วันที่ 8 พฤศจิกายน 2550
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี วันหยุดประจำชาติของสิงคโปร์ เนื่องจากวันนี้เป็นวันฉลองเทศกาล Deepavali ของชาวอินเดียฮินดู ส่วนการเรียนต่อของผมก็กำลังจะจบลงในอีก 5 วันนี้แล้ว ซึ่งจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่มีค่ากับผมมาก เพราะมีงานเลี้ยงมากมาย ฮา แต่จะว่าไป ผมก็เริ่มฉลองมาราวเดือนหนึ่งแล้วล่ะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> เช้านี้ผมต้องฝ่าสายฝน (ไปขึ้นรถเมล์) ไปโรงพยาบาลกับพี่พิชัยตั้งแต่เช้าเชียวครับ สัปดาห์นี้ฝนตกตอนเช้าแทบทุกวัน วันนี้ต้องขึ้นรถเมล์ไปเนื่องจากเม็ดหนาเหลือเกิน และเนื่องจากอาร์เธออยู่เวรวันนี้ ผมกับพี่พิชัยจึงต้องมา round ในวันหยุด ต้องทำงานในวันหยุด แต่ถือซะว่าบ้านเราไม่หยุดซะก็หมดเรื่องนะ ที่สิงคโปร์นี่นานๆเขาจะหยุดสักครั้ง ต่างจากบ้านเราที่หยุดกันสะบั้นหั่นแหลก ดังนั้นเมื่อถึงวันหยุดครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่อยากจะมาทำงานกันเลย และก็นั่นแหละกว่าเสร็จก็ปาเข้าไป 10 โมง เราจึงได้เดินกลับกัน ฝ่าฝูงชนชาวอินเดียและกองขยะที่ผ่านการฉลองกันอย่างหนักหน่วงเมื่อคืน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เวลา 11.30 น.วันนี้ผมมีนัดกับพี่การ์ตูนเพื่อที่จะไปเลี้ยงส่งผม (อีกแล้ว..ฮา ชอบจัง) ผมพาพี่พิชัยไปให้รู้จักกัน พี่การ์ตูนพาเราไปกินที่โกลเด้นไมล์ ลิตเติ้ลไทยของผม วันนี้ผมสั่งส้มตำปูปลาร้าซึ่งตรงใจพี่การ์ตูนเต็มๆ เรียกว่ารสนิยมไปด้วยกันได้เชียว หมูย่างมะนาว ยำวุ้นเส้นและแกงเขียวหวานเนื้อ นี่ก็สุดโปรดของผมนะ บอกตรงๆว่า ตั้งแต่มากินที่โกลเด้นไมล์นี่ ครั้งนี้ถือว่าถูกปากที่สุด เพราะผมชอบส้มตำปลาร้ามากๆ กลิ่นมันเร้าใจจริงๆ รสเผ็ดถึงกึ๋น มีปลาร้านอนจมกองมะละกอมา 1 ตัว ผมสังเกตว่าหากส้มตำตำกับพริกแห้งนี่ รสชาติจะอร่อยกว่าใส่พริกสดครับ ส่วนหมูย่างมะนาวก็นุ่มเหลือเกิน ติดมันมานิดหน่อย อีกทั้งแกงเขียวหวานเนื้อนี่ต้องบอกว่าแจ่ม เพราะผมนั้นชอบเนื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอน้ำกะทิข้นๆนี่เข้า พุงแทบแตกเลยครับเที่ยงนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> หลังจากขอบคุณเจ้าภาพเราก็แยกย้ายกัน ผมกับพี่พิชัยก็เดินกลับบ้านเช่นเคยเพื่อย่อยอาหารและชมเมือง อากาศกำลังดีเพราะฝนตกบ้างพอให้อากาศชื้นๆไม่ร้อนจัด น่าแปลกใจที่คนน้อยกว่าที่คิดแฮะ รถก็ไม่มาก ผมคุยกับพี่พิชัยว่าสงสัยเขาฉลองกันเมื่อคืน แล้ววันนี้เป็นวันพักผ่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กลับถึงบ้านผมก็เปิดคอมพิวเตอร์ เปิด MSN เพื่อติดต่อกับน้องมะนาว นักวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยระบาดวิทยาของคณะผมที่หาดใหญ่นู่น เนื่องจากผมส่งข้อมูลไปให้รัศมีช่วยวิเคราะห์ แต่พอดีหมีไม่ว่างเลยขอความช่วยเหลือจากน้องมะนาวอีกทอดหนึ่ง งานนี้เราสื่อสารกันด้วย MSN ผมต้องการอะไรก็บอกไป