ผมไม่ได้ดูหนังประโมทัยมาเสียนาน... นานจนจำไม่ได้เลยว่าครั้งล่าสุดดูเมื่อไหร่กันแน่ แต่ถึงแม้วันเวลาทั้งปวงนั้นจะล่วงผ่านมายาวนานสักปานใด ความทรงจำเกี่ยวกับห้วงบรรยายการปูเสื่อดูหนังประโมทัยก็ยังแจ่มชัดและมีชีวิตอยู่อย่างไม่รู้จบ –
วันนี้, ขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าเอกสารเตรียมมาร่วมงานฉลองกฐินของมหาวิทยาลัย มีนิสิตท่านหนึ่งเข้ามานั่งเปิดใจปรึกษาปัญหาด้านการทำงานในระดับองค์กร ซึ่งผมก็เต็มใจที่จะนั่งคุยกับน้องนิสิตอย่างไม่รีบเร่ง แต่กว่าจะแยกขาดจากกันได้ก็ปาเข้าทุ่มครึ่งเลยทีเดียว
ผมมาถึงสถานที่ฉลองกฐินช้ากว่าเวลาที่ควรจะเป็น ความโปร่งโล่งบริเวณงานยืนยันได้ว่ากระบวนพิธีการและพิธีกรรมต่าง ๆ ได้เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงเหลือก็แต่เต็นท์อำนวยการเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่อย่างตระการตา
(หนุมานกำลังสู้รบกับ "บักแก้ว" ขณะที่ "บักป่อง" เตรียมวิ่งหนี) ผมยังไม่คิดที่จะกลับบ้าน ...
มองไกลฝ่าความมืดไปด้านหน้า มองเห็นจอหนังเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางลานโล่ง ขณะที่มุมหนึ่งก็มีจอหนังขนาดกลางตระหง่านเด่นอยู่อหังการ์
ผมไม่ลังเลที่จะเกี่ยวก้อยพาเจ้าจุกดุ่มเดินไปยังหนังจอเล็ก และทิ้งกายทรุดนั่งบนสื่อผืนเล็กที่นิสิตได้เชื้อเชิญ ไม่นานนักน้องดินก็วิ่งฝ่าความมืดมาสมทบอีกคน เราสามพ่อลูกและคนของความรักนั่งเคียงชิดกลางลานโล่งที่ไม่ร้างสายลมหนาว
ไม่นานนักตัวละครก็กรีดกรายออกมาทักทายผู้ชม ... ครั้งนี้เล่นเรื่องรามเกียรติ์ แต่ผมไม่แน่ใจว่ากำลังเล่นตอนอะไร และถ้าเข้าใจไม่ผิดอาจจะเป็นตอนไมยราพสะกดทัพก็เป็นได้
ลูกชายสุดที่รักทั้งสองไม่เคยดูหนังประโมทัยมาก่อนในชีวิต น้องดินดูจะใจจดใจจ่อกับท้องเรื่องเป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้าจุกดูจะไม่ใคร่สนใจเท่าที่ควร ซ้ำร้ายยังบังคับให้ลูกน้องผมพาไปดูจอใหญ่ที่กำลังฉายเรื่อง “คู่แรด”
เด็กสองคนรักและสนใจอะไรต่ออะไรต่างกันอย่างเห็นได้ชัด น้องดินซึ่งมีใบหน้าคล้ายคนเมืองสนใจเรื่องในแนว “พื้นเมือง” หรือ “ท้องถิ่น ๆ” ขณะที่เจ้าจุกผู้ซึ่งมีรูปหน้าคล้าย “นักเลงทุ่ง” กลับสนใจความศิวิไลซ์อย่างน่าฉงน !
