ช่วงเย็นวันนี้ สมาชิกชาวBlogและคนแซ่เฮเร่ไปยังอาคารสัมมนา2 ในหอประชุมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เราจับกลุ่มทักทายถ่ายภาพกันตามสไตล์  งานนี้เริ่มสะท้อนให้เห็นองค์กรที่มีชีวิตของสมาชิกชาวBlog ถ้าจะตอบว่ามันเป็นกระบวนการพัฒนาความรู้ที่ดิ้นได้ ท่านอาจจะสงสัยว่าองค์กรมีชีวิตมีหน้าตาอย่างไรรึ  

 

(มุมเฮฮาศาสตร์) 

1 ไม่มีหัวโขน ไม่ว่าจะเป็นนายพล คณบดี อาจารย์อาวุโสในภาควิชาต่างๆ นักเทคนิคนักวิชาการ ผู้จัดการหน่วยงาน ผู้บริหารองค์กร นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ครูบาอาจารย์พยาบาล ผู้ใฝ่เรียนรู้ทุกสาขา รวมทั้งชาวบ้าน มาหลอมรวมเป็นเหมือนคนครอบครัวเดียวกัน  

- ไม่มีภาคราชการ-ภาคเอกชน มีแต่ภาคประชาชน คนแซ่เฮ

- ไม่มีเขา มีแต่เรา

- ไม่มีคนใหญ่คนโต มีแต่คุณลุงพี่ป้าน้าอาคุณลูกคุณหลาน

- ไม่มีคนอวดรู้ มีแต่คนเอื้ออาทรความรู้

- ไม่มีเรื่องหนักใจ มีแต่คนใช้สติปัญญาความสามารถแชร์กัน

- ไม่มีคนขี้เหนียวความรู้ ความคิด มีแต่รอยยิ้ม อ้อมกอด และเสียงเพลงไพเราะ

- ไม่มีกำแพงมากั้นสิทธิความเป็นมนุษย์ มีแต่ไมตรีจิต มิตรภาพสันติภาพ

-ไม่มีการชี้นิ้วสั่ง ยังโง้น ยังงี้ มีแต่ช่วยบอกช่วยแนะ จะให้ช่วยยังไงจ๊ะ

- ไม่มีเสี่ยวเอ้อ มีแต่พระเอก นางเอก คอยชื่นชม ยอมรับ และภาคภูมิใจด้วย

- ไม่มีความแร้นแค้น มีแต่พระเอกขี่ม้าขาวคอยช่วยเหลือตามที่ร้องขอ

- ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่ความตระหนัก ในความผิด ความถูก มีบทเรียนเสมอ

2  มีการร่วมทุกข์ร่วมสุขทำหน้าที่มนุษย์ 

 

การจัดการศักยภาพในตัวคน เป็นแนวทางที่กลุ่มเฮฮาศาสตร์เรียนรู้อย่างใส่ใจ ในชั้นต้นเล่าฮูแสวง เรียกว่าการจัดการความรู้แบบKMธรรมชาติ การทำงานแบบอิงระบบ การเชื่อมร้อยพันธมิตรทางวิชาการ การทำงานบนฐานความไม่พร้อม จุดก่อเกิดมาจากการลงทุนด้วยใจ ใจสั่งมาแป๊ดเป็นผู้ปักธงไว้เป็นหลักการ หลังจากนั้นกระบวนการที่ใจสั่งมาจึงเกิดขึ้นอย่างทะลุทะลวงนับตั้งแต่การจัดงานเฮฮาศาสตร์ ครั้งที่ 1-3 ก็ได้จูนความเข้าใจระหว่างกัน จนมีผู้สันทัดกรณีสรุปว่า การเรียนรู้ในBlogก็ดีระดับหนึ่ง แต่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบจับเข้าคุยกัน จะยกระดับนำไปสู่การเรียนรู้ฝีมือของกันและกัน 

