มีคนสงสัยถามว่า กระบวนการคนแซ่เฮ เป็นอย่างไร
ผมตอบตามความเป็นจริงว่า ไม่รู้
อ้าว! ไม่รู้ จะทำยังไง
มันไม่มีรายละเอียด ไม่มีการฟันธงว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้
เราเอาบุญวาสนาเป็นตัวตั้ง
อะไรมันจะเกิดก็เกิด อะไรมันจะมาก็มา ตั้งท่ารับให้ดีก็แล้วกัน
..ลูกหลานลงรถมา โผผวากอด ไม่มีเขียนไว้ในสคริ๊ปใดๆ
..กรณีนี้ท่านบางทรายเจ้าภาพได้เตรียมวิธีนำเสนอ และนำร่องหลายเรื่อง
..ยื่นไมค์ให้คนชอบวิ่ง ณ บัดเดี๋ยวนั้น ว่าท่านต้องพูดแล้วละ ตอนแรกก็อาจจะงง ว่า..เอายังวะ แต่ด้วยปรีชาสามารถ ท่านเสนอได้สนุกครื้นเครง แล้วก็ไปกำหนดคำเฉพาะในหมู่เราว่า..ระวังครูบาจะถีบขึ้นเวที ฮะฮะฮ่า
..เดินไปกระซิบท่านบางทราย แบบปุ๊บปับหลายครา
..บางเรื่องบอกเพื่อกันช็อค!! เช่น.. เราจะขอกอดท่านPaleeyon เป็นค่าตอบแทนน้ำใจ อิอิ เป็นยังไงละ..
บางกรณี ที่จำเป็นต้องหาผู้สันทัดกรณีมาดำเนินการ เช่น การตัดสินภาพประกวด สมาชิกรู้แต่ว่าต้องถ่ายภาพที่ชอบไว้ ได้เวลาผู้ที่อาสามาเป็นกรรมการเขาจะฟอร์มตัวกันขึ้นมา หารือกันอย่างเคร่งเครียด เพี่อออกเกณฑ์ตัดสินให้ดีที่สุด ท่านกลางเสียงแซวเป็นระยะๆ เพื่อนจะเย้าว่าติดสินบนได้เปล่า
และแล้วก็สมบูรณ์แบบในกระบวนการทั้งหมด นับตั้งแต่วิธีการส่งภาพ วิธีคัดเลือกภาพ วิธีให้คะแนนที่ทุกคนมีส่วนร่วมตัดสิน วิธีนำเสนอผลการตัดสิน วิธีมอบรางวัล วิธีมารับรางวัลที่ตื่นเต้นเร้าใจ
..ที่ผู้รับรางวัลจะโดนกอด กอดอย่างไรถึงไม่ขัดเขิน ก็มีวิธีออกมาอีก ถ้าเป็นท่านอาวุโสก็ให้คู่ชีวิตเป็นผู้มอบ การมอบรางวัลมอบกอดจึงชื่นมื่นทุกฝ่าย
อ้าว! ถ้าเป็นวัยหนุ่มสาวละ มิขัดเขินกันแย่รึ อ๋อ!กรรมการชะงักนาทีเดียว ก็มีข้อแนะนำว่าให้มีพี่เลี้ยงแต่ละฝ่าย ท่านเล่าฮูแสวง เป็นป๋าดันเอกจตุพร ผมเป็นพ่อโอบเอวลูกสาวเจ้าลูกหว้าไปส่ง ฝ่ายหนึ่งป๋าดัน อีกฝ่ายหนึ่งพ่อดัน จะเหลือเรอะ
