คนส่วนใหญ่ จะรู้จักแต่การแพ้อาหารแบบฉันพลันซึ่งจะตรวจพบสาร IgE น้อยคนนักที่จะรู้เรื่องการแพ้อาหารแบบแอบแฝง ซึ่งต้องตรวจหา IgG

         จากการมีปัญหาด้านสุขภาพมาตั้งแต่เด็กๆ ที่หลายๆครั้งหาคำตอบไม่ได้ แม้ว่าจะได้ศึกษาและมาอยู่ในอาชีพที่ดูแลด้านสุขภาพ แม้ว่าจะดูแลตัวเองตามทฤษฏีด้านสร้างสุขภาพค่อนข้างมาก อาทิการออกกำลังกายทั้งแบบยืดเหยียด(โยคะ)  และแอโรบิค การออกกำลังใจ ด้วยธรรมะปฏิบัติ การรับประทานอาหารที่เป็นเชิงสร้างสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารขยะต่างๆ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นธรรมชาติ แต่ฉันก็ยังมีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ ความจำไม่ค่อยดี บางครั้งหงุดหงิดง่าย แม้ว่าจะทำเรื่องสมาธิ อ่อนล้าและง่วงง่าย ทั้งก่อนอาหารและหลังอาหาร (บางทีแทบจะหลับบนโต๊ะอาหาร) เป็นหวัดง่าย เป็นโรคกระเพาะง่ายแม้จะกินอาหารอย่างถูกต้องและรับประทานยาโรคกระเพาะอย่างดี และประจำ  ท้องอืด แน่นท้อง ปวดเสียดท้อง รับประทานอาหารได้น้อย แต่บ่อยครั้ง  ปวดศรีษะง่าย (เหตุนี้เองที่ทำให้ตัวเล็ก น้ำหนักก็อยู่ที่ 42.5 ก.ก. มาตั้งแต่อยู่มัธยม)  นี่คือสิ่งที่ฉันสงสัยและไม่ได้คำตอบ จนบางครั้งก็เหมาเอาว่าฉันมีกรรมเก่า จะได้ไม่ต้องคิดอะไรมาก
 

 img459/6098/jv4902te3.jpg

        ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือนคุณหมอซึ่งเป็นกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ประสบปัญหาด้านสุขภาพคล้ายๆ กับฉันแต่มากกว่า ถึงขนาดที่กังวลเรื่องมะเร็งเนื่องจากระดับเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะบ่อยและยาวนาน ไปตรวจมาก็หลายคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ พึ่งค้นพบว่าปัญหามาจากการแพ้อาหารที่รับประทานบ่อย และเมื่อปฏิบัติตามแนวทางการดูแลก็ดีขึ้นอย่างมากในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมา และเมื่อเห็นว่าทุกข์ของฉันค่อนข้างจะคล้ายกัน จึงกรุณาส่งหนังสือดีๆ มาให้อ่านดัง บันทึกนี้ของฉันhttp://gotoknow.org/blog/kmforlife/143964  ซึ่งอ่านดังรายละเอียดแล้วก็รู้ว่า “ใช่เลย” รวมทั้งน้องเภสัชกร ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรในที่ทำงานอีก 1 คน ที่ดูจะมีปัญหามาก แม้ว่าจะไม่เหมือนกับฉัน เพราะของเธอมีปัญหามากด้านอาการปวดท้องรุนแรง จนหาสาเหตุไม่เจอ เป็นๆ หายๆ ไม่ทราบสาเหตุ ร่วมด้วยปวดหัวแบบไมเกรน เป็นประจำ  และท้องผูก 
 

 

        หนังสือ Hidden food Allergies (ภูมิแพ้แก้ไม่ยาก) ให้เราตรวจสอบสัญญาณเบื้องต้นของการเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ โดยให้คะแนน 1 คะแนนสำหรับข้อที่ตอบว่าใช่ ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบเร่งด่วนดังนี้ (ฉันถือโอกาสทำของฉันไปด้วยเลยหล่ะ ถ้ามีอาการก็จะขีดเส้นใต้และอธิบายไว้ด้วย)


• คุณมีอาการเหนื่อยง่ายหรือไม่ (ฉันอ่อนล้าง่าย พลังกายอยู่ไม่ทน)


• น้ำหนักคุณเพิ่มขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงใช่หรือไม่


• คุณแน่นท้องหลังจากรับประทานอาหารใช่หรือไม่ (เป็นตั้งแต่เด็ก กินไม่เยอะ แต่ก็แน่น คุณพ่อต้องให้กิน ENO เป็นประจำ เพราะทรมานมาก)


• คุณมีอาการท้องผูกหรือท้องร่วงหรือไม่ (เป็นตั้งแต่เด็ก โตขึ้นกินมะละกอเกือบทุกวันช่วยได้มาก)


• คุณปวดท้องหรือไม่ (ปวดเสียดเป็นประจำแม้ว่าจะรักษาด้วยยา)


• คุณรู้สึกง่วงนอนหลังจากรับประทานอาหารบางครั้งหรือไม่ (เป็นบ่อย มี 2 ครั้งนั่งหลับคาโต๊ะอาหารเนื่องจากคนอื่นยังกินกันไม่เสร็จ)


• คุณรู้สึก คัดจมูก มีอาการจาม หรือน้ำมูกไหลหรือไม่ (เป็นตั้งแต่เด็ก จนปัจจุบัน)


• คุณมีผื่นคัน หอบหืดหรือหายใจติดขัดหรือไม่ (หน้าหนาวทีไร เมื่อเป็นไข้หวัด จะหายใจไม่ได้ต้องใช้ยาหยอดจมูกมาตั้งแต่มัธยม มีผื่นคันเป็นบางครั้ง )


