่พวกอิสระชนในหัวใจเริ่มคิดแล้วว่า..อะไรกันนักหนา ทำไมมากเรื่องอย่างนี้ เอามาตรฐานไหนเครื่องมืออะไรมาวัดว่าไร้สาระ ทุกคนต่างมีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น คนที่เข้ามาเขียนบล็อกประจำเขาเป็นผู้เรียน ทุกคนมีความรู้ความสามารถผ่านประสบการณ์มากมาย การเขียนแต่ละเรื่อง เขาถูกตรวจสอบอยู่แล้วจากผู้อ่าน</p><p align="justify"> : G2K. มีระบบกลั่นกรองและประเมินที่มีประสิทธิภาพ ทุกข้อคิดข้อเขียนได้ออกสู่สาธารณะ มีคนเห็นคนอ่านจากทุกสารทิศ ที่สุดยอดก็คือเราเปิดให้มีช่องแสดงความคิดเห็น สังเกตว่าสมาชิกเขาก็เตือนกันเองนะ แนะนำ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งรุกและรับ ที่สำคัญเขามีวิธีบอกกล่าวกันแบบนิ่มนวล ผมเองก็โดนเตือนบ่อยๆ ต้องรีบขอบคุณเขา คนเตือนก็ดีใจ เตือนไปเตือนมาตอนนี้เป็นเพื่อนกันก็หลายคน ผมได้เพื่อนจากคนที่มาเตือนนี่ละครับ </p><p align="justify">: ในกระบวนการเรียนรู้ผ่านบล็อก มีการตรวจสอบโดยธรรมชาติ บล็อกท่านใดเขียนดี มีเนื้อหาเป็นประโยชน์ สมาชิกก็เข้าไปอ่านไปร่วมด้วยช่วยกันต่อยอดความรู้ ถ้อยทีถ้อยอาศัยใช้ภาษาดอกไม้ให้กำลังใจกัน อาจจะมีหลุดบ้างที่โฉ่งฉ่าง แต่ที่จริงแล้วเขาอาจจะซ่อนความสนิทสนมส่วนตัวระหว่างกันไว้ก็ได้ </p><p align="justify">: บล็อกของท่านใดที่อยู่ในระหว่างพัฒนาวิธีการนำเสนอ ก็อาจะมีคนเข้าไปอ่านน้อย แต่เราก็ช่วยกันด้วยการมีหน่วยเชียร์บล็อกไปให้กำลังใจ นักวิชาการบางท่านอาจจะเขียนทื่อๆตรงๆ เดินเรื่องแบบวิชาการจ๋า ทั้งๆที่ตั้งใจดี มีความสามารถ แต่ก็ขายความคิดไม่ออก อาจจะหมดกำลังใจ ความรู้สึกฝ่อไปง่ายๆ แต่ถ้ามีการปรับเปลี่ยนวิธีเขียนให้มีศิลป์บ้าง ทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี แสดงว่าในกลุ่มวิชาการ ก็อาจจะไปข้องแวะอึมครึมได้เช่นกัน </p><p align="justify">: คำว่าไร้สาระ ถ้าไม่นำมาใช้น่าจะดีไหมครับ ไม่มีอะไรไม่มีสาระ ส่วนจะเป็นสาระแบบไหนอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาทื่อๆทางวิชาการก็มีอยู่บ้าง แต่ก็มีวิชาการที่เป็นแบบอย่างทีดี ถึงจะเขียนเรื่องหนักๆแบกโลก เรื่องชวนคิดจนสมองแฉะ ทุกคนก็ยังเฮโลไปมะรุมมะตุ้มอ่าน มีหลายท่านครับ จะยกตัวอย่างไม่ครบคน เดี๋ยวคนชอบวิ่งก็จะมาเตือนผมให้ระวังท้องอืดอีก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: #003300; text-align: justify; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5. ผมไม่บังอาจพูดและคิดแทนสมาชิกได้ ขอเอาความนึกคิดตนเองก็แล้วกัน ผมคิดว่าสนามเรียนรู้ที่สามารถบริการความหลากหลายให้กับคนทุกระดับชั้น ควรจะเปิดกว้างและมีอิสระในการเลือกเรียนตามจริตของแต่ละคน เรื่องพอใจ ชอบใจ โดนใจ รู้เห็นเป็นใจ มีความสำคัญมาก G2K. เป็นเครื่องมือที่ไปเชื่อมโยงถึงวิธีคิดและจิตใจของคนได้ อย่างที่หลายคนสะท้อนว่า..