ก่อน - ๑๘ ต.ค. ๒๕๕๐
สามขวบ...เหินฟ้ากับเขาได้เสียที
เป็นเวลาสามปีแล้วที่ผมไม่ได้บินไปไหนมาไหนเลย สาเหตุก็เนื่องจากว่าผลการรักษาโรคลูคีเมียเมื่อสามปีที่แล้ว ทำให้อายุของเซลต้นกำเนิดที่มีอยู่ในร่างกายเพิ่มขึ้นอีกประมาณสิบปีตามอายุผู้บริจาค แต่ก็ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ผมมีกลับไปเริ่มต้นใหม่เท่ากับเด็กแรกเกิดซึ่งต้องคอยประคบประหงมกันมาเรื่อย ๆ ถึงตอนนี้ก็เท่ากับเด็กสามขวบสามารถที่พาไปไหนมาไหนกับเขา โดยไม่ต้องห่วงมากว่าจะติดเชื้ออะไรง่ายนักได้เสียที ประกอบกับวันหยุดพักร้อนที่มีอยู่ปีนี้ก็เหลืออยู่อักโขตั้งยี่สิบวัน งานที่ทำก็เข้าที่เข้าทางแล้ว... เหลือแต่โปรแกรมทริปที่จะบินไปเท่านั้น...
ถ้าเป็นไปได้ครั้งอยากจะออกไปเผชิญโลกกว้างโดยไม่มีสิ่งที่ไม่มีชีวิตที่เรียกว่า“งานประจำ”มาครอบ เพราะไม่เช่นนั้นก็เป็นไปได้สูงทีเดียวว่าการเดินทางต่อ ๆ ไปก็คงจะหลีกเลี่ยงสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่า“งานประจำ”นี้ไม่พ้น และที่สำคัญที่สุดถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป...โลกที่เราเผชิญอยู่ก็คงจำกัดอยู่ในกรอบความเดิม ๆ โลกเดิม ๆ ที่ประกอบเป็นเราแบบเดิม ๆ เท่านั้น... ประตูในใจคงจะปิดอยู่ในโลกของตัวเองสนิทขึ้นทุกวัน ๆ
ในช่วงเวลาที่ตามหาว่าจะไปทริปไหนดีนั่นเอง... วันหนึ่งผมก็ได้รับติดต่อจากคุณยุ้ย เลขาฯอ. วรภัทร (ท่านไร้กรอบ) ว่าจะไปญี่ปุ่นตามชื่อที่แจ้งไว้เป็น Waiting Lists ที่จะไปเที่ยวดูงานที่ชนบทญี่ปุ่นในงานจิบน้ำชาครั้งที่ ๑๐ นี้หรือไม่...
ชนบท ชาวนา ป่า เขา ญี่ปุ่น สหายใหม่!?
Yessss !? ...
แล้วประตูสู่โลกกว้างหลังจากปิดมาสามปีของผมก็เปิดขึ้น...โลกใหม่มารอเราแล้ว !?
โลกกว้างรออยู่ข้างหน้าเสมอ….
โลกกว้างในที่นี่คงไม่ใช่แค่โลกข้างนอกตัวเรา... อย่างที่ตาเรามองออกไปข้างนอก...
แต่เป็นการที่จะผสานตัวเราเข้ากับโลกใบนี้อย่างกลมกลืน...เราจะได้เป็นกลายเป็นคนตัวเล็ก ๆ ในโลกอันกว้างใหญ่...แต่เป็นโลกอันกว้างใหญ่...
ตอนนี้ก็เรียนกันไปก่อน...คร้าบ อิ อิ อิ
มาเยี่ยมแมวเหมียวจ้า
เพิ่งจะสามขวบ บินไกลจังนะคะ
คิดถึงญี่ปุ่นจัง