เคยเผลอถาม เจ๊องุ่นคนสวยว่า มื้อนี้มีรายการอาหารอะไร ..นี่ถ้าไม่เป็นพ่อถาม คงโดนอัดโครม!ตรงนั้นแล้ว คนแซ่เฮเมื่อรับหน้าที่ใดแล้ว เขารับผิดชอบสุดชีวิต คนอื่นอย่าได้มาซอกแซกถามโดยไม่จำเป็น ถือว่าเป็นการหมิ่นฝีมือ ถึงเวลาก็รู้ ..มันเหมือนเมนูจากสวรรค์ การที่ไม่รู้ว่าจะอร่อยด้วยอะไร บางทีก็ตื่นเต้นดี เหมือนกับชีวิตนี้มีลุ้นตลอดทั้งวัน ใครชอบอะไรก็ไปทำสิ่งที่ชอบให้ดี แล้วจิ๊กซอความดีก็จะมาต่อเชื่อมกัน
ตรงนี้ทำให้เกิดกติกาที่รู้กันในหมู่เรา ว่าไม่มีใครเป็นหัวหน้า แต่ทุกคนจะเป็นพระเอก นางเอก เป็นอัศวินอาสารับทำงานที่ตนเองถนัดและชอบ มันยิ่งกว่าจิตอาสาอีก เพราะงานนี้ทุ่มเททั้งกายและใจจนเหงื่อไหลหยดติ๋งๆๆ ไม่งันเราจะได้ปิ้งปลาหมึก ชิมปลาสลิด อร่อยผักกาดจอ ไส้อั๊วปลา น้ำพริกอ่อง น้ำพริกลงเรือ ไก่ทอดเจ ผัดหมี่หัวลำโพง เคี้ยวแมลงทอด ชิมแกงกระหรี่สไตล์ญี่ปุ่น สลัดผัดสดรสมือเจ้าตำรับภารตะ ได้ใส่เสื้อ ..อะไรก็กู รึครับ..ที่เล่านี่ผิวๆ ยังไม่ถึงแก่นหรอกจะบอกให้
จากปรากฏการณ์เยี่ยงนี้ ทำให้รุ่นอาวุโสตระหนักรู้ได้ก่อน ยกตัวอย่างเช่น “คนชอบวิ่ง” ทราบว่าจะต้องโดนให้ออกความเห็นเรื่องการพัฒนาองค์กร ท่านก็ได้เตรียมการศึกษามาอย่างดี ทั้งอ่านบทความ สนทนาผู้รู้ เอาประสบการณ์ตนเองเข้ายำไปแปลงเป็นPower point ออกมาขยายความเข้าใจให้สมาชิกได้มีพื้นฐานตรงกัน เพื่อที่จะจูงแขนเพื่อนร่วมทางเดินอย่างมีส่วนร่วม ยุคนี้ฮิตใช้คำนี้มาก แต่กระบวนการสร้างเสริมการมีส่วนร่วม ถ้าทำให้เป็นธรรมชาติจริงๆแล้ว ควรให้ถึงขั้นร่วมพลังใจกัน มันถึงทะลุมาถึงจุดนี้ได้
การมีส่วนร่วมที่มีศักยภาพสูง จะไม่มีหัวโขน ไม่มีกรอบ ไม่มีข้อจำกัด ทุกคนแบให้เห็นใจของกันและกัน ใครชอบ ใครถนัด ใครสนใจ ก็จะเจ้นเข้ามาเหมือนหัวใจถูกผลัก ..นักการเมี่ยง เจ๊องุ่น เดินพรวดออกมาหยิบไมค์ แทรกเสียงเพลงในจังหวะที่มีช่องว่างไม่ถึง10วินาที เสียงเพลงประหนึ่งแก้วมณีใสก็สอดรับขึ้นมา ฟังแล้วเราจะทำอะไรอื่นได้ นอกจากปรบมือเชียร์กันจนมือช้ำ..
