สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ท่านเห็นว่าหนังสือนี้น่าจะมีเค้าเดิมมาแต่เก่าก่อน เพราะในหนังสือเล่าพิธีพราหมณ์เอาไว้ ซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องตามธรรมเนียมเก่า

...ลอยกระทงที่ผ่านไปไม่กี่วันนี้ มีการประกวดนางนพมาศ หนูน้อยนพมาศ และชื่อ นางนพมาศ ก็ปรากฏค่อนข้างหนาตา ทำให้นึกย้อนไปถึงประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย ก็แปดร้อยปีมาแล้วโน่นเลย

   เล่ากันว่า นางนพมาศ เป็นต้นกำเนิดประเพณีลอยกระทงที่เราปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่ดูเหมือนว่าข้อเท็จจริงทางวิชาการไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ ..

   นางนพมาศมีตัวจริงหรือไม่มี ก็หาคนยืนยันไม่ได้เสียแล้ว ในจารึกก็ไม่ได้ใส่ไว้ แต่มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ที่เล่าเรื่องนางนพมาศ เป็นที่อ้างอิงกันทั่วไป นั่นก็คือ หนังสือเรื่อง นางนพมาศ หรือเรียกอีกชื่อว่า ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ฟังชื่อออกไปทางอินเดียๆ นู่น โดยทั่วไปแล้ว เชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่แต่งมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่เพิ่งได้ตีพิมพ์เป็นเล่มเมื่อ พ.ศ. 2457


เรื่องหนังสือ

   มาดูหนังสือเล่มนี้กันเลยดีกว่า คงหาไม่ได้ไม่ยาก ในร้านหนังสือจะมีหรือเปล่าก็ไม่ได้ออกไปดู แต่ยืนยันว่าในห้องสมุดมีแน่ๆ สมาชิกบรรณารักษ์ท่านใดพอทราบ รบกวนช่วยยืนยันด้วยนะครับ

   นางนพมาศที่นำมาพิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือเล่มเล็ก ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ก หนาเพียง 159 หน้า อ่านไม่นานก็จบ สำนวนภาษาก็ธรรมดา ไม่ซับซ้อนอะไร แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ส่วนมากเราไม่ได้อ่านคำนำกัน

   หนังสือบางเล่ม คำนำไม่ค่อยมีประเด็นสำคัญ เป็นเพียงคำแนะนำ แต่คำนำของหนังสือเล่มนี้ ช่วยชำระความเข้าใจที่พกพามาก่อนอ่าน


<p>คำนำว่าอย่างไร</p>

   คำนำหนังสือเล่มนี้ ได้คัดพระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งทรงไว้เมื่อตีพิมพ์ครั้งแรก มาให้อ่าน สั้นๆ ไม่กี่หน้า แต่มีคุณค่ามาก อย่าพลิกข้ามไปเป็นอันขาด

   ท่านกล่าวว่า ในเรื่องโวหารนั้น หนังสือเล่มนี้สังเกตได้ ว่าแต่งในราวรัชกาลที่ 2 – รัชกาลที่ 3 เพราะถ้าเทียบสำนวนกับหนังสือรุ่นสุโขทัย อย่างไตรภูมิพระร่วง หรือหนังสือรุ่นอยุธยา ก็เห็นชัด ว่าหนังสือนางนพมาศใหม่กว่าแน่ๆ และยังมีที่จับผิดในส่วนของเนื้อหา ที่กล่าวถึงชาติฝรั่งต่างๆ โดยเฉพาะอเมริกัน ซึ่งเพิ่งเกิดแท้ๆ

   สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ได้กราบทูลรัชกาลที่ 5 ว่าหนังสือที่ปรากฏนี้คงไม่ได้เก่าขนาดสุโขทัยแน่ๆ รัชกาลที่ 5 ท่านก็เห็นอย่างนั้น แต่มีนักปราชญ์รุ่นก่อนๆ อย่างรัชกาลที่ 4 หรือ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท เชื่อว่าน่าจะมีตัวฉบับเดิมที่เก่าแก่ แต่ต้นฉบับอาจชำรุดขาดไป มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์จึงมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์เท่าที่จะทำได้ และเล่าสืบกันมาว่าในครั้งรัชกาลที่ 3 ได้ทรงพระราชนิพนธ์แทรกไว้ตอนหนึ่ง คือ ตอนที่ว่าด้วย “พระศรีมโหสถลองปัญญานางนพมาศ” จนจบ “นางเรวดีให้โอวาทของนพมาศ” ซึ่งกินเนื้อที่ ราว 1 ใน 3 ของเรื่อง

   สรุปความว่า หนังสือเล่มนี้หลายท่านเชื่อว่าน่าจะมีต้นฉบับเดิมมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชนิพนธ์ พระราชพิธีสิบสองเดือน ก็อ้างถึง หนังสือเรื่องนางนพมาศเอาไว้หลายครั้ง สำหรับตัวหนังสือที่ตกมาในปัจจุบันเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้ภาษาสำนวนใหม่ขึ้นมาก