รู้ใจก่อนที่จะรู้ตัว เรื่องใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่แพ้ทางเทคนิค และมันมีความสำคัญทั้งคู่ เอาอย่างนี้ไหมครับ</p><p align="justify"> : ควรจะแบ่งการบริหารเชิงเทคนิคไว้ส่วนหนึ่ง แล้วแบ่งการบริหารเชิงกระบวนการเรียนรู้ไว้อีกส่วนหนึ่ง ให้ทั้งสองส่วนวางคู่ขนานเหมือนรางรถไฟ รับรู้ซึ่งกันและกัน อาจจะพบกันตามสถานีเป็นระยะๆ ถ้าเอามาปนเปกัน สิทธิชนวัยจ๊าบกระเทือนซางครับผม </p><p align="justify">: เรื่องของคนหมู่มาก จะจับมาเข้าแถวให้เป็นระบบระเบียบ ไม่ง่ายหรอก เป็นปัญหาโลกแตกมานานแล้ว ประเทศสังคมนิยมถึงกับสร้างกำแพง ออกกฎเหล็กบังคับ ในสังคมทั่วไปก็มีการออกกฎหมาย มาตรการต่างๆมาบังคับ มีบทลงโทษ เอาแค่นักศึกษาแต่งตัวไม่เรียบร้อย ไม่สวมหมวกกันน็อค ก็ยังจับแพะชนแกะกัน ในทางศาสนา มีศีล มีหลักการออกมายุบยับ </p><p align="justify">: เราต้องการ เลือก หรือพร้อมที่จะออกแบบสร้างกติกาที่ว่านี้ใช่ไหม ผมตอบไม่ได้ เนื่องจากมีกี๋นจำกัด ดีแต่ขี้โม้ไปวันๆครับผม </p><p align="justify">เรื่องการเก็บข้อมูลที่เป็นความคิดเห็นไว้ทั้งหมด ผมไม่ทราบว่าส่วนนี้เป็นภาระของเครื่องมากแค่ไหน ถ้าเก็บแบบหมดจดทุกสิ่งทุกอย่างคลังข้อมูลจะโป่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีระบบกำจัด ภาระเหล่านี้นับวันจะทวีคูณ เราใช้กระบวนการล้างป่าช้าดีไหมครับ วิธีนี้ทำให้การปรับปรุงสุสานต่างๆดีขึ้น ข้อมูลของโรงพยาบาลเขาก็ใช้วิธีนี้ไม่ใช่รึครับ</p><p align="justify">ระบบข้อมูลในG2K. ถ้าเราจัดให้มีสัปดาห์ล้างข้อมูลแห่งปี เมื่อครบกำหนด ฝ่ายเทคนิคก็ล้างข้อมูลออก รับข้อมูลใหม่ ไม่ทราบว่าวิธีนี้จะใช้ได้หรือเปล่านะครับ อนึ่ง ถ้าจะมองว่าให้แต่ละท่านมีส่วนช่วยเหลือ เฉลี่ยความรับผิดชอบ ก็ขอให้จัดเก็บข้อมูลของแต่ละท่านไว้เป็นการส่วนตัว จะดีไหมครับ</p>
ประเด็นแบบนี้ผมเขียนในบันทึกเพื่อเตือนใจตัวเหมือนกัน ก็เป็นประเด็นที่อ่อนไหว สุ่มเสื่ยงต่อการเข้าใจผิด บางทีคำว่า "ไม่มี" หรือ "ไร้" สาระ ก็เป็นคำพูดเพื่อบอกนิยามของสิ่งหนึ่งอย่างไร้ความปราณีเสียเหลือเกิน
ไม่มีมาตรฐาน ในโลกของการเรียนรู้หรอกครับ คำว่า "ไม่มี หรือ ไร้สาระ" เพียงเพราะเราเกิดมามีทุนไม่เท่ากัน การมองสิ่งหนึ่งตาม Model ของคนจึงต่างกัน เป็นแบบนั้นเอง
หากโลกของความรู้เปิดกว้าง ไพศาล องคาพยพของความรู้ย่อมต้องเปิดกว้างตาม
เรียนรู้ตามอัธยาศัย ตามใจที่รักจะรู้ สร้างบรรยากาศที่ปรองดอง นี่คือ "อิสระ"ที่แท้จริง และเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่หลุดพ้นจากกรอบ
