มีกลิ่นอายพื้นถิ่นและตัวตนขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด

 

เมื่อวาน (17  ธันวาคม 2550)   มหาวิทยาลัยหลากล้นไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ  บัณฑิต, มหาบัณฑิต  หรือแม้แต่ดุษฎีบัณฑิตจำนวนมากได้รับการต้อนรับกลับสู่มหาวิทยาลัยอย่างสมเกียรติ

 

 

 

    

ผมออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่ตอนตี 4  กลับมาล้มพับหลับแบบไม่รู้ตื่นอีกครั้งก็ราว ๆ  เกือบสองทุ่ม ...

 

 

 

    

อากาศเมื่อวานร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก  ดูประหนึ่งว่าแดดหนาวเริ่มจากจร   ปล่อยให้แดดจ้าอันเริงแรงของฤดูร้อนอวดศักดาอย่างน่าเกรงขาม

 

 

 

    

แต่รอยยิ้มกลางสายแดดของผู้คนก็มีพลังมากพอที่จะทำให้คุณค่าอันงดงามของวันนี้ไม่เหือดหายไปจากสายถนนที่ไม่เคยเปล่าว่างด้วยผู้คน

 

 

 

    

ในช่วงที่ผมเตรียมความพร้อมเรื่องแถวบัณฑิตในช่วงบ่าย   ก่อนที่จะพาตนเองมาเยือนหัวแถวกลางถนนที่ห่มคลุมไปด้วยเปลวแดดอันร้อนระยิบ   ผมเลยถือโอกาสเดินลัดเลาะไปในพื้นที่รายรอบใกล้ ๆ  กับบริเวณปฏิบัติงานของตนเอง  เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศและป้ายรับบัณฑิตในส่วนที่เหลือ –

 

 

   

มาดูกันดีกว่าครับว่า  “จากน้องถึงพี่ ...”   อันเป็นการสร้างสรรค์ของนิสิตนั้น   มีอะไรให้ชื่นชมกันบ้าง  !

 

 

 

 

 

 

  

 

 

   

 

 

   

 

 

    

 

  

 

 

   

 

 เป็นยังไงบ้างครับ ....
สำหรับผมแล้ว  ผมก็ยังมองว่า  ซุ้มแสดงความยินดีเหล่านี้ยังคงเรียบง่ายเหมือนชุดแรกที่ผมนำเสนอมาก่อนหน้านี้   เพียงแต่ดูมี "สีสัน"  เพิ่มมากขึ้น  และหลายซุ้มก็มีกลิ่นอายพื้นถิ่นและตัวตนขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด  

 

ผมยังไม่มีโอกาสลัดเลาะไปให้ครบทั้งหมด   จึงได้แต่นำภาพที่พานพบในบริบทพื้นที่ของการทำหน้าที่มาให้มิ่งมิตรได้เยี่ยมชม   โดยมุ่งนำเสนอในมุมของความเป็นนิสิตที่คิดเอง... ทำเอง... โดยมีต้นทุนเรื่องเงินของไม่มากมายนัก  

เป็นวันที่ต้องทรหดกับการงาน...
แต่รอยยิ้มกลางสายแดดของผู้คน  เป็นประหนึ่งความสดชื่นของชีวิต  อ้อมกอดของผู้คนที่แสดงออกอย่างไม่เขินอายในวันแห่งชีวิต  ช่วยให้ชีวิตได้เรียนรู้คุณค่าของการเดินทางอันแสนไกลที่เกิดจากการพากเพียรอย่างไม่รู้จบ     เสียงบูมของน้องนิสิตที่มีต่อพี่บัณฑิต  คือการยืนยันถึงสายใยอันแน่นเหนียวของคนที่นี่ ! .....