ขอเล่าต่อจากเมื่อวานก็แล้วกันนะครับ กำลังเขียนๆอยู่นึกถึงเรื่องคนแก่หย่ากันเลยเฉไฉไปโน่น
ทุเรียนกับมังคุดเป็นคู่สามีภรรยากัน หลังจากแต่งงานกัน 4-5 ปี มังคุดก็ให้กำเนิดโซ่ทองมาสองเส้นคือ ลิ้นจี่กับลำไย ทุเรียนเกิดไปติดนักร้องไม่เอาใจใส่ดูแลบุตรและภรรยา จนมังคุดทนไม่ได้ในที่สุดก็ตกลงแยกทางกัน โดยทุเรียนประสงค์จะเอาลิ้นจี่กับลำไยไปเลี้ยงดูเอง มังคุดจะเอาบุตรไปก็ไม่ยอม ฝ่ายมังคุดก็เห็นว่าทุเรียนเป็นคนมีฐานะ ทั้งมะเฟืองและมะไฟปู่ย่าของเด็กก็มีฐานะดี ถ้าเด็กอยู่กับครอบครัวของทุเรียนเด็กจะมีโอกาสกว่า จึงยอมไปจดทะเบียนหย่า และตกลงให้ทุเรียนเป็นผู้ปกครองของบุตรผู้เยาว์ ส่วนตนเองหลังจากหย่าขาดจากกันก็ไปรับจ้างซักรีดเสื้อผ้ามีรายได้พอกินพอใช้ไปวันๆ
อยู่มาไม่นานลูก 2 คนก็หนีทุเรียนมาอยู่กับมังคุดเพราะทุเรียนไม่ได้เอาใจใส่ ดูแลเลย ลูกทั้งสองคนรู้ว่าพ่อไปติดนักร้อง แต่ละวันแทบจะไม่เจอหน้ากันเลยพ่อกลับมาก็ต่อเมื่อลูกหลับแล้ว บางวันก็ไม่กลับ หรือถ้ากลับมานอนบ้านลูกตื่นไปโรงเรียน พ่อก็ยังไม่ตื่น แทบจะไม่ได้คุยกันเลย เงินที่ลูกจะไปโรงเรียนก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ เมื่อลูกทนไม่ได้ต้องหนีไปอยู่กับแม่ ก็ทำให้แม่มีภาระหนักขึ้น ไหนจะค่าเล่าเรียนลูกไหนจะค่าเสื้อผ้า ไหนจะค่าหนังสือ และอีกหลายไหน…แฮ่…ในฐานะที่เป็นแม่ของลูกและต้องรับผิดชอบ ดังนี้เห็นว่าตนไม่ควรจะต้องรับภาระฝ่ายเดียวและเงินที่ตนได้อุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ได้ใข้จ่ายไปแล้วเป็นหน้าที่ของสามีที่ต้องจ่าย เมื่อทวงแล้วไม่จ่ายก็ต้องเห็นดีกัน มังคุดก็เลยให้ทนายยื่นฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากทุเรียน
ทุเรียนมีเพื่อนรักเป็นทนายฝีมือฉกาจ เห็นสำเนาคำฟ้องแล้วยิ้มแฉ่ง เพราะจากหลักฐานที่ปรากฏในทะเบียนหย่าคือทุเรียนเป็นผู้ปกครอง เมื่อทุเรียนเป็นผู้ปกครองแล้วมังคุดจะมาฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้อย่างไร เพราะมังคุดไม่ใช่ผู้ปกครองบุตร และแล้วก็เป็นไปตามที่คาด ศาลฎีกาได้พิพากษาว่า
“การที่บิดามารดาหย่ากันเอง และตกลงให้บิดาเป็นผู้ปกครองบุตรผู้เยาว์นั้น ตามปกติบิดาย่อมเป็นผู้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรตามควรแก่กรณี หากบิดาละเลยหรือประพฤติมิชอบให้เห็นว่าไม่สมควรแก่หน้าที่ จนบุตรนั้นหนีมาอยู่กับมารดาเป็นเหตุให้มารดาต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูไปก็ดี มารดาก็ไม่มีอำนาจฟ้อง”
เห็นไหมครับ การผลีผลามฟ้องคดีโดยไม่ศึกษาอำนาจของตัวเองว่ามีมากน้อยขนาดไหนย่อมส่งผลร้ายเช่นคดีนี้ กรณีนี้มังคุดต้องรู้แล้วนะครับว่า ได้ตกลงให้อำนาจปกครองตกอยู่กับทุเรียนแล้ว มังคุดจึงไม่มีอำนาจปกครองบุตร จะทำอะไรแทนบุตรโดยที่ตนไม่มีอำนาจไม่ได้ ความจริงในเรื่องนี้ ศาลก็ยังแบไต๋ให้ทราบด้วยว่า
“มารดาไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินนั้นจากบิดาได้ จนกว่าจะได้ร้องขอต่อศาลให้ถอนบิดาจากการเป็นผู้ปกครอง โดยขอตั้งตนเป็นผู้ปกครองเสียก่อน แล้วจึงใช้สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากบิดา”
เรามาดูข้อกฎหมาย กันสักนิดนะครับ ในเรื่องการอุปการะเลี้ยงดูลูก ตามกฎหมายเขาเขียนไว้ว่า
“บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” ไม่ใช่ให้ไปทิ้งไปขว้างตามสถานสงเคราะห์คนชรา เพราะเหตุผลว่าที่บ้านไม่ว่างกันเลย แล้วตอนเราเกิดทำไมท่านรู้จักการใช้เวลาเลี้ยงเราจนรอดชีวิตมาล่ะ
“บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์”
“บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เฉพาะผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้”
เห็นไหมครับกฎหมายบอกชัดให้พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูกอย่างไร แถมตอนนี้ยังมีกฎหมายคุ้มครองเด็กอีกฉบับหนึ่งที่มาคอยกำกับดูแลการเลี้ยงลูกว่าต้องดูแลลูกอย่างไรอีก
ในเรื่องของการตกลงกันในเรื่องของการใช้อำนาจปกครอง เมื่อหย่ากันด้วยความยินยอม กฎหมายเขาก็บอกว่า
“ในกรณีหย่าโดยความยินยอม ให้สามีภริยาทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรตนได้ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด”
“ถ้าปรากฏว่าผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามมาตรา 1520 (มาตราข้างบนนี้แหละครับ) ประพฤติตนไม่สมควรหรือภายหลังพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลมีอำนาจสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองโดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ”
กรณีตัวอย่างที่ผมยกเรื่องของทุเรียนและมังคุด ดังกล่าวข้างต้นนี้ เมื่อได้ความว่าทุเรียนไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองอีกต่อไป ก่อนที่มังคุดจะฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร มังคุดจะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นก่อนว่าทุเรียนใช้ไม่ได้จริง เป็นคนไม่รับผิดชอบต่อลูก เพื่อให้ศาลพิพากษาให้มังคุดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองคนก่อน หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งแล้วนั่นแหละ ถึงลับหมัดลับศอกให้ดี คราวนี้ขึ้นศาลเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรอีกครั้ง มังคุดก็จะเป็นฝ่ายหัวเราะให้ฟันหักได้แล้ว เอิ้ก เอิ้ก....
เป็นไงครับ พอจะแจ่มแจ้งแดงแจ๋หรือยัง ศึกษาทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้เอาไว้ประดับความรู้นะครับ แล้วก็ภาวนาว่าอย่าให้ครอบครัวของเราเกิดความแตกแยกกันให้ต้องไปฟ้องศาลเลย สงสารความรู้สึกของลูกเถอะครับ…!!!
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
ชีวิตช่างมีหลายขั้นตอนเหลือเกินครับ ดีที่สุดคือข้างหนึ่งร้อนอีกข้างต้องเย็น ถึงจะอยู่กันยืดครับ และไม่รกศาลด้วยครับ
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ อ.ขจิต
การไกล่เกลี่ยไม่ให้คู่สมรสหย่ากัน มันก็ทำได้แต่มันต้องแล้วแต่สถานการณ์ ถ้าผู้ชายไปมีเมียน้อย กลับมาบ้านหาเรื่องซ้อมเมียทุกวัน ยังจะไกล่เกลี่ยให้เขาดีกันไหม หรือควรจะให้เขาหย่าเพื่อป้องกันสวัดิภาพของฝ่ายหญิง
แต่ถ้าผู้ชายไปมีเมียน้อย แต่ยอมรับผิด ไม่สร้างความรุนแรงในครอบครัว อย่างนี้อาจจะไกล่เกลี่ยให้คืนดีกัน แต่บางครั้งเราไปตัดสินใจแทนคู่สมรสเขาไม่ได้หรอก แต่ผมจะแอบถามทั้งสองฝ่าย(ทีละฝ่าย)ว่ายังรักฝ่ายโน้นอยู่หรือเปล่า ถ้าเขาเลิกพฤติกรรมอย่างที่เป็นอยู่ ยังอยากจะอยู่กับเขาไหม ถ้าคำตอบว่าใช่ รับรองว่า ร้อยทั้งร้อย ผมประนีประนอมได้ ครับ วันหลังจะเล่าให้ฟังเรื่องการประนีประนอม เอ๊ะ แล้วมันต่างกับการไกล่เกลี่ยอย่างไร ทางเลือกของคู่กรณีจะระงับข้อพิพาทมีกี่ทาง...โอ๊ย...มีเรื่องเขียนเยอะอแยะอีกแล้ว
สงสัยต้องอาศัยอ.ขจิตมาแหย่เรื่อยๆ ต่อมมันถึงจะแตก ฮา...