บางคนบอกว่า แหม..นายเอกเขียนบันทึกสุดท้ายนั่นเข้มจัง!! ไม่ได้เข้มและเครียดเลย เพียงแต่ชี้ให้เห็นความเป็นจริงที่เราต้องยอมรับ ความหลากหลาย หากเราทำใจไม่ได้ตรงนั้น ปิดบล็อกไปทำอะไรที่ชอบดีกว่า...เป็นการเรียนรู้เพื่ออยู่กับสังคมหลายนัคราที่ดีเลย ยิ่งฝึกยิ่งฝน ก็ยิ่งแหลมคม
แต่การตีคำว่า "อิสระ" อย่างที่เขียนเน้นย้ำว่า ไม่ใช่อิสระจนเลยเถิดและส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรโดยรวมของเรา อยากให้อิสระภายใต้การดูแลทรัพยากรที่มีจำกัดเช่น Gotoknow
อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความสบายใจในการเขียน และเขียน เพื่อสร้างมิตร สร้างองค์ความรู้ที่ผสมผสานใหม่ๆ ผ่าน Blog ให้มีชีวิตและชีวา
ตามข้อความตอนหนึ่งที่อาจารย์wwibul เขียนไว้
"ความบันเทิงแบบไร้สาระ มักทำหน้าที่เป็นกาวเหนียว เป็น "โซ่ข้อกลาง" ให้เกิดความเป็นชุมชน ได้ดีพอสมควร แม้จะเป็นเพียง "ความว่างเปล่า" ในเชิงของเนื้อหา"
และ
"ความงดงาม อยู่ที่สมดุล ระหว่างความเงียบและเสียง ที่สอดคั่น ประสานกันพอดีนั่นต่างหาก"
ขอรวบรวมบันทึกที่เขียนประเด็นนี้เพื่อการเติมเต็มครับ
สวัสดีครับพ่อครูบา
ความไร้สาระมันแฝงสาระอยู่ในตัว
การเตือนกันถ้าใช้คำว่าไร้สาระมันจะกระทบความรู้สึกของคนเขียนบันทึกอย่างรุนแรง เราใช้คำอื่นๆที่ให้ความหมายเดียวกัน เช่น การเขียนบันทึก ขออย่าเป็นการรำพึงกับตัวเอง ขอให้เพิ่มสิ่งที่ต้องการให้ผู้อื่นเรียนรู้อีกหน่อย เป็นต้น ถึงมันจะยาวไปแต่ก็เป็นการเตือนแบบน่ารัก
หรืออาจจะเป็นการขอร้องหรือการวางกฎเกณฑ์กติกาของการใช้ G2K ให้ชัดเจนให้เข้าใจตรงกัน มิฉะนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์แบบที่เป็นอยู่ คือคนเขียนบันทึกก็เขียนไปตามที่ตัวเองอยากเขียน แบบ "ไดอารี่จ๋า..วันนี้ฉันเหงาเหลือเกิน ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย...." แต่คนอ่านรับไม่ได้ว่าผู้เขียนจะสื่ออะไร ก็จะดูว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ถ้ามีกติกาให้ชัดว่า การเขียนบันทึกที่นี่จะต้องเป็นการนำความรู้สาขาวิชาใดก็ได้ออกมานำเสนอ ถ้าไม่มีจะถูกลบ คนเขียนบันทึกก็จะพัฒนาไป เช่น "ไดอารี่จ๋า วันนี้ฉันเหงาเหลือเกิน ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย ฉันจึงหันมาทบทวนตัวเอง ฉันจึงเข้าใจว่าสิ่งที่จะทำให้เราเศร้าหมองก็คือจิตของเรานี่เอง จิตเป็นตัวกำหนดความรู้สึก...." จากที่ไม่มีสาระมันก็มีสาระขึ้นมาถูกไหมครับ
แต่ตระกูลแซ่เฮ มีสาระและมีเฮในตัวเป็นประจำอยู่แล้วนี่ครับ
เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะนี้ค่ะ พ่อครูบา
แล้วก็..โดนใจกับคำพูดของเอกจังเลย....
