-ต่อจาก ๑ -
คุณย่ามาในชุดพื้นบ้านคล้าย ๆ กับกิโมโนแบบอยู่กับบ้านที่เราอาจจะพบเห็นได้ ก็คงคล้าย ๆ กับคุณย่าคุณยายเราที่อยู่ต่างจังหวัดที่นุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้ากระมัง
คุณย่ามาแนะนำตัวอย่างเรียบร้อยนั่งคุกเข่าค้อมคำนับอย่างสุภาพแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งไม่วายพวกเราก็คำนับตอบ ซึ่งพอเราคำนับตอบต่ำไปกว่าคุณย่า คุณย่าก็ค้อมคำนับต่อไปอีก สลับกันไปสลับกันมาสักสองสามทีเราก็เลยหยุด
คุณย่ามาถึงก็ชวนคุยด้วยความจริงใจทันทีส่งภาษาญี่ปุ่นจ๋อย ๆ ๆ พวกเราก็รับฟังด้วยอย่างตั้งใจ...แปลกแฮะ... รู้สึกได้ว่าเราเข้าใจในสิ่งที่คุณย่าพยายามจะนำเสนอ... สารที่ส่งออกไม่ได้มาเพียงกับเสียงที่คุณย่าพูดจ๋อย ๆ หรือท่าทีที่คุณย่าแสดงต่อเรา แต่มันส่งมาใจที่อยู่กลางอกคุณย่าและเราก็รับรู้ได้จากใจกลางอกของ เราในความอบอุ่น ความปรารถนาดี และน้ำมิตร
ต่างกับเมื่อครู่ที่เราพยายามเปิด หรือหาเรื่องพูดคุยจากคู่มือกระดาษไม่กี่แผ่นที่มี !?
หรือว่าเพียงเราเปิดใจ จริงใจต่อกัน ไม่พะว้าพะวงกับสิ่งใด ๆ ประตูใจที่เปิดขึ้นจะทำให้เรารับรู้กันและกันจากกระแสใจที่สื่อออกมาได้เอง !?
หลังจากที่คุณย่าพูดจ๋อย ๆ กับเราได้สักพัก คุณย่าก็คุยกับพ่อใหญ่ ดูจากท่าทางพ่อใหญ่ท่านคงจะบอกคุณย่าว่าพวกนี้ฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก คุณย่าก็เลยแลดูเขินไป คงประมาณว่าโอ๊ะตายแล้วฉัน พล่ามไปเสียยาวเชียว (ไม่ต้องห่วงหรอกครับ...พวกผมพอจะเข้าใจครับ)
ดึกมากแล้วพวกเราจึงขอนอน ส่วนพ่อใหญ่แม่ใหญ่ยังขอนั่งดูทีวีก่อน สังเกตดูว่าเป็นรายการเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การเกษตร...
คนญี่ปุ่นช่างใส่ใจ รักและเคารพในสิ่งที่ทำจริง ๆ นี่หรือเปล่าที่ทำให้พวกเขาอยู่ยั้งยืนยงได้บนกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้ามาในตอนนี้พวกผมได้แต่เก็บสิ่งนี้เป็นคำถาม และแอบนิยมไปในใจ...
ในบ้านเสือยิ้มยากแห่งนี้คืนนี้อากาศภายนอกหนาวเย็น...
แต่ความอบอุ่นก็ได้ก่อเกิดขึ้นในใจเสียแล้วสิ...
สำหรับวันนี้ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี...
เพียงเพราะคำสั้น ๆ คำเดียวว่า “เปิด”เท่านั้นเอง...
ตามอ่านค่ะ คุณย่าน่ารักเนอะ
เจอคุณย่าแล้วนึกถึงสิ่งที่พวกเราสูญเสียไปในยุค
"Life in the fast lane..."
บางทีช้านิดนึงทำความเข้าใจในภาพกว้างอีกนิดนึง รอบข้างเราก็มีความสุข เราก็มีความสุข...