ผู้เขียนจับมือพ่อ แล้วเล่าเรื่องราวการทำบุญที่ผ่านมา เท่าที่จำได้ ให้พ่อฟัง พร้อมจับมือพ่อไว้ ซึ่งพ่อก็จับมือลูกบีบเช่นกัน

  เมื่อคืนนี้ตั้งใจไว้แล้วว่า จะปฏิบัติธรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิ และอธิษฐานจิตถึงแม่ ก่อนปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้เขียนได้เปิดดูบันทึกของผู้ที่ยังชอบยามวิกาลที่วิเวก เพราะ เลย ๒๔ นาฬิกามาแล้ว และได้พบ ๒ บล็อก ที่ได้ให้เกียรติ ขอพื้นที่ ชาว Gotoknow มาบันทึก มาอำนวยอวยพรวันเกิดให้ผู้เขียน

  เพื่อแม่ "วันเกิดหมอรุ่ง" วันพรุ่งนี้

จากพี่เกษตรยะลา คุณไมตรี สุขเกษม  และ

สุขสันต์วันเกิดโยคีน้อย

จากท่านนักการทูตประจำประเทศอินเดียอัครราชทูต พลเดช วรฉัตร

 อาการที่เรียกว่าน้ำตาซึม ได้เกิดขึ้นกับผู้เขียน ในค่ำคืนนั้น ยิ่งได้อ่านผู้ที่ตั้งใจเข้ามาอวยพรด้วยคำสูงค่า และดอกไม้ ไมตรี ก็ทำให้ผู้เขียน ติดตรึงใจ และมิอาจจะสรรหาคำพูดที่ เหมาะสมมาขอบคุณได้ในเวลานั้น นอกจากคำสั้นๆ และการปล่อยว่าง ไม่ได้ตอบไป

ดอกไม้วันพ่อมอบให้แม่

     2999 กล่องดอกไม้   

 

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2

             

P   คุณเอก

  P         น้องสุขสม

            P    ป้าแดง

                    อาจารย์แป๋วP

   P   พี่หมู

 

       P     นายช่างใหญ่

              P     ท่านพลเดช

          P   น้องข้ามสีทันดร

       P   ยายอ้อย

P ท่านเปลี่ยน(เป-ลี่-ยน)

 

P suksom

 

Pเบิร์ด

   พี่เกษตรยะลา เป็นกัลยาณมิตร ที่ผู้เขียน ตามหาเมื่อทราบว่าท่านได้มากรุงเทพฯ เกือบ ๓ ชั่วโมง กว่าจะเจอกัน และพบกันไม่ถึง๑๕ นาทีก็จากกัน แต่เราประทับใจ ผูกพันเหมือนพี่เหมือนน้อง กับคำอวยพรสั้นๆ แต่ผู้เขียนเข้าใจดีคือ " คิดสิ่งใดสมปรารถนาทุกประการ จะอวยพรอย่างไรดี ก็เขาอวยพรกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละ" อย่างนี้แหละค่ะ ขอบพระคุณยิ่ง

  ส่วนคุณพลเดช วรฉัตร ที่ท่านได้เรียกผู้เขียนว่า โยคีน้อย เพราะท่านได้เป็นผู้ให้คำแนะนำ การปฏิบัติธรรม ชี้ทางสว่างให้มาตลอด ท่านเป็นพี่โยคี เพราะ เราต่างเป็นนักเดินทาง สู่ความหลุดพ้น คำว่าโยคี จึงหมายถึงผู้เพียรเพ่งเผากิเลส ท่านได้มอบโปสการ์ด และคำอวยพรดังนี้

อวยพรวันเกิด สิ่งประเสริฐ ประมวลมา

ให้สุขขีปรีดา สมปรารถนา ดังใจปอง

ให้อายุยืนนาน จิตสราญ มั่งมีเงินทอง

ชีวิตเจริญเรืองรอง ธรรมะคุ้มครอง สวัสดีเอย

สุขสันต์วันเกิดครับ โยคีน้อย

จาก

พลเดช

 ท่านเคยสอนว่า เวลาดีใจอะไรมากๆ ให้ปรับลงเหลือแค่ปิติหนอ แต่ เมื่อคืน ขณะที่ปฏิบัติธรรม ผู้เขียน มีอาการปรับยาก กว่าใจจะสงบ และมีสมาธิพอจะอธิษฐาน ถึงแม่ ก็ใช้เวลานานพอสมควร เพราะมัวแต่ปลื้มกับการที่มีผู้ให้ความสำคัญ อวยพรวันเกิด

 ในที่สุด ผู้เขียนก็ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ เอาของขวัญทุกชิ้น ดอกไม้ ทุกดอก คำอวยพรทุกถ้อยคำที่พี่น้อง G2K ส่งมาให้ ส่งใจไปถึงแม่ทุกประการ แม่คงรับรู้ แม่คงปลื้มใจ ที่วันนี้ มีคน กล่าวถึงแม่ มีคนสรรเสริญคุณของแม่มากมาย

  วันนี้ผู้เขียน เลยไปเยี่ยมพ่อ ที่นอนป่วยมาครบ ๔ ปี ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ความจำก็สั้นมาก เพราะเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน ซื้อของไปฝาก ช่วยเช็ดตัวให้พ่อ แล้วก็กราบขอพรพ่อ กราบพ่อแทนแม่ด้วย

 แม้จะไม่ได้ยินเสียงเอ่ยคำอวยพรใดๆให้ลูก จากปากของพ่อ แต่ หนูก็ขอสรุปว่าพ่อ "คงให้พรหนูเหมือนเคย" ผู้เขียนจับมือพ่อ แล้วเล่าเรื่องราวการทำบุญที่ผ่านมา เท่าที่จำได้ ให้พ่อฟัง พร้อมจับมือพ่อไว้ ซึ่งพ่อก็จับมือลูกบีบเช่นกัน พ่อฟังนะ นึกตามลูกนะ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง..........

  ผู้เขียนขอให้ทุกท่าน ได้อนุโมทนาสาธุ กับคุณพ่อ ที่ได้รับรู้บุญของลูกที่ส่งให้ และการที่พ่อได้ทำสมาธิ ด้วยการ ฟังเสียงสวดมนต์ สัมมาอะระหัง สัมมาอะระหัง...........

 สิ่งที่ลูกคิดว่าดีที่สุด ที่จะตอบแทนพ่อในเวลานี้