วันเสาร์นี้….อยากไปดูลูกหมูจัง อิอิ
สวัสดีครับ บางครั้งการเน้นเรื่องเทคนิค ทำให้มองข้ามเรื่องของคน ซึ่งสำคัญกว่ามาก
การใช้คำก็สำคัญ (บางคนคิดสรรหาคำแรงๆ ได้ แต่คำพูดดีๆ คิดไม่ออก ยิ่งไม่แสดงชื่อ แสดงตัว ก็พูดได้สบายปาก)
ผมก็รออยู่ว่าจะมีหลัก มีเกณฑ์กันอย่างไร จะเขียนเรื่องอะไรได้บ้าง จะโหลดไฟล์ได้เท่าไหร่ ผมก็เชื่อว่าหลายคนก็รอกติกา ตอนนี้ผมก็หยุดบันทึกไว้ชั่วคราว แต่ใจยังรัก gotoknow
ขอบคุณท่านครูบาที่เปิดบันทึกครับผม
สวัสดีค่ะพ่อครู
เห็นบันทึกนี้แล้วอดใจไม่ไหว จริง ๆ ว่าจะเว้นวรรคซักหน่อย อิอิ
เรื่องนี้ความไร้สาร(ะ)ขึ้นอยู่กับมุมมอง และ คนอ่าน ว่าจะตีความอย่างไร เคยเขียนว่า
.........คนเรามีหลายด้าน มีทั้งข้อดี ข้อเสีย มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง การที่คนเราจะคบกัน หรือมีมุมมองเหมือนกันในสิ่งที่ตนเองชอบนั้นไม่เป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านมองมุมไหนกันแน่ มีชอบหรือไม่ชอบ ....(คัดลอกบางส่วน)จาก ต่างมองต่างมุม(ต้องตามไปดู)1
<li>ระดับจิดใจจะเอาอะไรไปวัด </li>
(ขอยืมคำท่านพ่อครูมาหน่อยค่ะที่เข้าไปตอบในบันทึกราณี)และนำไปเป็นตัวอย่างในบันทีก ต่างมองต่างมุม(ตามไปดู)2
ขอบคุณค่ะ ราณีเข้าไปอ่านในบันทึกนี้แล้วชอบใจค่ะ เก่งเฉพาะทาง รู้ลึกๆ แต่โง่กว้างๆ)
</span></span></font></strong><p></p>
พ่อครูบาฯครับ
สวัสดีครับท่านครูบาครับ
นี่ไง นี่ไง....
ที่ผมเห็นมาตลอดของการพัฒนาองค์กร การที่แต่ละคนใช้ทัศนะของตนเองมาเสนอความเห็นตามแบบฉบับของตนเองนั้น เป็นเรื่องปกติที่มีอยู่ทุกองค์กร รวมทั้ง g2k ด้วยแม้ว่าจะเป็นองค์กรหลวมๆ แต่ก็ไม่พ้นพัฒนาการนี้ ผมเรียกว่าเป็น "ระยะการปรับตัวขององค์กร" ครับ
ผมเคยเห็น
การจัดตั้งองค์กรครั้งแรก ทุกคนชื่นชมต่อหลักการ อุดมการณ์ขององค์กรนั้นๆ ต่างให้ความร่วมมือเต็มที่และต่างทำตัวลีบๆ มองซ้ายมองขวาว่า เฮ้ย...สังคมนี้เป็นแบบไหน สักพักพอคุ้นเคย สนิทสนมกัน ตัวที่ลีบก็พองเข้าสู่ปกติของตัวตน ความหลากหลายของตัวตนก็ค่อยๆทะยอยออกมา องค์กรก็จะเกิดประเด็นให้ร่วมกันพิจารณาว่าเป็นเช่นไร การสรุปนี้อาจใช้เวลา มากน้อยแล้วแต่ความรู้ ความสามารถของผู้นำ และสมาชิกในองค์กรนั้นๆ องค์กรสรุปทางออกได้ ก็ถือปฏิบัติต่อไป
ผมเคยเห็น
เมื่อเวลาผ่านไป ความหลากหลายก็สร้างประเด็นใหม่ๆขึ้นมาอีก และก็ถกเถียงกันอีก ได้ข้อสรุป องค์กรก็เดินต่อไป อีก มันเป็นปกติ ธรรมดาของการพัฒนาการองค์กร หากความหลากหลายนั้นใช้สติในการหลอมรวมความหลากหลาย องค์กรก็จะก้าวกระโดดไปข้างหน้า ตรงข้ามหากไม่ได้ใช้สติหลอมรวมความหลากหลาย องค์กรอาจจะตกต่ำ ร้ายแรงถึงกับล้มหายตายจากไป
ผมเห็น
ธรรมชาติขององค์กรนี้ตั้งแต่องค์กรเล็กๆที่มีสมาชิกไม่กี่คน ไปจนถึงองค์กรที่มีสมาชิกมากมาย ผมจึงไม่รู้สึกผิดหวังมากนักต่อผลการเลือกตั้ง นี่คือองค์กรระดับประเทศที่ต้องใช้เวลาปรับตัวนานมากกว่าองค์กรเล็กๆ ที่ผมเคยกล่าวว่าอาจจะเป็นร้อยๆปีด้วยซ้ำไป เพราะยิ่งองค์กรใหญ่ความซับซ้อนก็มาก
