ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ

 

      เมื่อเช้า ตื่นนอน พลิกตัว ก็รู้สึกเลยว่า ต้องไปหาหมอซะแล้ว

เข่าซ้าย ชักจะทำท่าไม่ค่อยดี

     คุณหมอถามว่า     " วันนี้ มาเป็นคนไข้  หรือ "

    ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ 

    เข่าซ้าย จะเหยียดตรงแล้วก็เจ็บมาก  คุณหมอส่งไปเอ็กซเรย์เข่า อ่านฟิลม์แล้ว ไม่เป็นอะไร เข่าซ้ายบวมน้ำ และอักเสบ

    นอกจากนั้น ฉันก็คิดในใจ ว่า ที่ใบหน้าขวาของฉัน มีเม็ดๆขึ้นคล้ายสิว ขึ้นมาเรื่อยๆจากแก้ม ไปคาง และไปเรื่อยๆ มันแปลกมาก ปรกติจะไม่ขนาดนี้ มาฟังเรื่อง งูสวัด อีก ก็ให้กังวลเล็กน้อย

   กะว่า พบหมอ เวชกรรมฟื้นฟูเสร็จจะไปหาหมออายุกรรมต่อ

   โชคดีที่ ขณะเดินไปห้องเอ็กซเรย์ ก็เจอ คุณหมอประจำโรคไต

    ทักทาย แล้วก็ยิงคำถามทันที พร้อมกับเอียงแก้มขวา ที่เป็นคล้าย

งูสวัด ที่ฉันคิดว่าจะเป็น ให้หมอดู...

     ดูแล้ว ถามไปมา หมอว่า ไม่น่าใช่  แฮะ....

     หมอว่า เนี่ยเป็นมานานแล้ว แต่เดือนที่แล้ว และถ้าเป็น งูสวัดก็ต้องเป็นเม็ดๆที่แสบๆเจ็บๆ และมีไข้ต่ำๆ

    ดีจัง...ไม่เป็นอะไร

    กลับไปที่ห้องเวชกรรมฯอีกครั้ง คุณหมอน่ารักมาก ให้คำแนะต่างๆนาๆและคุณหมอก็รู้ว่า ฉันไปเดินป่าที่เขาใหญ่มา ยิ้มของฉันยิ่งแห้งเข้าไปใหญ่

 

    และนี่คือ สาเหตุของการปวดของเข่าซ้าย

 

    ฉันนึกแต่ว่า  เข่าน่าจะดีขึ้นแล้ว และฉันก็ไม่ได้เดินป่าเต็มรูปแบบมานาน 10 ปี ก็เลยฉลองซะหน่อย ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้เลย

    ต่อไปคงต้องเอาไม้เท้า ไปเดินป่าด้วยดีกว่า  แต่คนในทีมเดินป่า คงต้องมัวแต่มาช่วยพยุงฉันเดิน แบบเสียเวลาวิทยากร เป็นแน่...เฮ้อ

    สุดท้าย ก็มาลงเอยที่ คุณหมอให้ยาแก้อักเสบ และทำอัลต้าซาวด์ที่เข่า กับประคบร้อน ทำให้ต่อเนื่องสัก 7 วัน น่าจะดีขึ้น

    งานนี้ คงไม่ถูกตี หรอกนะ....