เวลาที่บุตร/หลานของท่านโดนขัดใจ ไม่อยากทำในสิ่งที่ท่านต้องการให้ทำ และคงเป็นภาพที่ผู้ปกครงทุกท่านเคยเห็นคือ พฤติกรรม กรี๊ด ร้องไห้ โวยวาย นอนดิ้นกับพื้น และที่สำคัญบางคนไม่ร้องไห้/กรี๊ด เท่านั้น แต่เด็กบางคนอาจจะมีพฤติกรรมทำร้ายตนเองร่วมด้วย เช่น เมื่อร้องไห้ กรี๊ด ไม่มีคนสนใจ เด็กก็จะเอามือมาทุบหัวตัวเองบ้าง บางคนก็ข่วนหน้าตัวเอง บางคนก็เอาหัวโขกพื้น และอีกสารพัดวิธีเพื่อเรียกร้องความสนใจ เช่น อ้วก
แต่ถ้าเกิดพฤติกรรมต่างๆดังกล่าวแล้ว จะจัดการอย่างไร ผู้เขียนคิดว่าวิธี/เทคนิคที่จะเขียนสรุปให้อ่าน ผู้ปกครองทุกท่านคงเคยใช้วิธีเหล่านี้มาบ้างแล้ว แต่ยังลดพฤติกรรมดังกล่าวของน้องไม่ได้สักที ก็เป็นเพราะความไม่สมำเสมอที่ท่านทำในการปรับพฤติกรรมดังกล่าว ทีนี้มาลองดูเทคนิคที่ผู้เขียนเคยใช้ในการปรับพฤติกรรมลูกศิษย์ของผู้เขียนดูนะคะว่ามีวิธีในการจัดการกับพฤติกรรมดังกล่าวอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับผู้ปกครองก่อนนะคะว่า พฤติกรรมกรี๊ด ร้องไห้ โวยวาย เป็นพฤติกรรมที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในเด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกประเภท โดยเฉพาะเด็กที่ยังพูดสื่อสาร/บอกความต้องการได้ไม่ดี แต่พฤติกรรมเหล่านี้ในเด็กทั่วไปก็เจอ
ก่อนอื่นอยากจะให้ผู้ปกครองทุกๆท่านได้เรียนรู้ในการหาต้นเหตุของปัญหาอย่างมีระบบ เนื่องจากถ้าผู้ปกครองเข้าใจวิธี/แนวทางในการวิเคราะห์พฤติกรรมแล้ว ก็ง่ายที่จะจัดการกับพฤติกรรมดังกล่าวในสถานการณ์ต่างๆได้
ตัวอย่างสาเหตุของพฤติกรรม
1. ไม่อยากทำ ไม่อยากกิน ไม่อยากไป ไม่ชอบ แต่ต้องทำ
2. อยากจะทำ อยากจะกิน อยากจะไป ชอบ แต่ถูกห้าม
ตัวอย่างแนวทาง/เทคนิคในการจัการพฤติกรรมกรี๊ด ร้องไห้ โวยวาย (ขออนุญาตเขียนแบบบรรยาย เพื่อให้ผู้ปกครองได้มองเห็นภาพดีกว่าเขียนสรุปเป็นข้อย่อยๆ)
เพิกเฉย ไม่สนใจ จะร้อง จะดิ้น โวยวาย ปล่อยเขาไป ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ปกครองต้องมีความใจแข็งหน่อยนะคะ เพราะเด็กเขาจะร้องไห้เสียงดังขึ้น และร้องอยู่นาน ถ้าเรายังไม่เข้าไปสนใจเขา และถ้าร้องนานแล้วเรายังไม่เข้าไปสนใจเขา เขาอาจจะวิ่งมาหาเรา แต่ถ้าเขาวิ่งมาหาเราแล้วยังร้องไห้ โวยวายไม่หยุด ก็ไม่ต้องสนใจ และพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่หนักแน่นว่า "คุณแม่ฟังไม่รู้เรื่อง หยุดร้องไห้ และพูดดีๆ" และไม่ต้องพูดอะไรมาก เราก็เฉยๆ ทำงานอะไรอยู่ก็ทำไป แต่ที่แน่ๆ เวลาที่น้องมีพฤติกรรมเหล่านี้ อย่าเดินหนี อย่าพูดว่าไม่รัก หรืออย่าพูดแข่งกับน้อง/สอนน้องขณะที่น้องยังร้องไห้ โวยวาย กรี๊ด เพราะเขาจะไม่ฟังอะไร และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ มักใจอ่อน และสงสารน้อง เวลาที่น้องร้องไห้นาน สุดท้ายก็ยอมเขา ถ้าผู้ปกครองยอมเขา เขาก็จะใช้วิธีนี้กับผู้ปกครองตลอด