เด็กได้เรียนรู้...วิถีชีวิตการพึ่งตนเอง.....ซึ่งเป็นปลายทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

ผักแปดล้อสร้างรายได้...ขายหอมหาทุน (งานนี้ลูกค้ามีบ่นค่ะ)

 ในชั่วโมงเรียน...นักเรียนได้ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...ครูได้พูดคุยกับนักเรียนว่าในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน...คนในสังคมของเรามีหลักในการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปจากวิถีชีวิตแบบเดิมอย่างไรบ้าง...


คำตอบที่ได้คือ........

จากการที่เราเคยพึ่งพาตนเองและพึ่งพาธรรมชาติ ......

กลับมาเป็นระบบการพึ่งพาตลาดและทำลายธรรมชาติ....


ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างมหันต์....

....สังคมการพึ่งพาตนเองและธรรมชาติกำลังจะเลือนหายจากสังคมไทย....ตะไคร้บ้านน้อง...ฟักทองบ้านพี่...ปลาจากสระลุงมี...นำมาต้มแกง แบ่งปันกัน....ปัจจุบันในชนบทของเราแม้แต่ต้นตะไคร้ยังต้องซื้อ....


...เพราะอะไร.....


...หรือเป็นเพราะติดกับดักความสะดวกสบาย....

แล้วทำอย่างไรเราจึงจะลดรายจ่ายปลีกย่อยเหล่านี้ได้...
นักเรียนเสนอความคิดว่า

“คุณครูขา...ปลูกผักกินเองค่ะ”.....


“ใช่แล้วค่ะ...แต่การปลูกผักกินเอง...ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่มาก...ทั้งยุ่งยากในการดูแล...แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว (ทั้งที่จริงแล้วไม่ยากเลย)”...


”ถ้าบ้านเราไม่มีพื้นที่ปลูกผักทำอย่างไรดี”...

“ปลูกลงกระถางซิค่ะ”....

“กระถางก็ต้องซื้อ...แพงอีกต่างหาก”....

“ครูคะ...ครุ...ถัง...กาละมัง...หม้อเก่าๆ...ที่เราไม่ใช้มาใช้แทนกระถางได้”.....

ถ้าอย่างนั้นวันนี้นักเรียนไปสำรวจบริเวณโรงเรียนว่ามีภาชนะอะไรบ้างที่จะนำมาปลูกผักได้.....


นักเรียนหายไปพักใหญ่ๆ ค่ะแล้วกลับมาพร้อมกับกระถางล้อรถมาแปดล้อ(ซึ่งเลิกใช้นานแล้ว...ก้นกระถางทะลุหายหมดค่ะ ต้องหาพลาสติกเก่าๆ มารองก้นกันดินไหล)....

นักเรียนกำลังทักทายกับผักที่ปลูกค่ะ

ผัก 8 ล้อที่ปลูก...เติบโตงอกงามด้วยพลังน้ำหมักชีวภาพ

นำมาเรียงหน้าห้องเรียน....เตรียมดินคลุกกับปุ๋ยหมักชีวภาพ...ปลูกหอมแบ่ง(๑๓ กันยายน)...

ลงทุนเป็นเม็ดเงินไปตั้ง ๒๐ บาท...


นักเรียนผลัดกันดู (เฉยๆ) แล...แทบไม่ต้องรดน้ำเพราะเป็นหอมพันธุ์...เทวดาเลี้ยง...ไม่ต้องเติมปุ๋ย... เดือนตุลาคมปิดเทอม.... ๑ พฤศจิกายน เปิดเทอม นักเรียนได้ฤกษ์ถอนต้นหอมแปดล้อขายแล้วค่ะ...

ผัก 8 ล้อ...พบร่องรอยการกัดกินใบของหนอนบ้าง..แต่ก็แบ่งๆ กันกินไปนะคะ


“มัดละ ๑๐ บาทของครูใหญ่กว่าที่ตลาดตั้งเยอะ”... มีคำบ่นจากนักเรียนเล็กน้อยค่ะ


“ผมซื้อ ๒๐บาท” ครูเหนกสั่งซื้อค่ะ


“ไม่ขายค่ะ....ซื้ออะไรเยอะจัง..เดี๋ยวได้ไม่ครบกัน เอาคนละ ๑๐ บาทก็พอนะคะ..แบ่งๆ กัน”


“พี่เอาด้วย....ไม่ต้องล้างนะ”


...แน๊....กลัวไม่ได้ค่ะ....เอาไปล้างเองก็มี
.......
........
“เราขายในราคามิตรภาพค่ะ...ถือว่าเป็นการแบ่งปันไปในตัว”...
วันนี้เด็กขายหอมแบ่งได้ ๒๐๐ บาท...
แต่ลูกค้า กับลูกศิษย์สิคะ...บ่นตามๆ กัน...แม่ค้าอาไร๊...ให้ลูกค้าซื้อผักได้ไม่เกิน ๑๐ บาท...แถมให้เยอะกว่าตลาดอีกต่างหาก


และแล้วผักแปดล้อ....ก็อันตรธานหายไปภายในพริบตา....


นักเรียนก็ได้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เข้าโครงการน้ำหมักชีวภาพเพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมอีก ๒๐๐ บาท


และนักเรียนก็พรวนดินปลูกใหม่ทันที...(ลูกค้าเข้าคิวรอซื้อเยอะค่ะ....อิอิ)


สิ่งเหล่านี้ในสายตาของคนบางคน ...อาจจะดูน้อยนิด...แต่ถ้าเราปลูกฝังได้...จะช่วยสร้างนิสัยที่ดี...บ่มเพาะวัฒนธรรมของการเรียนรู้....เราก็จะได้สังคมแห่งการเรียนรู้ขึ้นมา..(ไม่ใช่ได้เพียงคำพูดลอยๆ) .....แล้วเด็กนักเรียนเองก็จะซึมซับและเห็นคุณค่าสิ่งที่อยู่รอบตัว.....เห็นใจคนรอบข้าง.....


และที่สำคัญเด็กได้เรียนรู้...วิถีชีวิตการพึ่งตนเอง.....ซึ่งเป็นปลายทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

การขายหอมหาทุนในครั้งนี้.....ใครจะว่าเรากำลังขี่ตั๊กแตนไล่จับช้างก็ช่างเถอะค่ะ...ฮิฮิ....