ผมได้โยนหินถามทางไปก้อนแรก เจ้าเป็นไผ? ก็เพื่อถอดรหัสตัวตนของชาวเราให้อธิบายในสไตล์ตัวเอง หลายคนแซวว่า จะรู้ไปทำไม นอกจากจะไม่ตอบแล้ว ..ผมยืมคำคนชอบวิ่งมาตอบในใจว่า เดี๋ยวก็รู้!! ..สิ่งนี้นำไปสู่การรวบรวมประวัติ และบทความเด็ดๆของแต่ละท่านมา รวมรวมพิมพ์ไว้เป็นหนังสือชื่อ เฮฮาศาสตร์ เล่มที่1” เพื่ออธิบายว่า ..ถ้าเจ๊าะแจ๊ะเป็น มันก็เกิดประโยชน์อยู่ไม่น้อย

ต่อไปนี้ท่านจะพบกับคำว่า วิธีการมากขึ้นอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ ทนอ่านจั๊กหน่อย เราใช้ศักยภาพในตัวตนของสมาชิกเป็นเครื่องมือ ประกาศผ่านBlog ว่าใครบ้างจะรับอาสาเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ แป๊ดเดินออกมาข้างหน้า1ก้าว ยกมือบอกว่า..หนูเอง  คำเดียวสั้นๆแต่มีความหมายมหาศาล หลังจากนั้นก็พวกเราทยอยส่งเรื่องมา มี หนิง ออต แก่นจัง ขจิต ช่วยกันตรวจคำผิด ทวงขอต้นฉบับ และออกแบบภายใน ถ้าไม่มีอุปสรรค คาดว่าเราจะได้อ่านเฮฮาศาสตร์ เป็นการส่ง สคส.ให้ตัวเอง ในช่วงปีใหม่นี้ 

ทุนในการที่จะทำการจัดพิมพ์หนังสือละ แป๊ดเพิ่งเล่าให้เราฟังเมื่อคืนนี้ ว่าใช้วิธี หักคอคุณสามี ให้คืนรายได้สู่สังคมด้วยวิธีเผด็จการของเธอ..ผมนั่งฟังน้ำตาซึมอยู่มุมห้อง..ลูกเอ๋ย..เจ้าบุ่มบ่ามเกินไปแล้วลูดเอ๋ย ผมสงสารลูกเขยจับจิต คิดว่าถ้าไปใต้จะไปขอขอบใจเขาสัก5ปิ๊บ!  

..นี่ยังไงละพลังทางสังคม..ที่กล่าวกันนักกันหนา เรื่องคนดี เรื่องคุณธรรม เรื่องการเมืองภาคพลเมือง มันมีอยู่ตรงไหน ..กระบวนการที่ให้คนดีได้ทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ผมเห็นแต่คนดีซุกตัวอยู่กับความท้อแท้ นั่งอมทุกข์เป็นเต่าเผาอยู่ที่โน้นที่นี่ ก็อยากจะวิงวอนไปถึงคนดีทั้งหลาย ลุกจากความงัวเงียเดินเข้ามาบ้านที่ชื่อว่าG2Kกันเถิด.. เดินอ่านชื่อป้ายหน้าบ้านไปเรื่อยๆ ถ้าเห็นเขียนว่า คนแซ่เฮ ก็แวะเข้าไปเลย ระวัง!! อย่างเดียว ..จะถูกกอด!!  

หมายเหตุ:

เรื่องนี้ยาวมาก เพิ่งขมวดเรื่องเล่าเช้านี้ได้10% ที่เหลือขอให้ติดตามด้วยความระทดทวยใจในBlog ตอนต่อไป ตัวหนังสือจะกระโดดออกมาจากหน้าจอ เต้นเข้าไปเกาะกุมหัวใจท่าน ระวังให้ดี เดี๋ยวจะว่าหล่อไม่เตือน..อิอิ..