มีผู้โดยสารทั้งหมด 6 คน ลูกเรืออีก 2 คน ไม่รวมท่านกัปตันและผู้ช่วย

วันนี้ (เสาร์ที่ 1 ธ.ค.50) บินมาสอนที่แม่ฮ่องสอนเป็นครั้งที่ 3

จำได้ว่า ในการบินมาครั้งแรกนั้น เครื่องบินของสายการบินไทย มีผู้โดยสาร ประมาณ 12 - 15 คน จากที่นั่งทั้งหมด 76 ที่นั่ง เที่ยวนั้น ผมก็ว่าสบาย ๆ แล้วนะครับ เพราะไม่เต็ม ไม่ต้องนั่งกันอย่างเบียดเสียด

แต่วันนี้ ... สบายกว่าการบินครั้งแรกอีกครับ คือ มีผู้โดยสารทั้งหมด 6 คน ลูกเรืออีก 2 คน ไม่รวมท่านกัปตันและผู้ช่วย

ตอนลงมารอที่ Gate 1 นึกว่า เครื่องบินมันออกไปแล้วมั้ง ทำไมไม่เห็นมีคนรอเลย แต่เอะ นาฬิกายังบอกว่า ไม่ถึงเวลาขึ้นเครื่องนี่นา สรุปมีคนนั่งรถไปต่อเครื่องบินน่ะ 6 คนจริง ๆ หลาย ๆ คนถามพนักงานว่า มีแค่นี้เองหรือครับ พนักงานตอบว่า ต้องบินไปรับผู้โดยสารที่แม่ฮ่องสอนค่ะ (ตอบตรงคำถามไหมเนี่ย)

พอขึ้นเครื่อง ... พี่แอร์โฮสเตสก็ยังสงสัยเหมือนกัน เดินไปถามเพื่อนกับกัปตันว่า มีแค่นี้เองเหรอ ปกติจะเต็มเครื่องนี่นา ผู้โดยสารเค้าไปไหนกันหมด ... ซึ่งผมถามเค้าเหมือนกันแหละว่า มีแค่นี้เองหรือครับ เค้าก็ทำหน้างงเหมือนกัน

ผมก็คิดหาคำตอบในใจ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ เสียดายค่าน้ำมันขึ้น ๆ ลง ๆ แย่เลย แบบนี้ จะกำไรหรือเปล่าเนี่ย

น่าจะ ... ใกล้วันเฉลิมพระชนมฯ หรือเปล่า ... วันนี้เป็นวันเสาร์มั้ง ... ใกล้เป็นวันหยุดยาว คนคงกลับภูมิลำเนามั้ง .... คิดได้แค่นี้

แต่ที่เสียดายอีกอย่างคือ วันนี้ ผมยืมกล้องดิจิตอลจากคณะฯ ไม่ได้ ... เครื่องบินโล่งขนาดนี้ มันวิ่งเล่นกันได้เลยล่ะ เสียดาย ๆ จริง อดเลย

ผมนั่งหมายเลข 10A ... ขณะบินไป ผมเห็นสถานที่สำคัญเยอะกว่าการมาครั้งที่แล้วอีก เช่น

  • ผมเห็น "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ชัดเจน
  • ผมเห็น "อ่างแก้ว" ชัดเจน
  • ผมเห็น "ถนนเลียบคลองชลประทาน" ชัดเจน
  • ผมเห็น "วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน" ชัดเจน

นอกเหนือจากสถานที่แล้ว ... ระหว่างเข้าเขตของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมเห็น "ทะเลเมฆ" ที่สะท้อนแสงกับพระอาทิตย์ แสงจัดมากครับ ขาวโพนไปทั่วท้องฟ้า เหมือนนี่คือคำตอบว่า ทำไมอากาศข้างล่างจึงเย็น และมืดเร็วกว่าปกติ ก็เมฆมาบดบังพระอาทิตย์หมดนั่นเอง

ทะเลเมฆจริง ๆ นะครับ มองไปไกลเหมือนมีเกาะแก่ง เมฆดูนุ่ม เหมือนนุ่นขาวสะอาด ๆ ดูนิ่ม ๆ พิกล

เสียดายครับ ที่คนชอบถ่ายรูป ไม่มี อาวุธคู่กาย

เปรียบเหมือน หัวล้านได้หวี หมาเห็นปลากระป๋อง ยังไงยังงั้นเลย

เฮ้อ ... วัยรุ่นเซ็ง คร้าบ ... พี่น้อง คร้าบ :(