g2k เป็นองค์กรพิเศษ
ความเป็นพิเศษนี้เป็นของใหม่ของสังคมไทย ค่อยๆเรียนรู้ไป ค่อยๆปรับตัวกันไปโดยช่วยกันประคับประคองชีวิตขององค์กรด้วยสติ ผมอาจหลุดวันนี้ ท่านครูบาก็เอามือมาตบใหล่ผม พร้อมกล่าวว่าใจเย็นๆไอ้น้องรัก แค่นี้ผมก็เย็นจนแข็งแล้วครับ น้องเอกเข้มไปบ้าง ผมก็เอาน้ำเย็นๆไปเสริฟบ้าง
ต้องมองยาว มองไกล แล้วก็ค่อยๆก้าวไปด้วยกันครับ
ด้วยความศรัทธา g2k
ด้วยความศรัทธา คนแซ่เฮ
ด้วยความศรัทธา เพื่อนๆทุกคน
พ่อครูขา
หนิงก็ห่วงเรื่องใช้ทรัพยากรค่ะ ส่วนเรื่องเขียนที่ว่า สาระ หรือ ไร้สาระ นั้นหนิงไม่ห่วงค่ะ คิดว่าทุกท่านที่อยู่ในสังคมอุดมปัญญานี้ มีคุณค่าเสมอ
ห่วงจริงๆเรื่อง ขนาดและปริมาณของไฟล์ต่างๆ เพื่อประกอบให้น่าดู น่าอ่านก็ตามที แต่บางทีก็มากไปนะคะ สังเกตได้จากว่าโหลดกันที นานมากนั่นแหละค่ะ คิดดูสิค่ะว่า เครื่อง sever จะต้องทำงานหนักมากขนาดไหนกับ หน้าที่โหลดนานๆอ่ะค่ะ
ผมเชื่อว่าทุกท่านเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ที่เห็นชัดอีกอย่างหนึ่งคือมีการเชื่อมโยงบันทึกมากขึ้นมาก GotoKnow ไปรอดครับ ถ้าเราไม่มีพรรคการเมือง
สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน เถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด คนหนึ่งบอกประตูอยู่ซ้าย อีกคนก็ยืนยันว่าอยู่ทางขวา ที่จริงประตูอยู่ที่เดิม ทางออกอยู่ที่เดิม ทั้งคู่มองตากัน ไม่ได้มองไปที่ทางออกเลย ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตนถูก ที่จริงถูกทั้งคู่
ถ้าทั้งสองฝ่ายเพียงแต่มองไปที่ประตู ประตูก็จะไม่อยู่ทั้งซ้ายหรือขวา ประตูอยู่ข้างหน้าของทุกคน ไม่ต้องเถียงกัน เวลาเดินออกประตู แม้จะเดินกันคนละทิศ ต่างก็ออกประตูไปได้
ประตูของผมคือความยั่งยืนของ GotoKnow ครับ นั่นคือประเด็นทั้งห้าของบันทึกต้นทาง
ขออีกหน่อยครับ
วันนี้ GotoKnow เปิดปุ๊บ-ติดปั๊บ จนคุ้นเคย แต่เราก็ต้องระวังอาการ เปิดปุ๊บ-ปิดปั๊บ หรือหลอดขาดโดยไม่มีอะไหล่ ไม่ควรกลัวหลอดขาดจนปิดไฟตลอดเวลาแล้วยอมอยู่ในความมืดใช่ไหมครับ เปิดไฟแล้ว ใช้ให้คุ้มค่า อายุหลอดมีจำกัดครับ
จากบันทึกของพ่อครู "ผมถูกชวนคิดชวนคุยเรื่องการดำเนินการ วิธีการ หรือกระบวนการของG2Kเสมอ...จึงออกมานั่งหน้าจอวันนี้ จะโดนกระป๋อง รองเท้า เขวี้ยงก็ยอมละครับ" ไม่ทราบว่าสมาชิกแต่ละท่านจะช่วยอะไรกันได้บ้างครับ
รอกฎเกณฑ์และกติกาความกระจ่างประเด็นนี้คลอดเมื่อใด..เมื่อนั้นจะกลับมา.
กราบสวัสดีครับท่านครู
กราบสวัสดีอีกรอบครับ
เมื่อ พ. 26 ธ.ค. 2550 @ 05:40
500946 [ลบ]
</div><div class="content">
กราบครั้งที่สามครับ
คิดไว้แล้วลืมครับ ว่าจะถามคำถามกับคนแซ่เฮมานานแล้วครับ
ขอบคุณมากครับผม </div>
กราบครั้งที่สี่ครับ