
|
|
ไฟฤๅสุรีย์นี่ร้อน | เพียงใด |
| แสงส่องสว่างไป | ไป่ลี้ | |
| หุงเผาบ่มอบไอ | ไฟอุ่น ผิงนา | |
| ธาตุหนึ่งในกายนี้ | บ่งชี้ อุณหภูมิ | |
| ภูมิคนหากเยี่ยงได้ | เสมือนไฟ | |
| ภูมิส่องสว่างไป | ทั่วพร้อม | |
| โอบอกอุ่นหัวใจ | ไอกรุ่น หอมนา | |
| คนนี่ชนนอบน้อม | แห่ห้อม นับถือ |

|
|
ไฟฤๅสุรีย์นี่ร้อน | เพียงใด |
| แสงส่องสว่างไป | ไป่ลี้ | |
| หุงเผาบ่มอบไอ | ไฟอุ่น ผิงนา | |
| ธาตุหนึ่งในกายนี้ | บ่งชี้ อุณหภูมิ | |
| ภูมิคนหากเยี่ยงได้ | เสมือนไฟ | |
| ภูมิส่องสว่างไป | ทั่วพร้อม | |
| โอบอกอุ่นหัวใจ | ไอกรุ่น หอมนา | |
| คนนี่ชนนอบน้อม | แห่ห้อม นับถือ |
สวัสดีค่ะ
เป็นภาพที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึก ค่ะ
แสงส่องสว่างไป ไป่ลี้
ไฟมันฮ้อนยิ่งแต๊ เนอเฮา ฮ้อนเนอ
ไฟมัวเมาฮมเฮา เอ่าฮ้อน
กิ้เลส-ราคะเผา ใจ๋จุณ ฮ้อนเอ่
โทสะโมะหะตุ๊กข้อน อุ่มอั้วหัวใจ๋
ขอแถมหน้อยเต๊อะ ตะกี้บันทึกแล้วนึกได้ว่านอกจากเขียนกะโลง แล้วน่าจะเขียนคร่าวแถมซักหน้อยดั่งนี้....
".. ไฟเอ่าฮ้อน แหม้นด้วยตั๋ณหา กิเลสนานามันมาอั่วอุ้ม
เอาศีลธรรมปกปั้กห่อหุ้ม จั้กหมดเสี่ยงดีแต๊ตั๊ก
ป้ำเป็งบุญ เกื้อหนุนบุญนัก จักเป่งป้อยเนอนาย
สร้างกุศลเต๊อะพี่น้องตังหลาย เฮาจั้กสบายในโลกปายหน้า...ในโลกจ้าดหน้า.....
ขอไหว้สาลาไปก่อนเน้อหมู่เฮา..จากลุงหนาน
พรหมมา
แต้ครับ ถึงไฟจะฮ้อน แต่ก็ฮ้อนบ่เต้าไฟกิเลสตั๋ณหาครับ
มันเผาเอ่าในฮ้อนใบ้ฮ้อนง้า....
ไฟนอกไฟเอ่าฮ้อน
เนอเฮา
ไฟแต่ไฟในเฮา
กว่าฮ้อน
ไฟกิเลสมันเผา
เฮาอยู่ แรมรา
ไฟนอกไฟในซ้อน
ยิ่งฮ้อน ซดสอง
สวัสดีค่ะ
ไฟในชีวิต ถ้าควบคุมได้ไฟนั้น ก็มีประโยชน์สุดๆ แต่ถ้าเหนือการควบคุมไฟก็จะกลับมาเผาเราทั้งร่างและวิญญาณกันเลย ไฟกิเลส
ขอบคุณมากที่มาเยี่ยมและฝากข้อคิดความเห็นไว้
ขอให้ตันติราพันธ์จงโชคดี ปรารถนาสิ่งใดให้สมหวังทุกประการ
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse"><tbody>
ไฟคือความอุ่นร้อน
ในกาย
พออุ่นกายสบาย
ไม่ไข้
ร้อนเย็นมากเกินไป
กายร่าง เจ็บนา
หากแต่ชีพดับไซร้
เผ่าไหม้ ไฟคืน
</tbody></table>
ทนัน ภิวงศ์งาม
แต่งเล่นๆ หน้าจอ เมตตาอาจารย์ช่วยตรวจวิจารณ์ด้วย...
เจริญพร
แต่งเล่น ๆ หน้าจอด้วย รวดเร็วแต่เชิงอรรถแล้วเพียบครับ
มิบังอาจตรวจวิจารณ์ครับ ขอนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้ครับ <p>
กากากาก่าก้า กากา (……)
กาก่ากากากา ก่าก้า
กากาก่ากากา กาก่า (……)
กาก่ากากาก้า ก่าก้า กากา</p><ul>
</ul><p>หงอยเหงาแลเหี่ยวแห้ง…..ภายใน
สูญเสื่อมพลังใจ……………ถดเถ้า
มอดดับเพราะขาดไฟ……..หวังไม่ รินมา
คอยค่อยคอยคอยเฝ้า…….ค่ำเช้า หวังสลาย.</p>
ทนัน ภิวงศ์งาม
อนุโมทนาที่อาจารย์ช่วยแนะนำและตรวจแก้ให้....
อาตมาพอรู้เรื่องบ้างก็ กลอน เท่านั้น... โคลง ร่าย กาพย์ และฉันท์ ไม่ถนัดเลย เพราะตอนเรียน เจอบังคับเสียง เอก โท และพยัญชนะเสียงสูงกลางต่ำ ถ้าผันแล้วก็จะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้... จึง เบื่อ ไม่สนใจ และไม่รู้เรื่องมาตราบจนปัจจุบัน....
เฉพาะโคลงสี่ ก็มีหลายครู หลายแบบ หลายสำนวน เช่น วงเล็บที่ห้อยมา ๒ คำนี้ มีหลายแบบ ว่าจะแต่งแบบของใคร ยุคไหน... และนี้เองที่ทำให้อาตมา เบื่อ และขี้เกียจจำ จึงจำไม่ได้มาจนปัจจุบัน...
สาเหตุอีกอย่างก็คือ อาตมาพูดสำเนียงปักษ์ใต้ และมีระบบคิดเป็นภาษาปักษ์ใต้ การออกเสียงภาษากลางไม่ถูกต้อง ทำให้เสียงเอกโทเหล่านั้น ไม่เป็นไปกำหนดเสียงบังคับ...
แต่ก็แปลก พออายุมากขึ้น เริ่มชอบพวกโคลงฉันท์ขึ้นมา อาตมามี ลิลิตพระลอ อยู่เล่มหนึ่ง รุไปยาต รู้สึกว่าน้องจะยืมไป ส่วนโคลงดั้นยวนพ่าย ก็เอาไปให้เพื่อนที่ท่านถนัดด้านนี้อ่านแทน....
เจริญพร
ชั้นยอดเรื่องโคลงจริงครับ ท่าน ผอ.
ร้อยกรองกินใจ ถึงพร้อมพรรณนา
กลัวความร้อน...อิอิ.อิ
สวัสดีคับ ภาวะจิต ที่แวะมาทักทาย
.
โปรดอย่าชมคมคาย เช่นนี้
เพียงหวังเพื่อสืบลาย คงอยู่
โคลงคู่ไทยผองชี้ ว่านี้คือสยาม
สวัสดีครับ นายประจักษ์~natadee ขอบคุณมากที่แวะมาเยี่ยม
.
มันเปี่ยมคุณราคา ค่าแท้
ยามพิศน่าโอชา รสยิ่ง
ทุกสิ่งอยากชิมแล้ แน่แล้วอยากกิน
สวัสดีครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
.