ผมและน้องดินนั่งหัวเราะกันอย่างไม่เกรงว่าคนรอบข้างจะรำคาญ ขณะที่คนรอบข้างก็ตกอยู่ในภวังค์เดียวกันคือแจ่มชื่นด้วยเสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเอง
(ผู้ชมน้อยนิด.. บางคนกำลัง "สั่นสาดเมือบ้าน")
ลานโล่งอันกว้างใหญ่ - ลมหนาวกรีดกรายมาอย่างไม่ขาดห้วง ฟ้าโปร่งมีดาวกะพริบหลากดวง .... ผมอดที่จะหวนคิดถึงห้วงวัยอันไกลโพ้นในอดีตไม่ได้ ท่ามกลางลมหนาวที่แสนหนาวนั้น ผมเคยได้มีโอกาสนั่งตักแม่อยู่บนเสื่อผืนเล็ก ๆ เพื่อเพ่งดูหนังประโมทัย ... พอพ้นห้วงวัยหนึ่งก็เป็นหมอลำและผ่านเลยมาเป็น “หนังกลางแปลง..”
และบ่อยครั้ง ผมก็จำไม่ได้ว่าหลับไปในอกอุ่นของแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงราวบันไดบ้านโน่นเลย
ก่อนลาจากปัจจุบันของค่ำคืน - ผมถอยออกมายืนดูการเชิดหนังในระยะห่าง ๆ ... พบพานความเวิ้งว้างอันมโหฬาร นิสิตจำนวนน้อยนิดนั่งดูชมอย่างมีความสุข และอีกน้อยนิดลุกขึ้นฟ้อน (มั่วหน้าฮ้าน) อย่างสมถะ ขณะที่อีกมุมหนึ่งกลับอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่จดจ้องภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ตัวละครจากโลกตะวันตกกำลังแสดงบทบาทแห่งการไล่ล่าอย่างระห่ำ ....
(บักป่อง - เท็จทูลเรื่องราวความพ่ายแพ้แก่พญายักษ์ลงกา)
ผมมีความสุขอย่างมาก และดูเหมือนว่าบรรยากาศอันรื่นรมย์แห่งค่ำคืนนี้จะเคี่ยวขับความเหนื่อยล้าที่ฝังลึกในตัวผมออกมาได้เป็นอย่างดียิ่ง
ผมให้สัญญากับตัวเองว่า ต้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ผมจะนำกิจกรรมแห่งวัฒนธรรมนี้กลับมาอีกครั้ง ...
ผมตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะให้ทุกบ่ายวันพุธ (จนถึงเย็นย่ำ) มีเวทีอันเสรีให้นิสิตได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ หลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยมีบ้างเหมือนกัน แต่ที่สุดแล้วก็หายเงียบไปในราว ๆ ร่วม 6 ปีเห็นจะได้ และล่าสุดเมื่อวานนี้เอง ผมก็เพิ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งไปคิดสร้าง เวทีทางวัฒนธรรมในทำนองนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
นี่คือความสุขเล็ก ๆ ในความเป็นปัจจุบัน ซึ่งชักพาให้ผมได้หวนกลับไปสัมผัสกับความสุขในอดีตกาลอันแสนงามกลางสายลมหนาวของชีวิต .... -

(หนังจอใหญ่ฉายอยู่บริเวณข้างเคียง - เต็มแน่นด้วยผู้คน)
๙ พ.ย.
ลานโล่งในมหาวิทยาลัย..
สายลมหนาวกรีดกรายอยู่เป็นระยะ
บรรยากาศดีน่ะ ที่สุรินทร์ก็เคยได้ดู เหมือนกัน แต่หายากมากเลย ศิลปินก็อายุมากแล้วด้วย ที่นี่เป็น หนัง
โปรโมทัย พากย์เขมรปนไทย ถ้าฟังออกเนี่ยจะฮากว่านี้ และตามมุขทัน
ปล. ช่วงนี้ มี อาจารย์รัศมี เผ่าเหลืองทอง มาจัดกิจกรรมที่สารคาม ค่ายการเขียน ละคร หลายอย่าง
เห็นว่า มีนักเขียนไปร่วมค่ายมากมาย กิจกรรมนี้ต่อเนื่องอยู่ 4 เดือนแน่ะ.....ตอนแรกว่าจะติดต่อ ทางคุณแผ่นดิน เรื่อง นักศึกษา แต่ตอนนี้ เขาได้ครบแล้ว จัดที่ ม.ราชภัฎมหาสารคาม แต่พี่ไม่ได้ไปหรอก ส่งแฟนไปน่ะ...ไปทำสารคดี
สวัสดีค่ะน้องชาย....
คิดถึงมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
ทำไมภาคอีสานมีหนังตะลุง(ใช่ไหม) ไม่เคยดูเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้ง ท่าทางน่าสนุก คนเชิดคงเก่งมาก เล่นจนคนติดใจ ศิลปะนี้มีมนต์เสน่ห์เสมอ ผู้ใดสัมผัสจะต้องติดใจ
ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังค่ะ
สวัสดีค่ะ
sasinanda
ได้ยินมาว่า
หนังตะลุง, ลำตัด, เพลงฉ่อย และต่อมาก็ลิเก ต่างต้องหวงลูกเล่น หวงกลเม็ดเด็ดพราย รวมทั้งหวงตัวพระตัวนาง เลยทำให้ไม่มีการพัฒนาจนแพร่หลาย จริงไหมคะ
แต่ในอีกมุมหนึ่ง บางอย่างก็สมควรจะหวงนะคะ
เพราะการกระจายความรู้โดยไม่เลือก ย่อมกระทบต่อโครงสร้างสังคมทั้งหมด
คนไทยปัจจุบันจึงหวงวิชากว่าคนไทยในอดีต
และปัจจุบัน ฝรั่งหวงวิชากว่าไทย เพราะฝรั่งมีวิชาที่ต้องหวงมากกว่าไทยเสียอีก และนั่นคือวิชาที่เป็นสินค้าขายดีทำเงิน
คุณพนัสมีความเห็นว่า อย่างไรคะ
เมื่อหลายปีก่อน เคยจ้างมาแสดงในวัด เพื่ออนุรักษหนังตะลุง ตัวเองก็ชอบดูด้วย โดนจนได้ คนสมัยใหม่พูดว่า. เจ้าภาพงานขี้เหนียว อิอิ
สวัสดีครับ พี่หน่อย
.
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ ครูอ้อย
สวัสดีครับ ป้าแดง
สวัสดีครับ
หนังประโมทัย... บางคนก็เรียก "ตะลุงอีสาน" เหมือนกัน เรื่องราวที่นำมาเล่นในท้องเรื่องก็มีที่มาที่ไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่มาจากวรรณคดี นิทาน ฯลฯ
ทุกวันนี้แถวอีสานก็หาดูยากเหมือนกัน รวมถึงค่านิยมของผู้คนก็ดูจะเลือนลางไปกับศิลปะแขนงนี้ ส่วนการแสดงหมอลำนั้นยังถือว่าครองใจคนอีสานอยู่อย่างลึกซึ้ง ทั้งหมอลำซิ่ง - หมอลำเพลิน ฯลฯ....
แต่เหนือสิ่งอื่นใด, ศิลปะการแสดงทุกแขนงมีคุณค่าในตัวของมันเอง และเป็นผลิตผลการสร้างสรรค์จากมันสมองอันละเอียดอ่อนของมนุษย์ ....
เสียดายก้แต่ผมไม่สันทัดในทางศิลปะแขนงใด ๆ เลย.. เป็นได้ก็แต่ผู้เสพเท่านั้น
น้องออต ..คับ
อ้ายกะบ่อู้คือกันว่าสิมีหนังตะลุงอีสาน ...
เพิ่นบ่บอกบ่กล่าว... ไปฮอดกะเห็น กะเลยนั่งม่วนบักขนาดเลย -
เพิ่น บ่ ได้จ้างคณะใด๋มาเล่นดอก ... เป็นการแสดงของนิสิตมหาวิทยาลัยของอ้ายนี่แหละ ...
สวัสดีครับ พี่ศศินันท์
อ.ย่ามแดง...
เ