และบุตร/หลานของท่านก็จะแสวงหาสารพัดวิธีมาใช้กับคุณเพื่อให้คุณยอมเขา และอีกอย่างเวลาที่น้องนอนดิ้น กรี๊ด (ปล่อยนอนดิ้นไป แต่ผู้ปกครองต้องดูด้วยนะคะ ว่าบริเวณที่น้องนอนดิ้น มีอะไรที่เป็นอันตรายหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ปล่อยเขาดิ้นไป แต่ถ้ามีก็ให้เราเดินนิ่งๆไม่สนใจ ไปหยิบสิ่งของที่จะเป็นอันตรายออกไป) ส่วนพฤติกรรมวิ่งเอาหัวไปชนประตู ถ้าเด็กใช้วิธีนี้ก็ไม่ต้องตกใจมาก ให้คุณพ่อคุณแม่คิดในใจเอาไว้นะค่ะว่า คงไม่มีใครทำร้ายตัวเองให้เจ็บหรอก ให้ผู้ปกครองชำเลืองมองด้วยสายตา อย่าหันไปมองเขาเต็มที่ เดี๋ยวเด็กได้ใจว่าเขาเรียกร้องความสนใจจากเราได้ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวเคยปรับพฤติกรรมเด็กโตอายุ 12 ปี เขาก็โวยวายเอาหัวไปโขกกับกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะโขกเธอก็มีลีลาด้วยการหันมามองเราก่อน ว่าเราสนใจไหม แล้วเขาก็โขกเบาๆไปหนึ่งที พอเห็นว่ายังไม่ได้ผล เธอก็เอาหัวไปโขกกับประตู ก็เหมือนเดิมก่อนโขกก็หันกลับมามองเราก่อน ผู้เขียนเลยพูดขึ้นมาว่า "อยากทำก็ทำไป คนที่เจ็บคือตัวน้องบอยไม่ใช่ครูณิช" เมื่อเขาเห็นว่าวิธีดังกล่าวไม่ได้ผล เขาก็จะไม่ใช้วิธีนี้อีก และที่สำคัญเมื่อน้องอารมณ์ดีแล้วผู้ปกครองควรหาโอกาสสอนวิธีที่เหมาะสมให้กับน้องด้วยในการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยการสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมา ถ้าน้องต้องอยู่/ทำ ในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ โดนขัดใจ และที่สำคัญอย่าลืมให้คำชมน้องด้วย ถ้าน้องทำได้ดี/มีความพยายามในการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม และในเด็กโตและเด็กที่รู้เรื่องก็จะมีรายละเอียดมากกว่านี้ ไว้โอกาสหน้าผู้เขียนจะมาเขียนเล่าประสบการณ์ให้อ่านกันนะคะ
อย่างที่ผู้เขียนบอกไว้นะคะว่า ที่น้องยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ เป็นเพราะเราหรือเปล่า เพราะตัวเรายังไม่มีความสม่ำเสมอในการปรับพฤติกรรม และตัวน้องจะมีพฤติกรรมสม่ำเสมอ/เกิดการเรียนรู้ในการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมได้อย่างไร และที่สำคัญเพื่อให้การปรับพฤติกรรมมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองและคนรอบข้างต้องมีการแสดงพฤติกรรมออกต่อน้องเหมือนกัน เวลาที่น้องแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
อยากจะฝากผู้ปกครองไว้นะค่ะว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" ถ้าผู้ปกครองไม่ยอมปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่ยังเล็ก และทุกท่านลองคิดดูสิคะว่า โตขึ้นเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างไร อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป โดยที่ท่านไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ เพราะคนที่เสียใจที่สุดก็คือตัวคุณเอง