สวัสดีครับ พี่ศศินันท์

P

ในอดีตคนไทยหวงวิชาในหลาย ๆ อย่าง  และบางสิ่งบางอย่างจึงตายตกไปกับการไม่มีคนสืบทอด   รวมถึงไม่สามารถสืบค้นต่อยอดได้อย่างที่ควรจะเป็น  และนั่นคือปรากฏการณ์จริงที่พบเห็นมายาวนาน  
แต่สำหรับเรื่องราวการแสดงศิลปะแขนงต่าง ๆ นั้น  ผมเข้าใจว่าส่วนหนึ่งทัดทานกับกระแสนิยมใหม่ ๆ ไม่ได้  ผู้คนเลือกที่จะเสพวัฒนธรรม หรือสื่อที่เร้าใจ  มากกว่าวัฒนธรรมอันลุ่มลึกของชาติ
ประการสำคัญก็คือ   การขาดคนที่จะสืบทอดอย่างจริงจัง   เพราะผมเชื่อว่าทุกวันนี้   มรดกวัฒนธรรมดังกล่าวกำลังประสบชะตากรรมด้านการสืบทอด   ไม่ค่อยมีคน "ใจถึง"  และ "รักจริง"  ในการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การคงอยู่และยังชีพ  ยิ่งมาเจอกับรสนิยมที่ทนสมัยตามสมัยนิยมก็ยิ่งถอดใจไปโดยปริยาย ...
....
กรณีเรื่องหวงวิชาของฝรั่งนั้น .. อันที่จริงผมไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องพรรค์นี้นัก   แต่ก็เชื่อว่า  วิถีคิดเช่นนี้เป็นรูปธรรมมาก  คนไทยเองด้อยในเรื่องลิขสิทธิ์ทางภูมิปัญญา  หลายต่อหลายอย่างถูกถอดแบบ และลอกแบบไปเป็นฝรั่งจำนวนมาก   ซึ่งล้วนก่อเกิดประโยชน์ในด้านการเงินการทองอย่างมหาศาล   และผมคิดว่า  ผมเองก็ควรที่จะเรียนรู้ภาวะเช่นนั้นจากฝรั่งเสียบ้าง   จะได้ดูแล ปกป้องมรดกของตนเอง  หรือแม้แต่การพัฒนามรดกเหล่านั้นให้เข้มแข็ง  ยั่งยืน  มีราคา  และนำไปสู่การเป็นต้นทุนให้สังคมได้รับการพัฒนาทั้งคนและชาติของตนเอง
....
ขอบพระคุณครับ