สวัสดีครับญาติมิตรทุกท่าน

        สบายดีไหมครับ วันนี้มีเกร็ดเล็กๆ มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะถึงในวันเสาร์นี้ วันที่ 10 พ.ย. 2550

http://www.nachtderwissenschaft.com/ 

 

The image “http://www.nachtderwissenschaft.com/images/home_bg.gif” cannot be displayed, because it contains errors.


<p> </p><h4>โดยมีชื่องานว่า</h4><h4 align="center"> Die Nacht der Wissenschaft 2007 </h4><h4>แปลเป็นอังกฤษก็ประมาณว่า </h4><h4 align="center"> The Night of the Sciences 2007 </h4><h4>แปลเป็นไทยอีกครั้ง ก็คงประมาณว่า </h4><h4 align="center">ค่ำคืนแห่งวิทยาการ 2007</h4><h4>        ดูลักษณะงานแล้วก็น่าประทับใจตั้งแต่เริ่มวางแผนกันแล้วครับ ด้วยที่มีสามเมือง ได้แก่ Heidelberg, Mannheim, Ludwigshafen เป็นสามเมือง สามเหลี่ยม โดยมีบริษัทและมหาวิทยาลัย ร่วมมือกัน เปิดแสดงให้กับคนในพื้นที่ หรือคนในพื้นที่อื่นที่สนใจเข้าเยี่ยมชมครับ นับเป็นการถ่ายทอดวิทยาการที่มีในสถาบันต่างๆ เช่นมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการต่างๆ บริษัทที่ผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม โดยจะมีโครงการต่างๆ ที่จะเปิดให้แสดงประมาณ 800 โครงการ และมีการจำหน่ายบัตรพร้อมเดินทางได้ฟรีในค่ำคืนนั้น โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 18:00 - 2:00 am ของวันเสาร์สว่างวันอาทิตย์</h4><h4>        ที่ผมชอบมากๆ ก็คือว่า มีผู้สนับสนุนให้เกิดโครงการนี้ ได้แ่ก่บริษัทใหญ่ เช่น บริษัท SAP บริษัทซอฟท์แวร์ของเยอรมัน  บริษัท BASF บริษัทผลิตสารเคมีระดับประเทศ และมีบริษัทอื่นๆ อีกมากมายครับ ตามอ่านได้ที่
</h4><h4 align="center"> http://www.nachtderwissenschaft.com/  </h4> <h4>        ลักษณะในงานก็คงมีโปรเฟสเซอร์และนักศึกษาและนักวิจัยมาร่วมตอบคำถามและอธิบายลักษณะของโครงการที่นำเสนอด้วย ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสดีที่เด็กๆ ครอบครัว คนทั่วๆ ไปจะเข้าถึง ได้ร่วมพูดคุยกับนักวิจัย ได้อย่างเปิดอกถึงใจ เป็นแนวทางหนึ่งของการถ่ายทอดแนวทาง ความคิดให้กับผู้คนได้รับทราบ และได้แนวคิดแนวทางในการไปขยายผลต่อไปหลังจากที่ได้พบเห็น พูดคุยกัน กับนักวิจัย นักวิชาการในหลากหลายสาขาครับ</h4><h4>        ส่วนในสถาบันที่ผมทำงานวิจัยอยู่ ก็จะมีการวางแผนไว้ว่าจะมีโครงการอะไรบ้าง มากมายเหมือนกันครับ จะมีทั้งการนำเสนอผลงานในด้านต่างๆ และการนำเสนอโครงการของนักศึกษาที่เด่นๆ และอธิบายให้เป็นแบบธรรมดาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้</h4><h4>        ในส่วนตัวของผมนั้น จะมีการนำเสนอโครงการสร้างภาพสามมิติจากภาพถ่ายดาวเทียมโดยแสดงผลภาพเคลื่อนไหวของภาพเมฆ พายุ ที่เคยนำเสนอผ่านทางทีวีไปแล้ว และได้เขียนไ้ว้ครั้งก่อนในบทความนี้ครับ ก็จะนำเสนอโปรแกรม และคลิปที่เคยถ่ายทอดทางทีวี ให้คนทั่วไปรับชมนะครับ</h4><ul>

