" ปรัชญาสังคม ที่ในความรู้สึกแท้จริงของ ระพี สาคริก แล้ว ยังมีมุมองอีกมากมายที่อยากจะบอกเล่าแก่สังคมอย่างผู้ที่รู้แท้ถึงสัจธรรมจากธรรมชาติที่เขาได้เรียนรู้มาจาก "กล้วยไม้"

เมื่อวานได้รับหนังสือจากเพื่อนร่วมงาน (อ.สมจิตต์ ทินกระโทก)  เป็นหนังสือเล่มเล็ก มีรูปอาจารย์ระพี ในอริยาบทสบาย ๆ กับกล้องถ่ายรูปแบบเก่าๆ เมื่อเปิดอ่านเนื้อหาข้างใน ก็ได้ความคิดใหม่ๆ อีกมากมายเพิ่มเติม 

" ปรัชญาสังคม  ที่ในความรู้สึกแท้จริงของ ระพี สาคริก แล้ว ยังมีมุมองอีกมากมายที่อยากจะบอกเล่าแก่สังคมอย่างผู้ที่รู้แท้ถึงสัจธรรมจากธรรมชาติที่เขาได้เรียนรู้มาจาก "กล้วยไม้" ผู้เปรียบประดุจครูแท้ที่สอนให้เขาเข้าใจโลกและชีวิตอย่างลึกซึ้งถึงแก่น"

               

" กล้วยไม้ต้นหนึ่ง เมื่อศึกษาให้ถึงที่สุดจนแตกฉานแล้วย่อมนำมาอธิบายถึงสรรพสิ่งในโลกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง  ดุจเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์ที่สรุปอย่างรวบยอดง่ายๆ ว่า กรรมย่อมเกิดแต่เหตุแห่งการกระทำของตน"

                  

" มาถึงวันนี้แล้ว ป่าไม้เมืองไทยก็หมดไป  กล้วยไม้ป่าก็ร่อยหรอลงด้วย ตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมที่ถูกชี้นำด้วยความโลภและความเห็นแก่ตัว  สภาพอันแปลกแยกและวุ่นวายของสังคมสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอย่างฉุกละหุก จนแม้นกระทั่งน้ำใจของผู้คนก็ยังพลอยเหือดแห้งลง เช่นเดี่ยวกับลำธารใสในป่ากว้างที่เคยชุ่มเย็นก็แห้งขอด"

                

" ความรู้แท้ที่เขาได้เรียนรู้จากธรรมชาติมาจนตลอดชีวิต ไม่ได้ถูกจำกัดให้คับแคบเพียงคำว่า คนแก่คนหนึ่ง หรือเพียงผู้เชี่ยวชาญแต่เรื่องกล้วยไม้  หากแต่ ระพี สาคริก ยังเปรียบเสมือนนักปราชญ์ทางสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์สรรพสิ่งอย่างเป็นธรรมชาติด้วยความรักในโลกและศรัทธาในเพื่อนมนุษย์  ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง  หากแต่ทุกตัวอักษรถูกกลั่นกรองออกมาจากไวใจ เหมือนน้ำใสที่หยดจากรากไม้ใบหญ้า  สะอาดบริสุทธิ์และพร้อมจะให้ดื่มกินได้โดยไม่เป็นพิษภัยแก่ใคร  เพราะมันเป็นหยดน้ำจากใจที่เจือด้วยความรักล้วน ๆ ที่บริสุทธิ์เสียยิ่งกว่ากลิ่นหอมอันรวยรินของกล้วยไม้ป่า"

             

                

บางส่วนจากคำนำเสนอ ของหนังสือดีที่น่าอ่านครับ