หมู่บ้านนางสุชาดา
ขอนำภาพชีวิตของคนอินเดีย บริเวณหมู่บ้านของนางสุชาดา ซึ่งทราบว่าแม้ในปัจจุบันก็ยังมีญาติตระกูลของนางสุชาดาอาศัยอยู่

หญิงชราอายุประมาณ 80 ปี บริเวณหมู่บ้านของนางสุชาดา

หญิงสาวพื้นบ้านหมู่บ้านที่นางสุชาดาเคยอาศัยอยู่ สังเกตุข้างฝาบ้านคือถ่านธรรมชาติทำจากมูลโคและควายผสมกับฟางและใบไม้ แปะกับข้างฝาให้แห้งนำมาเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไม่ต้องเสียเงินซื้อ มีใช้ตลอดปี บ้านใดมีมากแสดงว่ามีฐานะ

สภาพบ้านเรือนยังคงเป็นเช่นเสมือนสมัยหลายพันปีมาแล้ว

บ้านก่ออิฐสร้างกันเอง อิฐถูกมากในรัฐพิหาร สตรียังคงแต่งตัวตามประเพณีดั่งเดิม
เศรษฐกิจพอเพียงค่ะ
เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบติดดินครับ
ครับ น่าชื่นชมมาก ที่ยังยึดมั่นวิถีชีวิตดั่งเดิม ซึ่งคนไทยก็เคยอยุ่กับสิ่งนี้ แต่มาแพ้กระแสตะวันตก ทุนนิยมและวัตถุนิยม
ผมเองนึกในใจว่าอยากจะทำบ้านดินเอง ทำนาเอง ปลูกผัก ผลไม้กินเอง ตลอดจนทำอะไรเองอีกหลายอย่าง เชานทำกระดาษสาเอาไว้ใช้เอง ซึ่งคิดดูแล้ว น่าจะทำเองได้และคงจะมีความสุขกว่าการไปซื้อ แต่หลายอย่างก็ยังเป็นความฝันนะครับ หากเกษียณแล้วคงได้ทำความฝันให้เป็นจริง
ด้วยความปรารถนาดี
เป็นภาพชีวิตที่ให้ข้อคิดมากๆเลยค่ะ
ชีวิตแบบพอเพียง ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเองหมดก็ได้นะคะ อะไรที่ไม่มีก็เอาของเราไปแลก อุดหนุนกันเองในชุมชนบ้านเดียวกัน ประหยัดค่าขนส่ง แต่ทำอะไรใช้ได้เองนั้นมันน่าปลื้มใจค่ะ เช่นที่บ้านดิฉันมักจะรู้สึกว่าผักบุ้ง ฟักทอง กล้วย ที่บ้านนี่ช่างอร่อยเหลือเกิน
ปากทางเข้าบ้านยังมีป้าเผาถ่านใช้เองอยู่เลยค่ะ
คนอินเดียเป็นมังสะวิรัติด้วย และจะปลูกทุกอย่างที่กินได้และกินทุกอย่างที่ปลูกได้ครับ ดังนั้นตามร้านค้า ข้างทางไม่ว่าจะป็นเพิง หรือก่ออิฐ บนหลังคาเขาจะปลูกพืชทานได้ปกคลุมหลังคาด้วยทุกที่ไป ถ้าดูไม่ผิดน่าจะเป็นพวกฟักทอง บวบ
นอกจากอร่อยแล้วน่าจะปลอดสารพิษด้วยครับ