  • Virtual Cloud 3D ลงหนังสือพิมพ์ เมืองชตูทการ์ท และไฮเดลเบิร์ก เยอรมนี
  • ไทยทำ ไทยใช้ ไทยพัฒนา ตอน พายุ สึนามิ คลื่นลมทะเล ออกทีวีเยอรมัน
  • ขี้โม้อีกแล้วครับท่าน VirtualCloud3D, SiTProS ออกทีวี Campus TV ในเยอรมัน (ไทยทำ ไทยใช้ ไทยพัฒนา)
  • สรุปความจากทีวี "VirtualCloud3D, SiTProS ออกทีวี Campus TV ในเยอรมัน (ไทยทำ ไทยใช้ ไทยพัฒนา)"
  • </ul><h4>        ไว้จะถ่ายภาพมาฝากนะครับ ว่ามีคนมาเยี่ยมชมมากน้อยแค่ไหนนะครับ</h4><h4>รายละเอียดอื่น สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ในเว็บไซต์นี้นะครับ http://www.nachtderwissenschaft.com/  </h4><h4> </h4><h4> <hr width="100%" size="2">ว่าไปแล้วทำให้ผมนึกถึงว่า เมืืองไทยเราทำแบบนี้บ้างก็น่าจะสนุกนะครับ โดยเปิดให้ชุมชนเข้าถึงโครงการต่างๆ หรือนักวิจัย หรือเปิดห้องแลปต่างๆ ให้คนทั่วไปเข้าถึง ตลอดจนเด็กๆ สามารถเข้าถึงนักวิจัย เข้าถึงนักวิชาการ เข้าถึงคนเอกชน ดั่งเหมือนหลายๆ โครงการที่จัดใน วันวิทยาศาสตร์ หรือว่า วันเด็ก และวันอื่นๆ</h4><h4>ผมเคยไปเจอที่เมืองกีเซ่น ที่มีคนในระดับโปรเฟสเซอร์ มาเปิดบูธที่บนถนนโดยมีซุ้มต่างๆ แล้วให้เด็กเข้าไปเล่น เกิดการเรียนรู้ ดูแล้วช่างน่ารัก ลดช่องว่างๆ ต่างๆ ได้เยอะเลยครับ</h4><h4>จะว่าไปแล้วเมืองไทยก็เหมือนว่าได้จัดหลายๆ กิจกรรมแบบนี้เหมือนกันครับ แต่หากสามารถทำได้ในระดับชุมชนด้วยก็จะดีมากๆ เลยครับ อาจจะเชิญปราชญ์ชุมชน มานั่งในบูธ ตรวจสอบ ดิน น้ำ สารพิษ และอื่นๆ หรือเอาโครงการในชุมชนมานำเสนอให้คนในหมู่บ้านต่างๆ มาเรียนรู้กระบวนการ แนวคิด การแก้ปัญหา ให้รับทราบกัน ซึ่ง อบต. หรือ อบจ. ก็สามารถจะดำเนินการได้ เป็นการลดและเข้าใจ ร่วมกันแก้ปัญหาร่วมกัน อาจจะมีเวทีกลาง เชิญคนที่เกี่ยวข้องในปัญหาต่างๆ มาร่วมปราศัยร่วม หาแนวทางการพัฒนาชุมชน ในการใช้ชีวิตตามแนวพอเพียง เชิญ เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด ครูในชุมชน ปราชญ์ นักการเมืองด้วยเลยครับ มารับรู้ ในแนวทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการของชุมชม รากเหง้าทางวัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการศึกษาชุมชนที่ควรจะเป็น ก็น่าจะเกิดประโยชน์ไม่น้อยเลยครับ</h4><h4>ท่านมีความเห็นใดๆ หรือข้อสงสัย ก็ฝากถามไว้ได้นะครับ </h4><h4> ขอแสดงความนับถือ</h4><h4>เม้งครับ </h4><p> </p><hr width="100%" size="2"><p> </p><h4>หลังจัดงาน เป็นอย่างไรบ้าง</h4><ul>

  • พวกเราไปเตรียมตัวกันตั้งแต่ ห้าโมงเย็น ซึ่งงานจะเริ่มตอนหกโมงเย็น ไปจนถึงตีสองของวันอาทิตย์ (11.Nov.2007) แต่พวกเรากลับกันก็ราวๆ ตีสามครับ

  • ผมไม่ค่อยได้เดินออกไปไหนมาก เพราะนั่งประจำเครื่องของตัวเอง และเดินอยู่แต่ในห้องตัวเอง ซึ่งในตึก OMZ นั้นจะมีให้เข้าชมอยู่ทั้งหมด 5 ห้องครับ ได้แก่ ห้องคุยวิทยาการ 1, 2, ห้องหุ่นยนต์ ห้องปฏิบัติการ 1, และห้องปฏิบัติการ 2 ซึ่งผมประจำอยู่ในห้องปฏิบัติการ 2, U12

  • ในตึก OMZ รับคนได้เพียง 200 คนเท่านั้น เพราะห้องอยู่ใต้ดิน และเกรงว่าจะมีอากาศหายใจไม่พอ เลยจำกัดและบริหารคิวกันครับ

  • ผมได้รับทราบจากเพื่อนร่วมงานว่า ด้านนอกตึกฝนตกด้วยครับ และมีคนยืนรอคอยคิวอยู่กลางฝน โดยมีคนรอในคิวประมาณ ห้าสิบคน ทำให้ผมรู้สึกสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการมาเข้าชมครับ

  • ห้องที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคาดว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ ซึ่งคนต่อคิวกันยาวเหยียดจริงๆ ครับ

  • งานนี้ผมมองดูแล้ว ผมว่าเป็นการผสมระหว่างงานวันเด็กกับงานวันวิทยาศาสตร์ในบ้านเราได้อย่างลงตัวเลยครับ พ่อแ่ม่พาเด็กมา แล้วมาแวะตามโต๊ะต่างๆ ทำการทดลองบ้าง เ่ล่นเกมส์บ้าง ชมภาพเคลื่อนไหวบ้าง ปฏิบัติการเล่นคอมพ์ สนุกกับหุ่นยนต์ และอื่นๆ ครับ

  • มาลองดูภาพกันสักภาพก่อนนะครับ


    Ndw1

  • อันนี้เป็นภาพบรรยากาศในห้องที่ผมอยู่ครับ U12 มีวีดีโอราวๆ ประมาณสองชั่วโมงฉายอยู่ที่หน้าห้องครับ

  • แล้วผมจะโพสต์ภาพอื่นๆ ให้ที่ด้านล่างในความเห็นนะครับ

  • ดีใจที่ได้เห็นเด็กๆ สนุก ได้มีโอกาสพบปะักับคน และพูดคุย เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทดสอบว่าเรายังคุยกับคนอื่นได้รู้เรื่องหรือไม่ครับ

  • ขอบคุณมากครับ

  • </ul><p> </p>