๒๐ ต.ค. ๒๕๕๐

เคลื่อน ด้วย ใจ 

จิ๊บ... จิ๊บ... จิ๊บ... นาฬิกาปลุกจากธรรมชาติบอกผมว่าคืนแรกของผมในญี่ปุ่นได้ผ่านไปแล้ว...เช้าวันที่ ๒ ได้มาเยือนแล้ว !?

วันนี้เป็นวันเสาร์...ถ้ายังอยู่กรุงเทพฯ อากาศเย็น ๆ แบบนี้ผมคงนอนขดตัวเป็นหนอนชาเขียวภายใต้ผ้าห่มอุ่นต่อไปเรื่อย ๆ จนใกล้เวลาที่ออกเดินทางตามนัดหมายแล้วค่อยออกไปทำธุระส่วนตัวและทานอาหารเช้า 

แต่วันนี้ไม่หละคร้าบ... 

ธรรมชาติอุตส่าห์ส่งทูตบินได้ตัวน้อยมาเป็นนาฬิกาปลุกมาเชื้อเชิญให้มาพบปะกันแล้ว...ถ้าไม่ลุกขึ้นไปพบปะคงเสียน้ำใจเป็นแน่แท้ !?

ว่าแล้วก็ลุกพรึบจากฟุกนอน...จิตใจแจ่มใสพร้อมพบปะผู้เชื้อเชิญแล้วคร้าบ  ไปทำหน้าที่เป็นผู้มาเยือนที่ดีเก็บที่นอนให้เรียบร้อย ทักทายแม่ใหญ่ที่อุตส่าห์ตื่นเช้ากว่าเพื่อมาเตรียมน้ำอุ่นให้พวกเราอาบ ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เช้านี้อากาศเย็นเลยขอแอบอาบน้ำเย็น บรื๋อ... ๆ เย็นตอนแรกแป๊บนึง แต่หลังจากนั้นสบายดีครับ 

แต่งตัวเรียบร้อย...ออกไปพบผู้เชื้อเชิญที่อยู่หน้าบ้านกันเสียหน่อยท่าจะดี 

ใส่รองเท้าแตะที่เตรียมมาเลื่อนประตูบ้าน แล้วเดินออกไปพบผู้เชื้อเชิญที่รออยู่ภายนอก

ประตูที่นี่ไม่มีกุญแจ เป็นเพียงบ้านเลื่อนกันฝนลมพัดเข้ามาที่บ้าน แต่ไม่มีลมกิเลสพัดพาผู้คนมารังควานผู้อาศัยในบ้านให้เดือดร้อน 

ในที่สุดก็ได้พบปะผู้เชื้อเชิญที่รอพบอยู่ภายนอกตั้งแต่เมื่อคืนที่เรามาถึง !?

  เบื้องหน้า 

ฟ้าสดใส 

ตะวันทอแสงอ่อน

เมฆขาว ลอยประปราย

อากาศเย็นรอบกาย 

พื้นดินกว้างใหญ่ตรงหน้า 

เรือกสวนไร่นา

ป่าเขาสนเขียว 

ต้นไม้ดอกไม้ข้างทาง 

น้ำใสในบ่อ

ต่างแย้มยิ้มมาต้อนรับด้วยความสงบ  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หากถ่ายภาพผู้เชื้อเชิญที่ได้พบปะ ภาพที่พบเห็นคงเป็นเพียงภาพเรือกสวนไร่นาธรรมดาในยามเช้าธรรมดา ๆ ไม่ใช่ทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างที่สั่นสะเทือนใจให้หวั่นไหวที่เรามักจะพบเห็นได้กับทิวทัศน์ทั่วไป</p><p> แต่เมื่อเปิดใจรับรู้สิ่งที่พบเห็นอยู่เบื้องหน้าอดจะพลอยยิ้มแย้มไปทิวทัศน์บรรยากาศที่สัมผัสไปด้วยไม่ได้  </p><p>เป็นความสวยงามอีกจำพวกหนึ่ง…ความสวยงามที่ไม่ได้ทำให้ใจสั่นสะเทือนแต่สงบเย็น</p><p>ผมก้าวทีละก้าว ทีละก้าว อย่างช้า ๆ ไม่ไกลไปจากบ้านนัก เพื่อเรียนรู้เศษเสี้ยวความสวยงามของความสงบสุขท่ามกลางทิวทัศน์อันยิ้มแย้มเบื้องหน้า  </p><p>ไหน ๆ ก็มาญี่ปุ่นแล้วอารมณ์นี้ขอเขียนเป็นกลอนไฮกุสั้น ๆ กับเขาแด่การต้อนรับครั้งนี้เสียหน่อยนะครับว่า  </p><p>เบื้องหน้า</p><p>ธรรมชาติต้อนรับ</p><p>ด้วยความงามอันสงบสุข</p><p> สักพักก็เดินกลับมาที่บ้าน รับหนังสือพิมพ์จากลุงส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้าแทนพ่อใหญ่แม่ใหญ่ แล้วก็เดินกลับมาพบหมู่มวลมิตรที่ห้องสนทนากันที่อยู่ด้านหน้าของบ้าน  </p><p>อื้มม์…กลิ่นกับข้าวโชยมาแตะจมูกแล้ว…!?  </p><p>พี่เปี๊ยกกับพี่นุชก็มาอยู่ที่ห้องกับพ่อใหญ่และแม่ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย พร้อม ๆ กับอาหารพร้อมเสิร์ฟสำหรับเช้าวันนี้ เป็นชุดอาหารประกอบไปด้วยข้าวสวย น้ำซุปมิโซะ ไข่เจียว ปลาซาบะย่าง และผักดอง… </p><p>อิเดกิมัสซึ…ทานหละคร้าบ…  </p><p>เราทานไปพร้อมกับพ่อใหญ่แม่ใหญ่ ทานกันไปดูทีวีกันไป…   </p><p>เผอิญได้เดินออกไปข้างนอกเห็นนาข้าว ก็เลยพอคาดเดาอย่างเลา ๆ ว่าข้าวที่เราทานเนี่ยเป็นข้าวที่พ่อใหญ่แม่ใหญ่ใช้น้ำพักน้ำแรงผนวกกับธรรมชาติที่สงบสุขที่เราพบเมื่อครู่นั่นเองมาให้ทาน เขาตักให้ถ้วยเบ้อเริ้มเลยสงสัยกลัวแขกทานไม่อิ่ม </p><p>เลยอดไม่ได้ที่จะทานอย่างช้า ๆ ทานไปก็นึกถึงสิ่งที่ผนวกและสอดประสานกันก่อให้เกิดเป็นข้าวมื้อนี้ อันประกอบไปด้วย</p><p> ดินที่อุดมสมบูรณ์  </p><p>น้ำที่ใสสะอาด  </p><p>ลมที่สดชื่น</p><p>ฟ้าที่สดใส</p><p>แดดที่ทอแสง</p><p>ธรรมชาติที่ยิ้มแย้ม</p><p>และความมุ่งมั่นของพ่อใหญ่แม่ใหญ่</p>ได้ถ่ายทอดลงในข้าวถ้วยนี้  <p> </p>