น้องก็ทำให้อย่างรวดเร็ว กว่าจะเลิกติดต่อกันก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมงของผม ก็นั่นมัน 5 โมงที่บ้านเขาแล้วนี่นา ยังมีบางส่วนที่ต้องทำเพิ่มเติมอีก ต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้าซึ่งผมน่าจะว่าง (มั้ง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ระหว่างที่ผมนั่งเฝ้าจออยู่นั้น พี่พิชัยก็หายไปเป็นชั่วโมง พี่ออกไปวิ่งรีดเหงื่อ ได้ข่าวว่าออกไปตามคลอง Rochor เลยไปจนถึงชิงช้าสวรรค์ Marina Bay นู่น ไปได้ไกลจริงๆ สงสัยท่าจะไปลงแข่งมินิมาราทอนได้แล้ว แต่เมื่อกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็ชวนไปหาของใส่พุงอีกรอบ ผมปิ๊งไอเดียเก๋ขึ้นมา เพราะอ่านหนังสือเจอว่า แหล่งอาหารที่น่าไปลองอยู่ที่ Lau Pa Sat ซึ่งมีอาหารหลายประเภทมาก เราต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Raffle แล้วออกเดินไปตามทาง เขามีป้ายบอกทางไปตลอดเลยครับ ไม่น่าเชื่อ (เชื่อเถอะ) ประมาณเกือบ 10 นาทีก็ถึงที่กิน ซึ่งที่นี่เป็นอาคารที่มีโครงสร้างสวยงามมาก โครงเหล็กและปูนเข้าโค้งสวยงาม ต้องลองครับต้องลอง อาหารมีให้เลือกมากมายหลายร้าน จีน มาเลย์ เกหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง ทะเล เหลือที่จะจำ ผมเลือกจนเหนื่อยก็ยังไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี มาจบลงที่ซุปกิมจิกับข้าวสวยเห็นคนเขากินกันหลายโต๊ะ แต่โอย ไม่ได้เรื่องครับเหมือนกินซุปเปรี้ยวๆที่ไม่มีรสชาติอื่นเลย ผมทำอร่อยกว่าเยอะครับขอบอก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กินกันเสร็จเราก็ตกลงกันว่าเดินเล่นกันดีกว่า อากาศเวลา 2 ทุ่มที่นี่สบายมาก ไม่มีคนในท้องถนน นี่อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่แถวๆย่านตึกบริษัทสูงๆ ไม่ใช่ย่านชิปปิ้งก็ได้นะ เราออกเดินจากถนน Cross road ตรงขึ้นเหนือไป ตามแผนที่บอกว่าเราจะไปออกถนน South Bridge ซึ่งแถบนั้นคุ้นตาปลาผมแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> อากาศดีจริงๆครับ ผมพาพี่พิชัยข้ามถนนแล้วเข้าไปยัง Far East Square โอ้โห เงียบจนเกือบร้าง ร้านรวงปิดสนิท เปิดเป็นบางร้านเท่านั้น และก็ไม่ค่อยมีคนด้วย สงสัยว่าน่าจะเป็นเพราะวันหยุดเป็นแน่เลย แล้วก็พาพี่พิชัยไปดูร้านขนมปังกาแฟเลื่องชื่อ Ya Kun Kaya Toast แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน South Bridge แนะนำร้านเบียร์แสนอร่อยแล้วก็กลับมาขึ้นรถบัสกันที่หน้าห้าง Central ที่ Clarke Quay <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เรื่องน่าตลกเกิดขึ้นขณะที่รอรถ มีเด็กสาวคนหนึ่งถูกเพื่อนๆใช้ให้เดินมาหาผมกับพี่พิชัย เธอถามเป็นภาษาจีนออกมา ผมบอกว่าฟังไม่รู้เรื่อง เธอจึงถามเป็นภาษาอังกฤษว่า แถวนี้มีผับไหม จะไปกินเบียร์ ผมเลยแนะนำไปที่ Clarke Quay และ Boat Quay ว่าให้เลือกดู แต่หยอดไปว่า ที่ Brewertz น่าสนใจมาก แล้วผมก็ชี้ทางไป มานึกเสียดายว่า แหม น่าจะพาไปกินด้วยกันซะเลย แต่นั่นแหละมันก็ดูกระไรๆอยู่..ฮา ล้อเล่นนนนน