ในการร่วมรับฟังประวัติศาสตร์ของผู้กล้าแห่งดงหลวง หลายคนเขยิบเข้าไปนั่งข้างหลัง นั่งข้างๆ ขอพูดคุยกับจอมยุทธการเมืองภาคประชาชน เจ้าสายลมดูเหมือนจะมีอาการโดนใจเข้าเต็มๆ สุดท้ายลุกขึ้นมาเปิดกลอนที่สะท้อนชีวิตและสังคมได้อย่างบรรเจิด ครูเสือคุมเครื่องเสียง คัดเลือกเพลงเพื่อชีวิตออกมาคลอเบาๆ
ก็อย่างที่เล่า..เราไม่เคยพูดตกลงกันว่าจะทำยังไงแบบตายตัว หรือ1-2-3 เพราะเชื่อว่าพวกเราคงไม่มีใครนั่งบื้อเฉยๆได้ คนแซ่เฮได้สะสมบ่มเพาะความเป็นตัวตนมาไม่น้อย บางคนบอกว่ามันมีมาแต่ชาติปางก่อน บางคนกลัวไม่ชัวร์ถึงกับอธิฐานให้ได้เจอกันทุกชาติทุกภพไป สิ่งที่เห็นกับตาก็อย่างที่เล่า แต่สิ่งเป็นพลังใจเดินหน้าไปถึงภพไหนแล้วก็ไม่รู้
ภาพนี้ถ้าเดาคงจะเป็นการร่ำลาให้คะแนนภาพนี้แบบไม่ต้องคิด มันตื่นตันซึ้งกินใจ ชวนให้คิดต่อได้โดยไม่ลังเล....!!
จริง ๆ แล้วภาพทุกภาพสวยเหมือนกันหมด เลือกยากมาก แต่ความประทับใจที่ซึ้งกินใจ มันทำให้ต้องเลือกค่ะ เห็นด้วยกับน้องแก่นค่ะ แต่บอกว่าทุกภาพชนะใจราณีหมดค่ะ เพราะยังประทับใจไม่เลือนเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพ่อครู
ในฐานะที่นั่งข้างๆพี่เขา ก่อนออกรถจากมา พี่เขาร้องไห้เสียงดัง พูดแต่ว่าคิดถึงๆๆ เลยสองพี่น้องพากันร้องไห้ ร่ำๆจะกลับไปอีก แต่หนทางมันยาวไกล ต้องจำใจลา และพูดถึงทุกคนตลอดเส้นทางค่ะ
คีนนั้นบันทึกเทปไว้ใช่ไหม ว่างๆลองถอดเป็นเรื่องเป็นราวดู จะได้มรคนนำเรื่องนี้ได้ สำคัญมากนะ
อาจารย์ภูคาไปช่วยทำให้ค่ายนี้มีความรู้ขึ้นเยอะเลย ถามหมอว่าเจ้าแก่นไปไหน หมอว่าไปเล่นหมากเก็บ โธ่ๆๆๆ
ราณีเป็นกองเชียร์แหลก
พวกเราเป็นห่วงมาก แต่เห็นว่าไปเป็นคู่เป็นเพื่อนก็เบาใจ ยังไปร้องไห้ตามทางอีกรึ ดีว่าร้องไห้ไม่ผิดกฎจารจร ไม่งั้นโดนปรับแย่เลย เมื่อเย็นยังชิมปลาหมึกอยู่นะ คิดถึงๆๆๆๆ ขอให้สบาย ปลอดภัย มีพลังทำงาน
อาจารย์ไม่พูด แต่ลงมาทำ พวกเราก็พลอยได้อร่อยไปด้วย ไม่มีคนบอก ยังแปลกใจว่าอร่อยดี นึกว่าราณี ทำ ที่แท้อาจารย์นี่เอง ทำกับข้าวเก่งก็ไม่บอก เอาอีกๆๆๆๆๆ อิอิ
ตามอ่านเรื่องอาจารย์เสมอ ยังทึ่งว่าคนที่รู้เรื่องศิลปการแสดงในหมู่เราก็มี
ขอบคุณมากที่มาให้กำลังใจ
สบายดีนะครับ
พ่อดัน+ ป๋าดัน จะเหลือเรอะ
ภาพที่ว่านั้น...
รักพี่เสียดายน้อง...ครับ
แต่อิจฉาหนุ่มเมืองปายบักขนาด ... ฝากไว้ก่อน ๆ ...
ความจริงก็อย่างที่ลูกหว้าบอก
พวกผู้ใหญ่อยากได้บรรยากาศแบบพี่น้อง จึงดันกันใหญ่
หนุ่มเมืองปาย ฝีมือดี ได้รับรางวัล ก็เท่านั้น อิอิ
พ่อค่ะ วันนั้นหนูพาน้องรุ่งตกรถประจำทางอีกรอบ พาน้องกลับไปนอนที่สุพรรณฯ
เพียงเพราะไม่อยากจากลา . . .