ตอน:ในG2Kมีหน้าที่
ในสนามเรียนรู้ของBlog มีหน้าที่ เมื่อกระบวนการเรียนเดินหน้าไปเรื่อยๆ สิ่งที่โผล่ขึ้นระหว่างทางคือร่องรอยจากการทำหน้าที่ บางทีเราก็ลืมคิดไปว่า ถ้าเอาเครื่องมาตั้งเฉยๆ มันก็กองอยู่ในห้องเฉยๆ ต้องมีช่างเทคนิคไปติดตั้ง นักโปรแกรมเมอร์บริหารระบบที่พร้อมแก้ปัญหาตลอดเวลา ดร.ธวัชชัย ดร.จันทรวรรณ ปิยะวัฒน์ นายสุรกานต์ สามแก้ว(กล้า) หนูมะปรางเปรี้ยว พากันเคี่ยวเข็ญอยู่ตรงนี้
ชาวBlogทั้งหลายอยู่ในฐานะผู้เรียน แต่ละท่านเป็นนักเรียนโข่งมีระดับ ถ้าพิจารณาเรื่องความรู้ความสามารถของทุกท่านแล้ว แหม ปลื้มและยืดเลยนะจะบอกให้ ว่าไม่แพ้กระทรวงใดในประเทศนี้ แถมยังจะแซงหน้านิดๆด้วยซ้ำ เพราะล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ตกผลึกทางความคิด ความรู้ ความสามารถ อณูความรู้ที่มีใจกำกับ โคจรไปหากันทั้งวันทั้งคืน ผลิตหน่ออ่อนความรู้ขึ้นมาในแต่ละคู่สาย เกิดกิจกรรมจัดการความรู้ที่ล้ำลึกและหลากหลาย ฐานแห่งการสร้างสังคมสมานฉันท์และภูมิปัญญาอยู่ตรงนี้ครับ
ต่อไปชุดความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ของชาวBlog จะเป็นตำราที่มีชีวิตชีวา ตอบปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ๆได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเรียนกระแสตรงจนตระหนักรู้ในตัวเอง ไม่ได้ไปจำใครมาพูดมาบรรยาย ถ้าวงการศึกษาไทยเอาวิธีการนี้ไปเสริม การแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมไทยก็จะอยู่ในโลกของความเป็นจริง
ทำไมการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจึงนับวันระบาด และเกิดกลไกซับซ้อนมากขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากระบบราชการนี้เอง ที่ไม่มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาสังคมไทย ไม่สามารถเป็นที่หวังของประชาชนได้อย่างแท้จริง เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในหมู่ชาวบ้าน ข้าราชการไม่ทำตัวบำบัดทุกข์บำรุงสุขอย่างแต่ก่อน ชาวบ้านจึงหันไปพึ่งนักการเมือง ..เอ๊ะ..จริงไหมนะ..
มันต่างกันตรงไหน ระหว่างนักการศึกษาในระบบ กับนักจัดการความรู้สายพันธ์Blog ผมหยิบยกมาให้พิจารณาวิธีคิดและวิธีทำ เพื่อต้องการให้เห็นว่า ถ้าทุกระบบปรับเข้าหากัน คำตอบที่ว่าจะจัดการอย่างไรกับอนาคตไทย มันก็จะไม่อู้อี้อย่างเดี๋ยวนี้ ลองอ่านดูที่ท่านเอกชัยเขียนข้างล่างนะครับ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“การศึกษาไทยกำลังถ่างสองขาระหว่างศึกษาชีวิตจริงกับศึกษาตำรา ต่างฝ่ายต่างก็ว่ากัน สุดท้ายกลัวบรรลัยทั้งคู่ คงต้องอยู่ที่เดินสายกลาง ระหว่างความจริงกับตำรา”</p><p style="text-align: justify">เริ่มๆหัดเขียนใหม่ๆก็สะแหล๊นอยากจะเสนอความรู้โน่นนี่ พอมีบล็อกออกๆไปมันก็สอนเราเองว่า จะต้องทำต้องปรับอย่างไรต่อไป ถ้าเอ็งยังดื้อดึงดันก็ บ่ หันมีใครมาเยี่ยม แถมต้องฝึกจิต สร้างมิตรหมั่นเยี่ยมเยียน ลดความเห็นแก่ตัว ทำแต่เชิงรับอยากให้เขามา แต่ไม่ไปหาเขา มีแต่เศร้าลูกเดียว จะวิชาเกินวิชาการคนก็บ่นปวดกะบาล เอาแต่ด่าๆๆๆๆๆ ก็หามิตรไม่ได้ โรงเรียนนี้คือต้องหัดฝึกจิต หัดสร้างมิตร ทดสอบใจ ผมได้ความรู้มหาศาลจากงานบล็อก</p><p style="text-align: justify"></p>
สวัสดียามเช้าค่ะครูบาฯ
สวัสดีครับพ่อครูบา
ตามมาเก็บความรู้จากข้อคิดดีๆครับ
ข้าราชการไทยเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นจริงๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็วิ่งหานักการเมือง ปล่อยให้เขาสร้างอำนาจมาควบคุม ถ้าเป็นคนดีมาช่วยกำกับดูแลองค์กรก็ดีไป ถ้าเป็นผู้แสวงหาอำนาจแล้วใช้อำนาจตามอำเภอใจมันก็ยุ่ง เพราะ ดุลยพินิจกับอำเภอใจ มันเฉือนกันแค่เส้นยาแดงผ่า ๑๒ ครับ อิอิ
ทุกคนดีใจที่ครูอ้อยมากได้ ไม่ตกรถไฟขบวนสุดท้าย
เอาไปเป็นการบ้านคิดๆๆๆต่อๆๆๆ
ชอบมาก--ดุลยพินิจ กับอำเภอใจ มันเฉือนกันแค่เส้นยาแดงผ่า ๑๒ ครับ อิอิ
ลีลานี้ไม่ธรรมดาแน่นอน..
หาอ่านเอาเองก็แล้วกัน โตๆกันแล้ว อิอิ
เฟืองคำ เจ้า
ขอคาราวะท่านครูบาฯ.