อีกไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะเกิดวาระกอดแห่งชาติขึ้น เพราะเรา ๆ ๆ และเรา จะได้ต้อนรับ พ่อเสือหนุ่มแห่งดินแดนที่ราบสูง นามกรแฝงว่า นายแผ่นดิน
ดิฉันได้ทราบข่าวจาก คุณเมตตา ว่า คุณแผ่นดิน มีงานราชการต้องพานักศึกษามาพบปะกับนักศึกษาภาคใต้ และจะมุ่งตรงไปประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะแวะเวียนมาแถวหาดใหญ่ 1 วัน ก่อนที่จะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น
ใจมันรู้สึกกระดี้กระด้า เหมือนได้เจอญาติจากแดนไกล (ที่ไกลกันเฉพาะตัวเท่านั้น) ก็เลยนัดหมายกับคุณเมตตา พี่อาภรณ์ และท่านอื่น ๆ เท่าที่คุณเมตตา จะติดต่อได้
อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงแล้วสินะ ดิฉันจะได้เจอญาติคนนี้ซะที อะไรจะเกิดขึ้น ระหว่าง กอดกัน(ตัว)กลม, กินกันจน(พุง)กลม, หรือ คุยกันจนร้านแตก
ถึงแม้ขณะนี้สถาพกายของดิฉันยังไม่พร้อม แต่ใจหนะ เกินร้อยอยู่แล้วค่ะ ดิฉันอยากให้เธอประทับใจที่สุดแม้เพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดิฉันคิดว่าเธอคงอยากทานส้มตำ มากกว่าข้าว เพราะเธอห่างบ้านมาหลายวัน ที่สำคัญไปต่างประเทศมาซะด้วย คงจะหาส้มตำอร่อย ๆ ทานได้ยาก ทั้งที่ใจจริงแล้วดิฉันอยากให้เธอได้ลิ้มลองรสชาดอาหารถิ่นปักษ์ใต้เหลือเกิน
แต่เพราะอยากดูแลใส่ใจแม้เพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดิฉันจึงฟันธง (เอง) ว่าจะหาร้านส้มตำอร่อย ๆ ให้เธอลิ้มลองดีกว่า
ไว้จะเก็บบรรยากาศมาฝากนะคะเพื่อน ๆ ที่รักทั้งหลาย
สวัสดีครับแม่เสือสาวเมืองสะตอแดนใต้
ฝากกอดคุณแผ่นดินในฐานะคนใต้ด้วย ๑ กอด ฝากเลี้ยงอาหารให้เต็มที่ ส่งบิลมาเคลียร์ได้ที่ภูเก็ต เฮ....
อิจฉาคนจะได้เจอญาติจังเลยครับ
นี่ถ้าผมอยู่ จะไปเจอด้วยนะครับเนี่ย
จะคอยดูภาพครับ อิ อิ ว่ากลมแค่ไหน อิ อิ อี้
สวัสดีค่ะน้องแป๊ด
อยากดูภาพ 100 ค่ะ...อิอิอิ
คุณแผ่นดินเธอคงจะตื่นเต้นไม่น้อยกว่าคุณแป๊ดแน่ๆ เพราะผู้ที่ดำเนินการสอนวิธีการกอดทักทายของชาวก๊วน คือสองแม่เสือสาวเมืองสะตอนี้เอง งานนี้อยากรู้จังเลยว่า คุณแผ่นดินเธอจะจ่ายดอกเบี้ย หรือถอนทุนคืนอย่างไร...อิอิอิ
สวัสดีค่ะทุก ๆ ท่าน
เนื่องจากเรานัดเจอกันที่ร้านอาหาร ซึ่งเกรงว่าหากโผกอดกันในร้าน ผู้คนคงจะแตกตื่นกันเป็นแน่ ต่างคนต่างเลยเลือกทำเลเหมาะ ๆ มุมมืด ๆ โดยมีแสงจันทร์เป็นพยาน อาศัยจังหวะผู้คนผ่านไปมาเผลอ โผกอดหมับเข้าให้ ซึ่งก่อนจะกอดต่างก็ขออนุญาตกันก่อน ซึ่งคุณแผ่นดิน ได้ถามซ้ำเพื่อความมั่นใจว่า "เอาจริงเหรอพี่"
อ้าว ก็จริงสิ เห็นพี่เป็นคนพูดเล่นไปได้งัย ฮา
ว่าแล้วก็กอดกันตัวกลม อิอิ สำหรับดิฉันแล้ว เป็นการกอด (คุณแผ่นดิน) ครั้งแรกค่ะ อิอิ
และแน่นอนว่า ไม่ได้มีการบันทึกภาพมหกรรมนี้ไว้ เพราะดิฉันจดจำไว้ใน memory ของดิฉันแล้ว
อิอิ
กลับมาถึงบ้านตอนเกือบ ๆ จะ 5 โมงเช้าของวันนี้ ซึ่งหมายถึงใช้เวลาเดินทางร่วม 24 ชั่วโมง
ยังเพลีย ๆ ไม่หาย ...
อาหารเย็นวันนั้น อร่อยทุกอย่าง แต่ต้องขออภัยที่ทานไม่ได้เยอะ เพราะร่างกายอิดโรยเกินกว่าที่จะรับอะไรเข้าไปได้ดังที่ใจหวัง ...
ผมหลงรักหาดใหญ่ .. ซึ่งหมายถึงการหลงรักมิตรภาพของมิ่งมิตรชาวหาดใหญ่อย่างไม่อาจปลดเปลื้องได้จากหัวใจของตนเอง
....
อุ่นอ้อมกอดในมุมมืด .. ติดตัวมาจนบัดนี้
ขอบคุณอย่างมหาศาล ... สุขภาพแข็งแรงเสมอไป (ทั้งครอบครัว)
ขอบคุณครับ