การจากไปของคุณพ่อเจริญโดยไม่คาดฝัน ก่อผลพวงที่สำคัญคือ การจัดการมรดก เพราะแม่ไม่สามารถไปเบิกเงินจากบัญชีของพ่อ หรือรับผลประโยชน์จากพันธบัตรที่พ่อซื้อไว้ น้องๆที่พ่อเคยออกปากยกที่ดินให้ยังไม่ได้รับการโอนโฉนดที่ดิน แต่แม่เองก็รู้สึกยุ่งยากที่จะจัดการมรดกจึงได้มอบมายให้ครูต้อยซึ่งเป็นลูกคนโตรับภาระนี้แทน การจัดเตรียมเอกสาร ซึ่งต้องทำสำเนาจำนวนมาก ต้องมีการเซ็นยินยอมมอบอำนาจของทายาททุกคน และที่สำคัญวันนี้(3ธ.ค.) ก็ต้องไปขึ้นศาล
พิธีการในศาลซึ่งมีขั้นตอนและระเบียบมากมาย ท่านผู้พิพากษาที่ออกนั่งบัลลังก์ต้องตัดสินคดีความและดำเนินการสอบพยานเรื่องต่างๆถึง 6 คดีด้วยกัน เข้าไปนั่งรอจึงได้ฟังเรื่องคดีของคนอื่นๆอีก
- การทำความผิดคดียาเสพติดถ้าเป็นพนักงานของรัฐต้องเพิ่มโทษ 3 เท่า
- การอุทธรณ์บางเรื่องก็ได้รับการลดหย่อนโทษแต่บางเรื่องก็ไม่ได้รับการลดหย่อน
- เวลาดูหนังจะเห็นจำเลยหรือพยานต้องยืนในคอกสำหรับ เบิกความ แต่คราวนี้ไปจริงพบว่าหลังจากสาบานตนแล้ว ศาลท่านอนุญาตให้นั่ง แต่ต้องนั่งตัวตรงแบบเกร็งมาก มีพยานอีกคดีนึงนั่งหลังงอก็โดนศาลสั่งให้นั่งตัวตรง
- ศาลท่านพิเคราะห์อย่างละเอียดจริงๆ เห็นโฉนดที่ดินของพ่อมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยสังเกตว่าเจ้าพนังงานที่ดินเขียนนามสกุลพ่อตกการันต์ไป 1 ตัว ศาลท่านเลยกรุณาให้ไปเขียนคำร้องใหม่โดยเพิ่มเติมนามสกุลที่เขียนแบบผิดๆเข้าไปด้วยเพื่อจะได้ไม่มีปัญหากับเจ้าพนักงานที่ดิน ถึงว่า ผู้ที่ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณนี่ต้องเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้จริงๆ
จากผลที่ต้องไปนั่งที่ศาลครึ่งวัน ในวันนี้ จึงอยากถามข้อมูลผู้รู้ทั้งหลายว่า ชาวบ้านอย่างเราๆที่มีทรัพย์มรดกอยู่บ้าง ไม่มากเลย หลังจากผ่อนบ้าน ผ่อนรถหมดแล้ว จะมอบให้ทายาทโดยไม่ต้องให้ยุ่งยากไปขอเป็นผู้จัดการมรดก จะทำพินัยกรรมไว้ได้อย่างไร (โดยไม่ต้องยุ่งยากมากนะ)ใครทราบโปรดแสดงความคิดเห็นด้วยค่ะ
ครูต้อยเองก็ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ค่ะ
ของครูต้อยเอง ใครคือผู้จัดการมรดก ก็ยังไม่มีใครถามหา
ไม่มีใครอยากรู้
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเฉยๆ
อาจเป็นเพราะรู้สึกว่าเป็นของพ่อ ไม่ใช่ของพวกเรา
เราก็เลยเป็นอย่างว่า จึงไม่มีข้อมูลเลย
ขอบคุณค่ะ