• คุณมีอาการบวมน้ำหรือไม่


• คุณมีอาการปวดหัว  หรือไมเกรนหรือไม่ (ปวดง่ายและปวดบ่อยซะด้วย สงสัยมานานว่าทำไมถึงเป็นได้บ่อยๆ)


• คุณมีอาการเจ็บปวดบางครั้งบางคราว โดยเฉพาะหลังจากรับประทานอาหารบางชนิดหรือไม่


• คุณรู้สึกเครียดโดยไม่ทราบสาเหตุหรือไม่ (บางครั้งหงุดหงิดง่ายไม่ทราบสาเหตุ)


• คุณรู้สึกดีขึ้นหลังจากไปเที่ยววันหยุดที่อื่นแล้วเปลี่ยนอาหารไปโดยสิ้นเชิงหรือไม่ (ในช่วงกินเจ ระบบทางเดินอาหารที่แย่ๆ อยู่จะหายเป็นปลิดทิ้ง)


ถ้าคุณตอบว่าใช่ แล้วละก็ นั่นแสดงว่าคุณมีโอกาสแพ้อาหาร และถ้าคุณตอบว่าใช่ มากกว่า 4 ข้อ นั่นก็ค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าคุณน่าจะแพ้อาหารแน่นอน (ฉันเป็นซะ 10 ข้อ) คราวนี้เลยตัดสินใจไปตรวจสารอาหารและสารปรุงแต่งอาหารที่แพ้ รวม 170 ชนิดให้รู้แล้วรู้รอดไป เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา (ที่ Holistic Medical Centre ) สรุปว่า
ระดับเกรด 4 (รุนแรง) ฉันไม่แพ้อะไร
ระดับเกรด 1-3 ฉันแพ้ เนื้อหมู แครอท กะหล่ำปลี ฟักทอง เชอร์รี ผลิตภัณฑ์จากทานตะวัน นมวัว นมแพะ กระเทียม สารกันบูด สีผสมอาหารสีเหลือง ส้ม แดง และปลา-ผักต่างประเทศ อีก 3 ชนิด (ซึ่งต่างจากน้องเภสัชกรที่ไปตรวจด้วยกันทุกชนิด มีแพ้เหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือนมวัว
)

         img459/7679/kapook29946ek8.gif

        ในระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ พร้อมกับรับประทานอาหารเพื่อฟื้นฟูสภาพลำไส้ และร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์ซึ่งใช้เฉพาะบุคคลที่ไม่เหมือนกัน โดยของฉัน ต้องเพิ่ม วิตามินซี วิตามินบี โอเมก้า-3 แบคทีเรียชนิดดีต่อร่างกาย แมกนีเซียม การออกกำลังกายที่เหมาะสม ดื่มน้ำที่เหมาะสม ทั้งนี้ทั้งหลายทั้งปวงคุณหมอแนะนำในรูปแบบของการดูแลแนวธรรมชาติ และเป็นองค์รวมอย่างมาก (นี่เป็นสิ่งที่ประทับใจในความเป็นองค์รวมและเน้นธรรมชาติบำบัดของคุณหมอผู้แนะนำ) แม้ว่าหลังจากไปตรวจมา ฉันกลับจากอิมแพคแล้วเป็นไข้หวัด ซึ่งปกติก็จะมีปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจมาก ร่วมด้วยการเป็นโรคกระเพาะต้องกินยาอย่างดี คราวนี้ฉันกลับไม่เป็นปัญหาด้านโรคกระเพาะเลย อาการท้องอืด แน่นท้อง ปวดเสียดท้อง หายไปหมดสิ้น สบายท้องทั้งๆที่กินยา ปฏิชีวนะที่เคยกินในช่วงป่วย นี่คือสิ่งที่แปลกไป...
 

 img459/769/21nk2.jpg

        คนส่วนใหญ่ จะรู้จักแต่การแพ้อาหารแบบฉับพลันซึ่งจะตรวจพบสาร IgE  น้อยคนนักที่จะรู้เรื่องการแพ้อาหารแบบแอบแฝง ซึ่งต้องตรวจหา IgG ฉันเองก็พึ่งรู้หลังจากที่คุณหมอกัลยาณมิตรก็พึ่งศึกษาและส่งต่อมา บันทึกหน้าฉันจะ นำข้อมูลในเรื่องของความแตกต่างระหว่าง คนที่มีอาการแพ้อาหารแบบฉับพลัน (IgE) ซึ่งหลายคนรู้จักดี เปรียบเทียบกับ อาการแพ้อาหารแบบแอบแฝง (IgG) ซึ่งเป็นโรคที่หลายคนไม่รู้ว่าเป็นโรค เป็นคนป่วยที่ดูเหมือนไม่ป่วย แต่ศักยภาพหายไปโดยไม่รู้ตัว รักษาอาการเรื้อรังต่างๆก็ไม่หายสักที (แต่ถ้าใครมีอาการมากแนะนำให้อ่านจากหนังสือที่แนะนำจะดีกว่าค่ะ จะมีรายละเอียดในกระบวนการการเกิดอาการแต่ละด้าน  แนวทางการรักษา การรับประทานอาหารต้านภูมิแพ้ การชดเชยด้วยอาหารเสริมประเภทที่เราแพ้ ฯลฯ)

        อ้อ!!! ไม่ต้องตกใจ ในการงดอาหารที่เราแพ้นะคะ เพียงแค่งด 3 เดือนจากนั้นก็จะมีตารางการหมุนเวียนให้กินใหม่แบบน้อยๆเพื่อให้กลับมารับประทานอาหารเหล่านั้นใหม่ได้ค่ะ