ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ฐานะการคลังเบื้องต้นตามระบบ สศค. (ระบบ Government Finance Statistics : GFS) ในปีงบประมาณ 2550 (ต.ค.49-ก.ย.50) รัฐบาลมีรายได้ทั้งสิ้น 1,477,117 ล้านบาท ได้ภาษีที่มีอัตราการจัดเก็บเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ได้แก่ ภาษีเบียร์ ภาษียาสูบ ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีสุรา ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกจากนั้น การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจของปีงบประมาณ 2550 ก็สูงกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก
ปีงบประมาณ 2550 เม็ดเงินจากงบประมาณได้ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งสิ้น 1,588,927 ล้านบาท (คิดเป็น 18.9% ของ GDP) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 11.3% ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 111,810 ล้านบาท (คิดเป็น 1.3% ของ GDP) ในขณะที่ปีที่แล้วขาดดุล 19,783 ล้านบาท (คิดเป็น 0.3% ของ GDP) ส่วนรายจ่ายจากเงินกู้ต่างประเทศ ประกอบด้วย project loans และ structural adjustment loans มีการเบิกจ่ายทั้งสิ้น 1,091 ล้านบาท ในขณะที่ปีที่แล้ว มีการเบิกจ่ายทั้งสิ้น 5,588 ล้านบาท เบิกจ่ายลดลง 4,497 ล้านบาท หรือคิดเป็น 80.5% ดุลบัญชีนอกงบประมาณเกินดุล 110,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เกินดุล 91,419 ล้านบาท การขาดดุลเงินงบประมาณและการเกินดุลบัญชีนอกงบประมาณ เมื่อหักรายจ่ายเงินกู้ต่างประเทศอีกจำนวน 1,091 ล้านบาท ส่งผลให้ ดุลการคลังรัฐบาลขาดดุลทั้งสิ้น 2,726 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้วเกินดุล 66,047 ล้านบาท ดังนั้น ดุลการคลังเบื้องต้น (primary balance) ของปีงบประมาณ 2550 เกินดุลทั้งสิ้น 100,734 ล้านบาท ในขณะที่ปีที่แล้วเกินดุล 159,417 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2.0 ของ gdp)
กรุงเทพธุรกิจ