<p>ทำไมจึงเชื่อว่า นางนพมาศเป็นหนังสือเก่า</p>

   สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ท่านเห็นว่าหนังสือนี้น่าจะมีเค้าเดิมมาแต่เก่าก่อน เพราะในหนังสือเล่าพิธีพราหมณ์เอาไว้ (ราว 1 ใน 3 ของเรื่อง) ซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องตามธรรมเนียมเก่า โดยขนบแล้วพิธีพราหมณ์นั้นมีตำราจดบันทึกรักษาไว้อย่างดี คนทั่วไปไม่ใคร่จะรู้ หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องพิธีพราหมณ์ได้ละเอียดก็หมายความว่าไม่ธรรมดา


<p>เนื้อหา</p>

   มาดูเนื้อหากันบ้าง ใครถาม ก็พอจะได้โม้ให้เขาฟังได้ ว่าตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์เขาเล่าอะไรเอาไว้ ;)

   เริ่มต้นว่าด้วยกำเนิดมนุษย์ ชาติภาษา พร้อมแนะนำตัวผู้เขียน “ข้าน้อยผู้ได้นามบัญญัติชื่อว่า ศรีจุฬาลักษณ์” เล่าถึงกำเนิดอาณาจักรและ จากนั้นก็สรรเสริญพระเกียรติสมเด็จพระร่วงเจ้า เล่าถึงผู้คน ชาติตระกูลในสุโขทัย และมาถึงประวัติส่วนตัวของนางนพมาศ

   พระมโหสถ พราหมณ์ บิดาของนางนพมาศได้เล่านิทานสอนใจแก่นางสามสี่เรื่อง จากนั้นนางเรวดี มารดา ให้โอวาทสอนมารยาท แล้วนำไปถวายตัวพระร่วงเจ้า

   ช่วงต่อมานางนพมาศเล่าถึงพิธีพราหมณ์ทั้งสิ้น 12 พิธี เริ่มตั้งแต่เดือน 12 พิธีจองเปรียง (เดือนอ้าย เดือนยี่ จนถึงเดือนสิบเอ็ด พิธีอาชยุศ ปิดท้ายด้วยหัวข้อ “ว่าด้วยความประพฤติแห่งนางสนม” เรื่องกิริยามารยาทต่างๆ

แล้วลอยกระทงอยู่ตรงไหน

Dsc0502000

 (กระทงแบบวิจิตรอลังการ ภาพจากบล็อกของครูแอน)


<p>   เรื่องลอยกระทงกล่าวไว้ในพิธีแรก (คือเดือนสิบสองไทย) เรียกว่า พิธีจองเปรียง “วันเพ็ญเดือน 12 เป็นนักขัตฤกษ์ชักโคมลอยโคม” ผู้คนพากันแต่งโคมชักโคมแขวนโคมลอยทั่วพระนคร ทำโคมตกแต่งลวดลาย มาชักมาแขวนเรียงรายตามแนวโคมชัยเสาระหงหน้าพระที่นั่ง มีมหรสพด้วย นางนพมาศทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุท (ดอกบัว) จุดประทีปเปรียง (คือ ใส่น้ำมันไขข้อโค) มีจุดดอกไม้ไฟ จุดพะเนียงพลุสว่างไสวไปหมด ในหนังสือเล่าต่อว่า “อันว่าโคมลอยรูปดอกกระมุทก็ปรากฏมาจนเท่าทุกวันนี้ แต่คำโลกสมมุติเปลี่ยนชื่อเรียกว่าลอยกระทงทรงประทีป”</p>




นางนพมาศคู่กับลอยกระทง (ภาพจากบล็อกของอาจารย์แผ่นดิน)


   สำหรับในพิธีจองเปรียงนี้ ได้กล่าวถึงโคมลอยโคมชัก โคมปักโคมห้อย (เช่นเดียวกับพระราชพิธีจองเปรียง ในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน) เพื่อให้พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสักการะพระมหาเกตุธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเรือพระที่นั่งไปถวายดอกไม้เพลิงตามพระอารามหลวงริมฝั่งแม่น้ำทั่วพระนคร

   เป็นอันว่าหมดภาระ เอ๊ย หมดเรื่องที่จะเล่าเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ มีประเด็นสำคัญที่จะต้องย้ำตรงนี้ คือ ผมไม่ได้จะพิสูจน์เรื่องความจริงแท้ของหนังสือ หรือความจริงแท้ของนางนพมาศ แม้ความจริงแท้ของประเพณีลอยกระทง ผมอยากให้ได้ทราบทั่วๆ กันว่า ในหนังสือเล่มนี้ ได้เล่าอะไรไว้บ้างเท่านั้นเองครับ




ป.ล.ถ่ายภาพปกหนังสือแล้ว ยังโหลดเข้าคอมพ์ไม่ได้ ก็เลยขอยืมภาพท่านอื่นๆ มาใช้ก่อน อิๆๆ