สวัสดีค่ะ
เข้ามานับถอยหลังด้วยอีกคนครับ
วันนี้ก็เป็นวันเที่ยว กิน ของผมด้วยครับ อิ่มมากๆครับ
อาหารจานโปรดเหมือนกันค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์หญ้าบัว
ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว
เมื่อคืนโทรคุยกับลูกสาวคนเล็ก เธอดีใจจนร้องออกมาดังว่า อี๊ๆๆๆๆ คือว่า เธอยังอุทานไม่เป็นน่ะครับ ฮา
คุณเอกครับ
อาหารการกินบ้านเราอุดมสมบูรณ์และรสชาติดีกว่ามาก ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะว่าเครื่องเทศเรามีมาก ราคาถูก ถึงกึ๋นครับ
เผ็ดก็คือเผ็ด หอมก็คือหอม เปรี้ยวก็ถึงมะนาว
บ้านเราดีจริงๆ
คุณศศินันท์ครับ
ยำวุ้นเส้นจานนี้น่ากินนัก แต่ถ้าเป็นผมทำ วุ้นเส้นจะชุ่มน้ำมะนาวและน้ำปลาเลยครับ กินทีนึงน่าจะความดันกระฉูด ฮ่า ฮ่า
ถึงว่าเมื่อวานตลาดหุ้นสิงคโปร์ เลยไม่ได้จมกองเลือดด้วยเลย มานับถอยหลังกับคูณหมอด้วยคนค่ะ เพราะโอ๋ก็นับถอยหลังที่จะไปหาดใหญ่เช่นกัน....นี่ก็เหลือเวลาอีก 7วันค่ะ
สวัสดีคับคุณโอ๋
เล่นหุ้นด้วยเหรอครับเนี่ย ฮ่า ฮ่า ไม่เห็นเมียผมบ่นเรื่องจมกองเลือดอย่างที่ว่าเลยครับ
คุณโอ๋อยู่ที่ไหนครับ เป็นคนหาดใหญ่เหรอ
โอ๋อยู่กรุงเทพค่ะ แต่จะไปงานแต่งงานญาติที่หาดใหญ่ แต่ถึงม่ไช่คนใต้โดยตรง แต่ก็ไปอยู่หลายปีเหมือนกันสมัยที่ไปเรียนอยู่ที่ มอ. ค่ะ
สวัสดีครับพี่ไมโต๊ะคุง
อันที่จริงผมไม่เคยจะรู้สึกว่าต้มยำกุ้งหรือผัดไทยเป็นอาหารประจำชาติเราเลยครับ
มันน่าจะเป็นส้มตำมากกว่า เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหนในประเทศไทย เราสามารถหากินได้ทุกที แม้ตามริมทางหรือห้างหรูๆ (ที่ราคาแพง แต่รสชาติไม่มีไก๊)
คุณโอ๋ครับ
นี่ขนาดไปหาดใหญ่แค่แป๊บนึง ต้องนับถอยหลังด้วยเหรอเนี่ย ฮ่า ฮ่า
สวัสดีค่ะคุณหมอธนพันธ์
บันทึกนับถอยหลังของคุณหมออ่านเพลินทุกบันทึกเลยนะคะ ดิฉันเห็นเรื่องรับประทานก็เลยตรงดิ่งเข้ามา อ่านแล้วก็อร่อยแบบไม่ผิดหวัง
....คือจะว่าไปแล้วคุณหมอสามารถเล่าเรื่องอาหารให้อ่านแล้วอร่อยได้ทุกครั้ง... เป็นพรสวรรค์ในการพรรณนาเฉพาะตัวจริงๆอะค่ะ : )
ขอแสดงความยินดีที่ใกล้จะได้กลับบ้านแล้วนะคะ สองสาวน้อยๆของคุณพ่อ น้องแป้ง น้องจ้า คงดีใจน่าดูเลยค่ะ : )
สวัสดีครับอาจารย์ sea anemone
เรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญครับ สิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็กมากๆ ไปไหนไกลๆก็ออกทะเลแล้ว ดังนั้นเรื่องกินจึงเป็นเรื่องใหญ่ของคนที่นี่ และรวมถึงผมด้วยครับ
แต่จะว่าไป ของกินเมืองนครนี่สุดยอดกว่าที่ไหนเลยนะครับ
แกงไตปลากระดี่ ขมนิดๆแต่อร่อยอย่าบอกใคร
กุ้งส้ม หอยส้ม ผมมาได้กินก็เพราะเมียชอบมากนี่แหละ
ปลาช่อนแดดเดียวริมถนนร่อนพิบูลย์เข้าเมือง
แกงสมรม ที่กินกี่ทีกี่ที พุงผมแทบแแตกทุกครั้งสิน่า
ขนมจีน ไม่อยากบรรยายครับ พ่อตาแม่ยายไปหาทีไร ต้องซื้อขนมจีนไปฝากทีละ 5 กิโลทุกครั้งครับ
ฯลฯ แปลว่า ยังมีอีกมั่กๆ