สวัสดีครับท่านนายช่างใหญ่
ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ เขาถึงบอกว่าก่อนแต่งให้เปิดหูทั้งสองข้าง เปิดตาทั้งสองข้าง พอแต่งแล้วให้ปิดอย่างละข้าง แต่ที่ผ่านมาเวลาบทอยากจะแต่งมันหลับหูหลับตาแต่ง พอแต่งเสร็จมันก็เปิดตาทั้งสองข้าง (อยากจะรู้นักว่ามันไปไหน บ้านเมียน้อยมันอยู่ไหน มันซุกอะไรไว้ตรงไหนบ้าง) เปิดหูทั้งสองข้าง (ใครนินทาสามีให้ฟังชอบ....ใครบอกใครเล่าสามีไปกินข้าวกับผู้หญิงที่ไหน ร้านไหน..ชอบ....) แถมยังเปิดปากด้วย ฮิฮิ
คนโบราณจึงสอนคู่สมรสว่า "เย็นเหมือนฟัก หนักเหมือนหิน" ไงละครับ
สวัสดีครับ
เคยมีพรรคพวกมาปรึกษาผมเรื่องหย่าอยู่สองครั้ง ผมแนะนำให้คุยกับเพื่อนที่เป็นทนาย รายแรก บอกว่าช่วงนี้แยกกันอยู่ จะฟ้องหย่า เนื้อความตามกฎหมายไปพอสมควร ก็หายพักหนึ่ง เจออีกที บอกว่าตอนนี้ท้อง เอ ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วท้องได้ยังไง
อีกราย ร้องห่มร้องไห้ สามีกินเหล้ากลับดึกดื่น ติดนักร้อง เห็นคาตา เอ้า แนะนำไปคุยกับทนาย แถมซื้อประมวลแพ่งฯ อ่านอีกต่างหาก ครึ่งปีผ่านไป บอกว่าไปโรงพยาบาลอยากได้ลูก ...อ้าว
วันก่อนผมดูหนังฝรั่ง (พากย์ไทย) ทนายโวยวายในศาล ผู้พิพากษาบอกเจ้าหน้าที่ว่า "จ่าศาล พาเขาออกไป" เลยงงๆ ว่า ตกลง จ่าศาล ทำหน้าที่อะไรครับ
ท่านครับ เวลาตั้งชื่อนี้กรุณาดูความเหมาะสมด้วยครับ เพราะว่าสามีชื่อทุเรียน ฟังแล้วน่ากลัว ดุดันเกินไปครับ
น่าจะเป็นแตงไทย แตงกวา มะเขือยาว ฯลฯ
ฮาาาา
เดี๋ยวนี้เขาไม่มีจ่าศาลแล้วครับ เขาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานศาลยุติธรรมจังหวัด ครับ พูดง่ายๆตำแหน่งจ่าศาลก็คือตำแหน่งหัวหน้าธุรการของศาลนั่นแหละครับ
สวัสดีครับคุณหมอ
มะเขือยาวววก็ยังน่ากลัว เอาเป็นเปลี่ยนจากทุเรียน เป็นมะเขือไข่แพะ แล้วกัน กิ๊ก กิ๊ก
ป้าแดงจะแหย่ผมเรื่องอะไร อ่ะ....
คู่ไหน ที่กำลังคิดหย่า
อ่านเรื่องนี้
หันหน้ามากอดกัน เป็นกันแน่ๆ
เว้นแต่พวกที่จะดื้อดึงหย่า ..จนได้เรื่อง
ให้ท่านอัยเฮ เอามาเขียนนี่ไง
มันส์พะยะค่ะ
สวัสดีครับพ่อครูบา
สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อตามพ่อว่าซะละกระมัง เป็น อัยเฮ ก็เข้าท่าเน๊าะ...อิอิ
มันส์พะยะค่ะ
เหมือนอ่านนิยายเลยแฮะ แต่เป็นหนังชีวิต
^_________^
สวัสดีครับคุณแนน
ตั้งแต่ตามไปชิมเค้กของคุณแนนแล้วยังไม่ได้กินหนมอื่นเลย ฮิฮิ
ตอนนี้ที่เมืองไทยเขาดูกรุงเทพราตรีกัน ผมก็เลยเอามาเขียน แต่ละครจะจบวันจันทร์นี้แล้วครับ ไปอ่านหรือยังครับ